บันทึกหน้า 4

“ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด” การเมืองมุ่งแต่เรื่องเกาะกูด สุ่มเสี่ยงเสียดินแดนหรือไม่ หลัง พปชร.กลุ่มบ้านป่าฯ ปลุกกระแสรักชาติ ให้ยกเลิกเอ็มโอยู 44 เพื่อปกป้องอธิปไตยทางทะเล เพราะ บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. เพิ่งตื่น และยอมรับว่ามีปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย ทั้งที่ตัวเองสมัยปี 2557 นั่งเป็นประธานเจทีซี เจรจาตามกรอบเอ็มโอยู 44 นั่นเอง 

ขณะที่ภาครัฐก็ดาหน้าออกมายืนยันว่าเอ็มโอยู 44 ไม่เกี่ยวกับการเสียดินแดน เกาะกูดเป็นของไทย 100% แต่อีกเรื่องนี่น่าจะคือเรื่องผลประโยชน์และขุมทรัพย์ทรัพยากรใต้ทะเลในพื้นที่ทับซ้อน ประเมินมูลค่า 10 ล้านล้านบาท หลังประชาชนไม่ไว้วางใจสายสัมพันธ์ของรัฐบาลแพทองธาร กับรัฐบาลฮุน เซน รวมถึงตระกูลชินวัตรและตระกูลฮุน เซน ที่มีสายสัมพันธ์ในระบอบเครือญาติแต่งงานกัน ขณะที่ นายทักษิณ ชินวัตร กับสมเด็จฮุน เซน ยังมีความสนิทสนม และในอดีตเคยแต่งตั้งนายใหญ่เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจมาแล้ว  

จึงเป็นเรื่องยากมากหากรัฐบาลจะดันเรื่องนี้ และเชื่อว่าเมื่อแตะเมื่อไหร่ เรื่องละเอียดอ่อนนี้จะถูกฝ่ายต้านใช้วิชาการเมืองปลุกถึงขั้นล้มรัฐบาลได้

นอกจากนี้ยังมีอาหารจานร้อนของรัฐบาลที่น่าจับตา แว่วมาว่า “พรรคประชาชน” กำลังซุ่มเงียบ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ชาติ รวมถึงหวังสร้างเป็นผลงานดึงแต้มจากชาวบ้าน ในวันที่ศรัทธาการเมืองของพรรคเพื่อไทยกำลังดิ่งเหว คลางแคลงไปด้วยข้อครหา 

อย่างเช่น รถไฟฟ้าความเร็วสูง (ไฮสปีด) เชื่อม 3 สนามบิน มูลค่า 1.49 แสนล้านบาท ที่ สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จับตาอย่างใกล้ชิด และเคยตั้งกระทู้ถามสดในสภามาแล้วว่า การแก้สัญญาจะเอื้อเอกชนหรือไม่ ขณะที่ผู้รับผิดชอบยังไม่นำเข้า ครม. เนื่องจากพรรคร่วมรัฐบาลกลัวติดคุก หลังสื่อและสังคมเริ่มจับตาอย่างแรง         

สส.พรรคส้ม ตั้งคำถามไว้ 5 ประเด็นชวนสงสัยว่า 1.วิธีชำระเงินที่รัฐร่วมลงทุน (Public Investment Cost : PIC) จากเดิม เมื่อเอกชนเปิดเดินรถไฟความเร็วสูงฯ รัฐจะแบ่งจ่ายเป็นจำนวน 149,650 ล้านบาท เป็น "จ่ายเป็นงวดตามความก้าวหน้าของงานที่ รฟท.ตรวจรับ วงเงินไม่เกิน 120,000 ล้านบาท" โดยเอกชนต้องวางหลักประกันเพิ่มเติมจากสัญญาเดิม รวมเป็นจำนวน 160,000 ล้านบาท เพื่อรับประกันว่าจะก่อสร้างและเปิดให้บริการรถไฟความเร็วสูงฯ ได้ภายใน 5 ปี ทั้งนี้ กรรมสิทธิ์สิ่งปลูกสร้างจะทยอยตกเป็นของภาครัฐ (รฟท.) ทันทีตามงวดของการจ่ายเงิน ตั้งข้อสังเกต= เร่งจ่ายคืนให้นายทุนไวขึ้นหรือไม่ 

2.กำหนดการชำระค่าสิทธิให้ร่วมลงทุนในโครงการแอร์พอร์ตเรลลิงก์ (ARL) โดยให้เอกชนแบ่งชำระค่าสิทธิจำนวน 10,671.09 ล้านบาท เป็น 7 งวด เป็นรายปี จำนวนเท่าๆ กัน โดยต้องชำระงวดแรก ณ วันที่ลงนามแก้ไขสัญญา ในการนี้ เอกชนจะต้องวางหนังสือค้ำประกันที่ออกโดยธนาคาร ในมูลค่าเท่ากับค่าสิทธิ ARL รวมถึงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเงินอื่นที่ รฟท.ต้องรับภาระ ตั้งข้อสังเกต= นายทุนค้างชำระตั้งแต่ 24 ต.ค. แต่รัฐให้ยอมผ่อน 

3.กำหนดส่วนแบ่งผลประโยชน์ตอบแทน (Revenue Sharing) เพิ่มเติม หากในอนาคตอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของโครงการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และเป็นผลให้เอกชนได้ผลประโยชน์ตอบแทน (IRR) เพิ่มขึ้นเกิน 5.52% รฟท.มีสิทธิเรียกให้เอกชนชำระส่วนแบ่งผลประโยชน์เพิ่มได้ ตามจำนวนที่จะตกลงกันต่อไป ตั้งข้อสังเกต= ดูเหมือนดี แต่อาจไม่เกิดขึ้น และเปิดช่องให้โกงง่าย 

4.การยกเว้นเงื่อนไขการออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (Notice to Proceed : NTP) โดยให้คู่สัญญาจัดทำบันทึกข้อตกลงยกเว้นเงื่อนไข NTP ที่ยังไม่สำเร็จ เพื่อให้ รฟท.สามารถออก NTP ได้ทันทีเมื่อลงนามสัญญาที่แก้ไขตามหลักการทั้งหมดนี้ ตั้งข้อสังเกต= แก้ปัญหาที่ตัวเองก่อจากการเขียนสัญญาเปิดช่อง 

 5.การป้องกันปัญหาในอนาคตที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสถานะทางการเงินของโครงการ โดยปรับปรุงข้อสัญญาในส่วนของเหตุสุดวิสัยและเหตุผ่อนผัน ให้สอดคล้องกับสัญญาร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชนในโครงการอื่น ตั้งข้อสังเกต= ตีเช็คเปล่า แม้เป็น PPP Net Cost ที่นายทุนต้องรับความเสี่ยง 

นี่คือข้อสังเกตว่า งานนี้สบช่องเอื้อให้ทุนใหญ่ของบางพรรครัฐบาลหรือไม่ เพราะหากเอกชนไม่ได้ประโยชน์จะยอมแก้สัญญาหรือไม่เพราะผิดไปจากทีโออาร์เดิมก่อนการประมูล.

คางคำ 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

บันทึกช่วยจำ วันนี้ 30 มี.ค. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อโปรดพิจารณาตามกระบวนการ ต่อจากนั้น เป็นวาระของการแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย.

บันทึกหน้า 4

เดือดกว่าในสภา! ลักหลับตอน 4 ทุ่ม แถมเลือกเวลาช่วงปิดประชุมสภาหลังถกญัตติด่วนวิกฤตน้ำมันพอดิบพอดี บอกว่าเลิกอั้น แต่ใครจะคิดว่าจะขึ้นพรวด 6 บาท เล่นเอาชาวบ้านสะดุ้งตื่น

บันทึกหน้า 4

ดูเหมือน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2569 ช่างคึกคักเสียจริง ซึ่งสาเหตุหลักก็คงมาจากเป็นสภาใหม่ถอดด้ามที่มีการประชุมครั้งแรก แต่ก่อนการประชุมนั้น “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองก็ได้หารือถึงการกำหนดวัน-เวลาในการประชุมของทั่นผู้แทนยุคนี้ ...๐

บันทึกหน้า 4

โผ ครม.อนุทิน 2 สะเด็ดน้ำแล้วจำนวน 35 เก้าอี้ เหลือไว้ 1 เก้าอี้ ยังคงเผื่อไว้ให้ใครสักคน สำหรับ ดร.ปื๊ด-นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ไปต่อ

บันทึกหน้า 4

แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ

บันทึกหน้า 4

บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .