เอาที่สบายใจ

อย่าเพิ่งยุบสภานะ!

ผมขอร้องทั้งนายกฯ แพทองธาร ทั้งนายทักษิณ ชินวัตร นั่นแหละ เพราะไม่รู้ใครมีอำนาจ (ตัดสินใจ) เหนือใครใน “รัฐบาล ‘พ่อ’ เลี้ยง” นี้?

และที่ร้องขอก็ไม่ใช่เพื่อจะรอได้เห็นคนไทยมีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี อะไรนั่นหรอก พอดีเห็นข่าวจาก “ผู้จัดการออนไลน์” เมื่อวันก่อน พาดหัว..

ผลงานชิ้นโบแดง “หิมาลัย” เผย “พีระพันธุ์-เอกนัฏ” ผสานกำลังปลดล็อก “โซลาร์รูฟท็อป” ได้สำเร็จ

ซึ่ง “หิมาลัย” ในที่นี้ก็คือ “ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ” ผู้อำนวยการพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้เปิดเผยว่า จากความร่วมมือกันทำงานของ 2 กระทรวง

อันได้แก่ กระทรวงพลังงาน ที่นำโดยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

และกระทรวงอุตสาหกรรม ที่นำโดยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ที่ได้ร่วมมือกันในการเดินหน้าแก้พระราชบัญญัติ 4 พระราชบัญญัติอันเกี่ยวเนื่องกับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป เพื่อช่วยปลดล็อกความสะดวกสบาย

และการเข้าถึงการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ของประชาชนและผู้ประกอบการให้สามารถเข้าถึงการใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น ก่อนประสบความสำเร็จในที่สุด

ซึ่งตนเองถือว่า นี่เป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์การเดินหน้าการใช้พลังงานสะอาดครั้งสำคัญของประเทศไทย และควรต้องให้เครดิตความดีความชอบแก่นายพีระพันธุ์และนายเอกนัฏเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากเรื่องโซลาร์รูฟท็อปแล้ว นายพีระพันธุ์และนายเอกนัฏ ในฐานะผู้บริหารของกระทรวงพลังงานและกระทรวงอุตสาหกรรม ตามลำดับ

ยังอยู่ระหว่างการทำงานร่วมกันเพื่อพิจารณาขยายกรอบการปลดล็อกโซลาร์ฟาร์ม (Solar Farm) และโซลาร์โฟลตติ้ง (Solar Floating)

เพื่อส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนได้ใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นฮับของพลังงานสะอาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย

สำหรับ การปลดล็อกโซลาร์รูฟท็อปในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เมื่อช่วงเช้าของวันอังคารที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอขอ

ให้ ครม.อนุมัติร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ ... (พ.ศ. ....) ออกตามความในพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 กำหนดยกเว้นให้การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์

ที่ติดตั้งบนหลังคา หรือโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) ทุกกำลังการผลิต ไม่เข้าข่ายเป็นโรงงานและไม่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน

ซึ่งต่างจากเดิมที่กฎหมายโรงงานกำหนดให้การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อปที่มีกำลังการผลิตตั้งแต่ 1,000 กิโลวัตต์ ต้องขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน

ซึ่งจากนี้จะต้องรอการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการต่อไป...

ซึ่งการปลดล็อก นอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกและส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดของคนไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอกชนรายย่อย

ให้สามารถเข้าถึงการใช้ไฟฟ้าสะอาดจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้แล้ว ยังจะกลายเป็นจุดแข็งสำคัญที่จะตอบสนองต่อเทรนด์การค้าโลกในอนาคต

และช่วยดึงดูดการลงทุนต่างประเทศ (FDI) ให้เพิ่มมากขึ้น ทั้งยังจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ตามนโยบาย “ซีโรคาร์บอน (Zero Carbon Emissions)” และนโยบายปฏิรูปอุตสาหกรรมไทยสู่ “อุตสาหกรรมเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืนคู่ชุมชน”

ที่สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย โดยจากนี้ไปการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในประเทศไทย ย้ำอีกครั้งว่า

จะไม่ต้องขอจดทะเบียนเป็นโรงงานอีกต่อไป อันจะไม่ขัดต่อกฎหมายผังเมืองด้วย”

ครับ..จะขัดคอ-ขัดใจ-ขัดแย้งกันอย่างไร-แค่ไหน แต่เพื่อเห็นแก่ประโยชน์ชาติ-ประชาชน รอให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเสียก่อนเถอะนะ!

จากนั้นจะยุบหรือจะลาออกก็เอาตามที่ พ่องสบายใจ!.

 

สันต์ สะตอแมน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผลงานชิ้นโบแดง!

ขอสารภาพตามตรง..อาย “ฮุน เซน” (ว่ะ)! ก็..อายในความเป็นผู้หลัก-ผู้ใหญ่ของบ้านเมือง และเป็น “ประธานวุฒิสภากัมพูชา” ที่มีสำนึกรัก-หวงแหนในวัฒนธรรม ภาษา..

ขอโอกาสให้หนังเล็กมีเวลา

ครั้งที่ 4 แล้ว (เหรอ) นะ! ผมหมายถึงงาน “Pattaya International Film Festival 2026 เทศกาลภาพยนตร์เมืองพัทยา” ที่เป็นความร่วมมือระหว่างเมืองพัทยา วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี, อพท.พัทยา

ห้ามคนไทยเข้า!

เลอะเทอะแล้วๆ! นี่..เห็นจะต้องพูดกับคุณเรโด้ พิธีกรรายการ “ไทยรัฐทอล์ค” ตรงๆ อย่างนี้แหละ พลันที่เห็นเจ้าตัวโพสต์.. “รอหน่อยทองแสนมาแน่ แปดหมื่นมาก่อนปีนี้”

ฝาก'ปืนเถื่อน'กับนายกฯ

มันจะเอิกเกริก-ใหญ่โตไปไหม? ผมถามรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาฯ คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง น่ะ เห็นท่านพูดถึงเหตุกราดยิงที่ จ.นนทบุรี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีประโยคหนึ่งว่า..

ต้องขอ ‘คารวะ’

ผมน่ะเข้าใจแต่ “กำแพงประเพณี”.. บทเพลงที่ “คุณอาณัติ พุทธมาศ” ทั้งแต่งเอง-ขับขานเอง (นักเลงพอ) เมื่อหลายสิบปีก่อนนู้น โดยตัวเขาได้อธิบายด้วยภาษากวีที่งดงาม ลึกซึ้ง กินใจ ดังขึ้นต้นว่า..

จากนายกฯถึง ‘ล่าม’

“นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของเมืองไทยหลังคุณอนุทิน ชาญวีรกูล คือใคร”? เนี่ย..ผมไม่ได้ถาม แต่เป็นคุณน้อง “เรโด้” พิธีกรรายการ “ไทยรัฐ ทอล์ก” ที่ถาม และไม่ได้ถามผู้ชม-คนดู หากแต่ได้ถามเอากับ “หมอปลาย พรายกระซิบ”..