
เอ๊ะ! มีอะไรในก่อไผ่มากกว่าหน่อไม้หรือเปล่า?
การแต่งตั้งสีกากีระดับ "นายพล" ตำแหน่ง รองผบ.ตร.และจเรตำรวจแห่งชาติ ลงมาถึงระดับ ผบก.ทั่วประเทศ วาระประจำปี 2567 ซึ่งอยู่ระหว่างห้วงจัดทำบัญชีแต่งตั้ง
ตามไทม์ไลน์ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร แม่ทัพใหญ่กรมปทุมวัน วางเอาไว้น่าจะเสร็จเรียบร้อยภายในช่วงต้นเดือนธันวาคม เริ่มจากช่วง 22-23 พ.ย.เป็นคิว "พล.ต.อ.-พล.ต.ท." ตำแหน่ง รองผบ.ตร.และจเรตำรวจแห่งชาติ-ผบช. ตามด้วยต้นเดือนธ.ค. คิว "พล.ต.ต." ตำแหน่ง รองผบช.-ผบก.
นับถอยหลังตามฤกษ์งามยามดี การนำบัญชีรายชื่อ "นายพล" ล็อกแรก เข้าวงประชุม ก.ตร. ที่มี นายกฯอิ๊งค์ นั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน ก็เหลืออีกไม่ถึง 1 อาทิตย์
จู่ๆ เฟซบุ๊ก Aek Angsananont ของ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ มีการโพสต์เกี่ยวกับเรื่องการแต่งตั้ง "นายพล" หยิบยกกฎ ระเบียบ แนวทางตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ หรือ ก.พ.ค.ตร. เกี่ยวกับการคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับนายพล
ถึง 2 ครั้ง 2 ครา ภายในอาทิตย์เดียว
จนแวดวง "สีกากี" ต่างเอ๊ะ! ก.ตร.เอก เห็นสัญญาณ เห็นอะไรไม่ชอบมาพากลหรือเปล่า ถึงขนาดต้องยกตัวบทกฎหมาย และบทลงโทษ "ผู้บังคับบัญชา" ที่ไม่ปฎิบัติตาม
เหมือน "ปราม" พวกแหกกฎ!!!
ก.ตร.เอก โพสต์แรกตอนหนึ่ง
"...ในการแต่งตั้งตำแหน่งระดับ ผบก. ถึง ผบช. กฎหมายกำหนดให้พิจารณาผู้มีอาวุโสไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของตำแหน่งที่ว่างในแต่ละระดับ ส่วนที่เหลือให้พิจารณาจากอาวุโสและความรู้ความสามารถประกอบกัน
ดังนั้น หากจะพิจารณาผู้มีอาวุโสในลำดับท้ายหรือผู้ที่เพิ่งครบเกณฑ์ขั้นต่ำเลื่อนสูงขึ้น โดยข้ามผู้อาวุโสกว่า ต้องพิจารณาจากผลงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ และแสดงให้เห็นเหตุผลอย่างชัดเจนถึงความสมควร..."
อีกโพสต์ต่อมา ก.ตร.เอก ก็ขยายความ
"...ในการนี้เคยมีกรณีที่มีผู้ร้องทุกข์ และก.พ.ค.ตร.ได้วินิจฉัยว่าผู้ที่จะได้รับแต่งตั้งหากมีอาวุโสต่ำกว่าต้องมีความรู้ความสามารถ ประวัติรับราชการ มีผลการปฏิบัติงานโดดเด่นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรมมีหลักฐานเชิงประจักษ์มากกว่าผู้ที่มีอาวุโสมากกว่าในแต่ละคนนั้นนั้นอย่างไร(ตามคำวินิจฉัยของก.พ.ค.ตร. เรื่องดำที่รท. 48 / 2566 เรื่องแดงที่รท. 240 / 2567และเรื่องดำที่ รท.49/ 2566 เรื่องแดงที่รท. 209 / 2567)..."
พร้อมกับทิ้งท้าย
"...มีข้อสังเกตเพิ่มเติมของ ก.พ.ค.ตร.บางท่านไว้ในความเห็นแย้งประกอบคำวินิจฉัย โดยเห็นว่า “การที่ผู้บังคับบัญชาไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในการแต่งตั้งตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย เป็นกรณีที่ให้ถือว่าผู้บังคับบัญชากระทำผิดวินัย และให้ผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจพิจารณาลงโทษภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยของ ก.พ.ค.ตร. โดยไม่ต้องดำเนินการสอบสวนอีก ตามนัยมาตรา 87 วรรคสี่ด้วย”
ไม่รู้ "ผู้มีอำนาจ" ได้เห็น 2 โพสต์นี้ของ ก.ตร.เอก แล้วจะสั่นสะท้านบ้างหรือไม่ เพราะเท่าที่จับสัญญาณได้ ตอนนี้แว่วๆ พวก "อาวุโสน้อย" ต่างกำลังออกฤทธิ์ออกเดชกัน
จนบัญชีแต่งตั้ง "นายพล" ป่วน!
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อย่าขยันแค่ชิงเก้าอี้!
เมื่อตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ไม่ได้กำหนดกฎ กติกา "ล็อกสเปก" คุณสมบัติผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." แบบยึดเรียงลำดับอาวุโส หรือยึดแค่ความรู้ความสามารถ
นักวิ่งตาเป็นมัน!
โหมโรงแต่งตั้ง “นายพลสีกากี” รวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม กันตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย. หลัง ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แม่ทัพใหญ่สีกากี ขยับปากกาลงนามประกาศลำดับอาวุโสระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และรอง จตช. ลงมาถึง รอง ผบก. ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในแต่ละระดับครั้งที่ 1
โหมโรงชิง 'ผบ.ตร.'
หากยึดตามคำสัมภาษณ์ โฆษกตำรวจ-พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ หลังประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.
‘ตั้งนอกวาระ’ หัวทิ่ม!
เข้าใจวงประชุม ก.ตร. ที่นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล มานั่งหัวโต๊ะประธาน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ต้องถอนวาระแต่งตั้งข้าราชการตำรวจนอกวาระประจำปี ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเสนอชื่อ พล.ต.ท. นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) โรงพยาบาลตำรวจ ขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร.
ปี๊บคลุมหัวตำรวจ
อุ้ย! ขาสั่น มือสั่น ไม่กล้าจะเขียนถึง "ตำรวจโจร" ที่อาศัยเครื่องแบบ อาศัยกฎหมายในมือไปทำผิดเยี่ยงโจร กลัวจะต้องขึ้นโรง ขึ้นศาล ได้ไปกินข้าวผัด ได้ไปกินโอเลี้ยง
แก้หนี้ ตร.กี่โมง
ต้องตั้งคำถามตัวโตๆ อีกครั้ง "หนี้สินตำรวจ" จะแก้กันได้กี่โมง หลังจากได้ยิน ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้นำตำรวจ พูดตอนหนึ่งในระหว่างเป็นประธานการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำชับด้านสวัสดิการสั่งปรับปรุงระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจทั่วประเทศ

