
หยิกแกมหยอก หรือเหน็บแนมทีเล่นทีจริงพอได้ยิ้มหัว
นั่นคือ เจตนารมณ์ ความตั้งใจแรกในการมอบฉายาให้กับ “ดารา นักร้อง คนบันเทิง” ที่ผม (สันต์ สะตอแมน) ได้เสนอต่อนายกสมาคมนักข่าวบันเทิงในยุคนั้น
และหลังจากคณะกรรมบริหารสมาคมฯ เห็นดี-เห็นงามกันแล้ว ก็ได้ดำเนินการตั้งฉายากันมาแต่ครั้งกระโน้น-หลายปีแล้ว
จำได้ประชุมครั้งแรก พวกเราได้ใช้สถานที่กันที่ห้องประชุมของสมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ที่อาร์ซีเอ ในยุค “เสี่ยเจียง” เป็นนายกฯ
ผมยังจำด้วยว่า ในที่ประชุมผมได้ย้ำกับเพื่อนพ้องน้องพี่ ว่าการตั้งฉายานั้นต้องไม่ทำให้ใครต้องเสียหาย เสียเกียรติ เสียศักดิ์ศรี หรือด้อยค่า และห้ามใช้อคติมาร่วมพิจารณา
เน้น..การใช้คำ-ภาษาให้เหมาะสม สร้างสรรค์ ไม่หยาบคาย ไม่ก้าวร้าว ต้องลักษณะหยิกแกมหยอกที่สร้างรอยยิ้มให้กับสังคมได้!
ซึ่งตลอด 4-5 ปีมาก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรต่อกันระหว่างผู้ได้รับฉายากับนักข่าวบันเทิง แต่หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้มีโอกาสร่วมตั้งฉายากับเพื่อนพ้องน้องพี่อีกเลย
กระทั่งช่วงระยะสั้นๆ ที่ผมเป็นนายกสมาคมฯ ก็ไม่ได้ร่วมสังฆกรรมในเรื่องนี้ จะเพราะอะไร ขอไม่คุ้ยขุดมาพูดถึงดีกว่า
ที่หยิบเรื่องส่วนตัวมาเกริ่น แทนที่จะกล่าว “ส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่” นำความสดชื่นแจ่มใสต่อจิตใจมาเปิดหัว
ก็..สืบเนื่องจากช่วงส่งท้ายปี “สมาคมนักข่าวบันเทิง” ที่ว่า ได้ตั้งฉายาให้กับดารา และ 1 ในนั้นก็มีคุณเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ที่ได้รับฉายา “ม่ายใจเริง” รวมอยู่ด้วย
เธอกระเทือนใจมากกับฉายาที่ได้รับ ถึงกับได้ระบายผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า “ม่ายใจเริง แต่ลืมนึกถึงใจเขา ใจเรารึเปล่า…จะสิ้นปีแล้ว เราควรมีสิ่งดีๆ ให้กัน
แต่ธรรมเนียมการตั้งฉายาจากสมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิง รวมกันตั้งให้ผู้อื่นทุกข์ใจนั้นเหมาะสมแล้วหรือคะ หลายปีที่ผ่านมามีการตั้งฉายาให้เจน..เจนไม่ว่าอะไร
เข้าใจได้ว่าแซวกันบนขอบเขตงาน แต่ปีนี้ ฉายา ม่ายใจเริง นั้น มีความหมายถึงสถานะทางครอบครัว และสังคม ที่สำคัญไม่ได้บอกถึงผลงาน
แต่เป็นการ “ไม่ให้เกียรติ” ต่อการเป็นผู้หญิงของเจน
เจนทำงานทุกอย่างด้วยความสุจริตตามงานที่เจนได้รับมอบหมายเพื่อดูแลครอบครัว แต่การตั้งฉายานี้ไม่ได้ส่งผลที่ดีต่องานและครอบครัวเจน…
เจนไม่ได้อยากเป็นม่าย แต่เจนก็พยายามที่สุดแล้วในการรักษาสถานะครอบครัว ใจเริง หมายถึง ใจที่มีรักมากมาย?? ตัดสินเจนจากอะไรคะ หน่วยงานอื่นตั้งฉายาจากผลงานการทำงาน
สมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิง ตั้งฉายานี้จาก ปัญหาชีวิตครอบครัวเจน เจนต้องรับฉายานี้เหรอคะ การตั้งฉายาให้คนอื่นสนุกปากจากความทุกข์ของอีกฝ่ายมันต่างจากการบูลลี่มั้ยคะ…
คำว่า ธรรมเนียม คือ การยึดถือปฏิบัติต่อๆ กันมา แต่ควรเป็นเรื่องที่ดี หรือเปล่าคะ อยากให้นึกถึงใจเขาใจเราค่ะ ถ้าเป็นเราเกิดขึ้นกับคนในครอบครัวเราหรือคนที่เรารัก
เราจะรู้สึกอย่างไร “สื่อที่ดี” ต้องสื่อสารด้วยความเป็นธรรม ถูกต้อง และ “มีความรับผิดชอบ" อย่าให้ความบันเทิง มันเกินเลยเส้นแบ่งของจริยธรรมเลยนะคะ”
ครับ..ใครเป็นนายกฯ ควรจะเผยหน้า-เผยตัวออกมาขอโทษ-ขอโพยเธอและสังคมเสียหน่อยก็ดี อย่าให้ความรู้สึกเจ็บปวดใจของคุณเจนี่ต้องติดค้างข้ามปีไปเลย
อีกอย่าง นักข่าวบันเทิงตัวจริง-เสียงจริงก็จะพลอยได้รู้จักตัวนายกฯ ของพวกเขาด้วย หน้าตาเป็นอย่างไร-รูปหล่อแค่ไหน?
เอาล่ะ..พรุ่งนี้ปีใหม่แล้ว อะไรที่ทำให้ใจขุ่นมัว ปัดมันออกไปให้สิ้น เริ่มต้นปีหน้าขอให้มีแต่สิ่งที่ดีให้กับทุกท่าน-ทุกคนตลอดปี-ตลอดไป..
สวัสดีส่งท้ายปีครับ!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผลงานชิ้นโบแดง!
ขอสารภาพตามตรง..อาย “ฮุน เซน” (ว่ะ)! ก็..อายในความเป็นผู้หลัก-ผู้ใหญ่ของบ้านเมือง และเป็น “ประธานวุฒิสภากัมพูชา” ที่มีสำนึกรัก-หวงแหนในวัฒนธรรม ภาษา..
ขอโอกาสให้หนังเล็กมีเวลา
ครั้งที่ 4 แล้ว (เหรอ) นะ! ผมหมายถึงงาน “Pattaya International Film Festival 2026 เทศกาลภาพยนตร์เมืองพัทยา” ที่เป็นความร่วมมือระหว่างเมืองพัทยา วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี, อพท.พัทยา
ห้ามคนไทยเข้า!
เลอะเทอะแล้วๆ! นี่..เห็นจะต้องพูดกับคุณเรโด้ พิธีกรรายการ “ไทยรัฐทอล์ค” ตรงๆ อย่างนี้แหละ พลันที่เห็นเจ้าตัวโพสต์.. “รอหน่อยทองแสนมาแน่ แปดหมื่นมาก่อนปีนี้”
ฝาก'ปืนเถื่อน'กับนายกฯ
มันจะเอิกเกริก-ใหญ่โตไปไหม? ผมถามรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาฯ คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง น่ะ เห็นท่านพูดถึงเหตุกราดยิงที่ จ.นนทบุรี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีประโยคหนึ่งว่า..
ต้องขอ ‘คารวะ’
ผมน่ะเข้าใจแต่ “กำแพงประเพณี”.. บทเพลงที่ “คุณอาณัติ พุทธมาศ” ทั้งแต่งเอง-ขับขานเอง (นักเลงพอ) เมื่อหลายสิบปีก่อนนู้น โดยตัวเขาได้อธิบายด้วยภาษากวีที่งดงาม ลึกซึ้ง กินใจ ดังขึ้นต้นว่า..
จากนายกฯถึง ‘ล่าม’
“นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของเมืองไทยหลังคุณอนุทิน ชาญวีรกูล คือใคร”? เนี่ย..ผมไม่ได้ถาม แต่เป็นคุณน้อง “เรโด้” พิธีกรรายการ “ไทยรัฐ ทอล์ก” ที่ถาม และไม่ได้ถามผู้ชม-คนดู หากแต่ได้ถามเอากับ “หมอปลาย พรายกระซิบ”..

