
"ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด" ยกมือเห็นด้วยกับฝ่ายค้านว่า แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ควรไปปรามบิดา “ทักษิณ ชินวัตร” เสียบ้าง หลังออกมาโชว์กร่างพรรคร่วมรัฐบาล ผ่านการสัมมนาพรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
เพราะนอกจากนายกฯ จะต้องพิสูจน์บารมีของตัวเองให้เป็นที่ประจักษ์แล้ว ยังจำเป็นต้องรักษาบรรยากาศพรรคร่วมด้วย
อย่างไรก็ตาม หากนายกฯ ปล่อยให้ คุณพ่อจอมจุ้น คนนอกรัฐบาลโชว์กร่างเช่นนี้ต่อไป
ก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะต้องการถีบพรรคใดให้พ้นทางไป อย่างเช่นพรรคพลังประชารัฐ เพื่อเอาโควตามาให้ลูกสมุนเพื่อไทยใช่หรือไม่ แต่ก็ยอมรับว่าเรื่องคงไม่หมูเสียทีเดียว เพราะแต่ละพรรคต่างๆ ก็มีของเด็ดไว้ต่อรองกันทั้งสิ้น และถ้ากร่างมากๆ ก็ต้องระวังบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลอาจรวมหัวโต้กลับก็เป็นได้ ไม่นับกับระเบิดต่างๆ ที่กำลังรอเข้าเงื่อนไข
๐ นอกจากเรื่องการเมืองที่คุณพ่อ สทร. หรือ เสือกทุกเรื่อง จนเกิดแรงกระเพื่อมในรัฐบาล ในแง่ของผลงานตลอด 90 วัน ประชาชนก็ไม่ได้ปลื้ม แต่ถึงขั้นสอบตก
เพราะนโยบายส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องเก่าที่ปัดฝุ่นมาจากรัฐบาลพรรคไทยรักไทย สมัย “ทักษิณ” ทั้งนั้น สืบทอดกันมา บนข้อสันนิษฐานจะมีผลประโยชน์ทับซ้อน หรือทุจริตเชิงนโยบาย เหมือนในอดีตหรือไม่ จะมีนโยบายแปลกใหม่ รวมถึงยังถูกสื่อโซเชียลแชร์ล้อเล่นกันเป็นไวรัล คือนโยบายขุดดินขายเท่านั้น
สอดรับกับผลการสำรวจของ สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ที่ได้สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “3 เดือนรัฐบาลแพทองธาร” โดยเฉพาะประเด็นประชาชนเชื่อมั่นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลหรือไม่ พบว่า อันดับ 1 ไม่เชื่อมั่น 54.99% สะท้อนว่า ประชาชนไม่เชื่อมั่นในความสามารถของรัฐบาลในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจซึ่งไม่ได้เป็นไปตามราคาคุยของทักษิณและแกนนำพรรคเพื่อไทยแต่อย่างใด
ร้อนถึง บิ๊กอ้วน-ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แก้ต่างว่า จริงๆ หากดูทุกข้อเป็นบวกมากกว่าเป็นลบ การที่ยังบอกว่าไม่เชื่อมั่นคือไม่มั่นใจ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลเพิ่งทำงาน 3 เดือน ผลงานทางด้านเศรษฐกิจเรื่องดิจิทัลวอลเล็ตที่ประชาชนพอใจมาก และอีกหลายเรื่องที่เชื่อมั่น
ดังนั้นการที่ยังไม่เชื่อมั่นและผลออกมามากกว่า 50% ที่หมิ่นเหม่แบบนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าดูทั้งระบบความไม่เชื่อมั่นเกิดขึ้นจากสภาพการทำงานที่ยังมีเวลาน้อยไป บางที 3 เดือนยังไม่ทันทำอะไรที่เป็นผลงานออกมา ทำได้เพียงเริ่มต้น ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องทำต่อไป ผมคิดว่าเวลาน้อยไปที่จะถามคำถามนี้
๐ มาเงียบแต่ฟาดเรียบ หลังผลการเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ชัยชนะ 3 คน ได้แก่ 1.นางอัจฉรา ทวีเกื้อกุลกิจ (รองจอย) อดีตรองนายก อบจ.ตาก ผู้สมัครหมายเลข 1 ภรรยาของของนายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ อดีต สส.ตาก และอดีตที่ปรึกษา รมว.แรงงาน และสมาชิกพรรคภูมิใจไทย
2.นายอัครเดช ทองใจสด เบอร์ 1 อดีตนายก อบจ.เพชรบูรณ์ 6 สมัย และ 3. นายอนุชิต เหลืองชัยศรี หรือ “เสี่ยชิต” ผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครบุรีรัมย์ หมายเลข 1 หัวหน้าทีมกลุ่ม “คนบุรีรัมย์”
โดยใน 3 พื้นที่ดังกล่าว พบว่าเป็นเครือข่ายและคนใกล้ชิดพรรคสีน้ำเงิน หรือพรรคภูมิใจไทย ถึงแม้ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะปฏิเสธว่าไม่ได้ส่งผู้สมัครเลือกตั้งท้องถิ่นในนามพรรคภูมิใจไทยก็ตาม แต่เบื้องหลังการทำงาน และสร้างเครือข่ายของเลือดน้ำเงินนั้น น่าจับตา เช่น การเปิดดีลลับกับนายอัครเดชจากดินแดนมะขามหวาน แว่วว่าเตรียมนำเครือข่ายของตัวเองเข้ามาอยู่ค่ายสีน้ำเงิน ในการเลือกตั้ง สส.ครั้งหน้า เนื่องจากพรรคพลังประชารัฐ สส.ที่ตัวเองเชื่อมโยงกับ “สันติ พร้อมพัฒน์” อาจจะอยู่ไม่ถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า
หลังอนาคตการเมืองของ ลุงป้อม ยังไม่รู้จะไปต่อทางการเมืองได้อีกหรือไม่ ขณะที่จะไปซบพรรคเพื่อไทยก็อาจจะเข้าคิวนาน หรือยังเจ็บใจหลังตกขบวน ครม.รอบนี้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
"หนังหน้าไฟ" ได้ไปต่อ! หลัง 7 เสือ กกต. ลงมติพิจารณาการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2568 ของ "แสวง บุญมี" เลขาธิการ กกต. ปรากฏว่าเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 โหวตผ่านการประเมิน อยู่ต่อจนครบสัญญาในวันที่ 31 มี.ค.2570
บันทึกหน้า 4
ต้องยอมรับว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นหนึ่งในนายกฯ ที่ถูกสังคมและฝ่ายตรงข้ามจับผิดมากที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ ไม่ว่าจะขยับตัวหรือเอ่ยอ้างเรื่องใด ก็มักมีคนจองกฐินเป็นทิวแถว ซึ่ง ล่าสุดก็คงไม่พ้นเรื่อง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ซึ่งเจ้าตัวพูดถึงเรื่องการควบคุมอาวุธปืน โดยหลังจากเผยแพร่ออกไปทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายแค้น รวมถึงคนอยากมีแสงก็รุมเข้ามายิ่งกว่าแร้งเห็นศพอย่างไรอย่างนั้น ...๐
บันทึกหน้า 4
ช่วงนี้สังคมไทยมี คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญอย่างต่อเนื่อง เป็นข่าวฉาวไปทั่วโลก ล่าสุด นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี หลังก่อเหตุนายฉลอง
บันทึกหน้า 4
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด วิกฤตการณ์ทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นถือเป็นบททดสอบสำคัญของกระทรวงมหาดไทยภายใต้การกำกับดูแลของ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ออกมาประกาศความคืบหน้าในการดำเนินการทางอาญาต่อกลุ่มผู้ทุจริต
บันทึกหน้า 4
เป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ต้องเริ่มต้นด้วยการแสดงความเสียใจและอาลัยจากใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุโศกนาฏกรรมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ...เหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์จบลง แต่คำถามของสังคมยังวนเวียนหลอกหลอน “เราจะทำอย่างไร...ไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก?!?”
บันทึกหน้า 4
ไร้นักการเมืองโกง! ยังเป็นประเด็นคาใจที่ฝ่ายค้านตั้งคำถามทุกวัน ตัดตอนจบแค่บิ๊กข้าราชการ "รังสิมันต์ โรม" รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรรมและสิทธิมนุษยชน

