บันทึกหน้า 4

 “ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด น้ำท่วมภาคใต้ที่มาเร็วและแรง สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้านอย่างมหาศาล  สอดคล้องกับมีภาพ นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร สามี และลูกๆ เดินซื้อของ เที่ยวสวนสัตว์ ที่ จ.เชียงใหม่ เกิดคำถามจากชาวบ้านว่านายกฯ มีปฏิกิริยาตอบสนองล่าช้า แถมยังมีตรรกะที่เพี้ยน

และยังถูกโยงว่าเป็นเพราะไม่ใช่พื้นที่เป้าหมายของพรรคเพื่อไทยอย่างภาคเหนือใช่หรือไม่ เรื่องเหล่านี้ทำให้นึกถึงวลีหลอนของคุณพ่อ  ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่เคยพูดในทำนองว่า "จังหวัดไหนเลือกไทยรักไทยจะดูแลเป็นพิเศษก่อน"  

เมื่อโดนดรามาเล่นงานเช่นนี้ เล่นเอา "นายกฯ แม่ลูกยังเล็ก" ตอบคำถามว่า "สามีก็เป็นคนใต้ จะไม่รักคนใต้ได้อย่างไร" ก็ไม่วายถูกเฉ่งยับตามระเบียบ โดย เทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช ออกมาอัดตรรกะเพี้ยนๆ ของอุ๊งอิ๊ง ระบุว่า "ได้ฟังการยกเหตุผลของคุณอุ๊งอิ๊งมาตอบนักข่าวแล้ว รู้สึกมึนงงและไม่เข้าใจว่า คุณอุ๊งอิ๊งใช้ตรรกะอะไรมาตอบ เพราะการแต่งงานกับหนุ่มใต้ เป็นเรื่องความรักเฉพาะบุคคล เมื่อรักกันก็แต่งงานกัน

 แต่การช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้ เป็นเรื่องความเดือดร้อน เป็นเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นกับคนภาคใต้หลายจังหวัด หน้าที่ของรัฐบาลก็ต้องไปช่วยเหลือเยียวยา คนที่เป็นนายกรัฐมนตรีก็ควรไปให้กำลังใจ แม้ว่าไปแล้วไม่ได้ช่วยให้น้ำแห้งลงในทันทีก็ตาม แต่เป็นเรื่องการแสดงออกถึงความรับผิดชอบ และเป็นจิตสำนึกของความเป็นนักการเมืองที่มีต่อประชาชน

การยกเอาประเด็นการแต่งงานกับคนใต้มาเปรียบกับการช่วยเหลือคนใต้ มันคนละเรื่องกัน เป็นตรรกะที่ผิดเพี้ยนไป และได้เห็นหลักคิดหรือความคิดของคุณอุ๊งอิ๊งแบบแปลกๆ หลายครั้งแล้ว จึงรู้ได้ว่าเป็นคนที่มีหลักคิดผิดปกติ หรือมีตรรกะที่เพี้ยนจริงๆ"

นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์ตอนหนึ่งว่า นายกฯ อุ๊งอิ๊ง–แพทองธาร ชินวัตร ตอบคำถามละเลยคนภาคใต้ถูกน้ำท่วม โดยโยงถึงมีสามีเป็นคนใต้ จึงไม่ได้ละเลยคนใต้ ซึ่งเป็นคนละประเด็น และเป็นตรรกะที่ถูกวิจารณ์กันยับสนั่นสังคมโซเชียล  

“นายกฯ ตอบคำถามนักข่าวอะไรก็ไม่รู้ น้ำท่วมเกิดวิกฤตอยู่แล้ว ยิ่งไปซ้ำเติมให้วิกฤตหนักไปอีก คำตอบแบบนี้ถ้าคนไม่มีความทุกข์ก็พอใช้พูดในรายการทอล์กโชว์ได้ แต่น้ำท่วมเป็นอารมณ์ความรู้สึกระคนทุกข์ยากของประชาชน อย่างไรก็ตาม นายกฯ ผิดพลาดในเรื่องนี้มาตั้งแต่ชักช้าน้ำท่วมเชียงราย แล้วมาซ้ำเติมอารมณ์กับ 8 จังหวัดภาคใต้ที่ท่วมหนักถึง 3 จังหวัด ซึ่งไปตอบอย่างนั้นได้เหรอ”

เมื่อเจอตรรกะที่เพี้ยนเช่นนี้ คนที่เดือดร้อนก็เป็นบรรดาทีมงานเพื่อไทย ที่เชิดนายกฯ ที่ไม่มีความพร้อมทั้งเรื่องความสามารถและวุฒิภาวะ ที่เอามะม่วงบ่มแก๊สมาเป็นผู้นำประเทศ ต้องออกมาแก้ตัวกันพัลวัน 

ขณะที่รัฐบาลและนายกฯ เจอวิกฤตศรัทธา แต่ก็น่าแปลก จู่ๆ นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขู่ว่าพรรคเพื่อไทยอาจจะยุบสภาหากพรรคภูมิใจไทยยังงอแงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เอาเข้าจริงกล้ายุบสภาจริงๆ หรือไม่

เพราะทราบดีว่ายุบไปก็ไม่ชนะพรรคประชาชน และถามว่ามีพรรครัฐบาลไหนพร้อมที่จะยุบหรือไม่ เพราะไหนจะกระสุนดินดำที่ยังสะสมไม่ได้เท่าที่ควร เพราะที่ผ่านมายังไม่ได้ทำงาน นอกจากแก้ปัญหาการเมือง

ร้อนถึงผู้จัดการรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แกนนำพรรคเพื่อไทย ต้องออกมาตีปากว่า ก็คงให้ นพ.เชิดชัยไปยุบสภาเอง แต่ข้อเท็จจริงไม่ว่าใครจะพูดก็แล้วแต่ อำนาจการยุบสภาเป็นของนายกรัฐมนตรี และที่ผ่านมานายกฯ ไม่เคยมีดำริหรือท่าทีที่จะยุบสภา และการทำงานกับพรรคร่วมรัฐบาลก็ยังดีอยู่ ส่วนความเห็นของแต่ละสภาก็เป็นเรื่องที่ต้องว่ากัน

  “ไม่กระทบความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาล เพราะผู้ใหญ่แต่ละคนหนักแน่น ไม่เช่นนั้นฟังทุกวันคงต้องหยุดสภากันวันละหลายๆรอบ" นายภูมิธรรมระบุ 

ถ้าจะให้ดีควรกำกับลูกพรรค จะพูดจาอะไรก็ควรอยู่ในความเป็นจริง มิใช่หวังเอาน้ำลายมุ่งทำร้าย ขณะที่คนทำงานเอาเหงื่อเข้าสู้. 

 

คางดำ 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

ไม่แข่งยิ่งแพ้! บรรดา FC สีฟ้า แทบไม่ต้องลุ้นแล้ว แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ที่พรรคประชาธิปัตย์นัดเปิดตัวในวันเสาร์นี้ เผยโฉมล่วงหน้า ในงาน "AI Demo Day : Bangkok Build AI" เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทีแรกฮือฮาหลายคนคิดว่า ปชป. น่าจะส่งหน้าใหม่กิ๊กที่ไม่ใช่นักการเมืองมาลงสนาม เหมือนสมัยที่ส่ง "หล่อเล็ก" อภิรักษ์ โกษะโยธิน นักบริหารที่เชี่ยวชาญด้านการตลาด สามารถเอาชนะใจคนกรุงได้สำเร็จ ชนิดทิ้งห่างคู่แข่งหลายแสนคะแนน ทำให้สปอตไลต์หลายดวงจับจ้องไปที่ "ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา" ที่ปรึกษาฝ่ายบริหาร LINE Plus อดีตซีอีโอ LINE

บันทึกหน้า 4

ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และสร้างความปีติแก่พสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะเกษตรกร เมื่อ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี” เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พุทธศักราช 2569 ณ

บันทึกหน้า 4

ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ถือว่ามีผลบังคับใช้แล้ว รัฐบาลพร้อมเดินหน้าโครงการช่วยเหลือเยียวยา 2 แสนล้านบาท และการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 2 แสนล้านบาทได้เลย

บันทึกหน้า 4

การกลับบ้านจันทร์ส่องหล้าของ ทักษิณ ชินวัตร หลังได้รับการพักโทษและเข้ารับทราบเงื่อนไขคุมประพฤติจากกรมคุมประพฤติ ทำให้บรรยากาศการเมืองกลับมาคึกคักอีกครั้งทันที

บันทึกหน้า 4

11 พฤษภาคม 2569 นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกจำคุกจากคดีโกงบ้านกินเมือง จะได้รับการพักโทษ กลับไปนอนบ้านจันทร์สองหล้า ติดกำไล EM ที่ขา ขอให้สังคมไทยจดจำเป็นบทเรียน นักการเมืองจะยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ตาม หากคดโกงจุดจบคือคุก บางคนกรรมตามทันเป็นติดจรวด บางคนได้ใจเพราะคิดว่า โกงมานานไม่เห็นมีใครทำอะไรได้ ก็โกงต่อเนื่อง จดชื่อใส่บัญชีหนังหมาไว้เลยคนพวกนี้อนาคตมีแต่ทุกข์ ไม่โดนเข้ากับตัวเองก็โดนกับครอบครัว ชีวิตหาความสุขมิได้ ...๐

บันทึกหน้า 4

คิดช้า! พรรคประชาชนเพิ่งเคาะส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ "พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน" หรือชื่อเต็มๆ ว่า ร่างพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.