
“แม้แก่แล้ว..
แต่ผมจะช่วยเต็มที่ ชำระหนี้ให้กับประชาชน ด้วยการกลับมาทำงานคืนให้ประชาชน”
นี่..แสดงว่านายทักษิณ ชินวัตร ได้สำนึกผิด-ยอมรับแล้วสิว่าตั้งแต่รัฐบาลไทยรักไทยมาถึงพรรคเพื่อไทย ได้สร้างหนี้ให้กับประเทศ-ประชาชนไว้มหาศาล
โดยเฉพาะ “หนี้” จากโครงการรับจำนำข้าวที่มีการโกงกันฉิบหายวายป่วงนับแสนๆ ล้านจนรัฐมนตรีต้องติดคุก แม้รัฐบาลยุคลุงตู่จะได้ใช้หนี้ไปบ้างแล้ว แต่ถึงตอนนี้ก็ยังล้างหนี้ไม่หมด!
ก็..ขอบคุณนะที่ยังมีสำนึกจะ “ทำงานคืนให้ประชาชน” แต่นายทักษิณเป็นใคร มีตำแหน่งแห่งหนอะไรหรือ หรือว่าการครอบครองนายกฯ ได้ จะหมายถึง..
มีอำนาจคับประเทศที่จะทำอะไรก็ได้ตามที่ตัวเองต้องการ!
หรือเพราะคุยกับพระเจ้าได้ จึงมั่นอก-มั่นใจถึงกับประกาศเป็นสัญญิง-สัญญาออกมาเช่นนี้ หรือ (อีกที) นี่เป็นแค่ลีลา-วาทกรรมในการหาเสียงให้กับผู้สมัคร อบจ.เชียงใหม่เท่านั้น?
แก่แล้ว..กำลังวังชาไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาอยู่ที่สมง-สมองยังสมบูรณ์พร้อมอยู่ใช่ไหม ที่ถามเพราะได้ยิน (อ่าน) คำพูดประโยคหนึ่ง..
“เขาเอาตนไปไว้เมืองนอก ตนกลับมาแล้ว ยังเอาตนไปไว้โรงยา เพิ่งจะได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวัน”
แบบนี้ต้องรีบกลืนยาให้ไว อาการกำเริบหนักแล้วล่ะ..ใครกันหรือที่เอานายทักษิณไปไว้เมืองนอก แต่จากประวัติศาสตร์บันทึกไว้ให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษา..
รัฐบาลไทยรักไทยถูกยึดอำนาจปี 49 ในขณะที่นายทักษิณ (นายกฯ) เดินทางไปนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ
หลังลี้ภัยในต่างประเทศอยู่ 1 ปี 5 เดือน..วันที่ 28 กุมภา.2551 นายทักษิณได้เดินทางกลับเข้ามาประเทศไทย และ “ก้มลงกราบพื้น”..
ก่อนจะเข้ามอบตัวที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีตกเป็นจำเลยในคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก ร่วมกับภริยา และศาลอนุมัติให้ประกันตัว
ต่อมาเมื่อเห็นท่าว่าจะติดคุก นายทักษิณจึงได้ขออนุญาตศาลฯ เดินทางออกนอกประเทศ โดยให้เหตุผล ไปปฏิบัติภารกิจที่ประเทศจีนและญี่ปุ่น แต่ไม่เดินทางกลับประเทศไทยอีกเลย!
อย่างนี้ก็ชัดเจน ไม่มี “เขา” หรือใครเอานายทักษิณไปไว้เมืองนอก มีแต่นายทักษิณเองนั่นแหละที่หนีคดี-หนีคุกไป (เสวยสุข) อยู่เมืองนอกแล้วคอยป่วนประเทศให้วุ่นวาย!
ส่วนที่ว่า.. “ตนกลับมาแล้ว ยังเอาตนไปไว้โรงยา” นั้น ช่างกล้าพูดเนาะ ก็ไม่เพราะเป็นความต้องการของตัวเองดอกรึ..
ถึงได้เกิด “ปมป่วยทิพย์” ชั้น 14 รพ.ตำรวจ จนทำท่าจะติดคุกกันระเนระนาดอยู่ในขณะนี้น่ะ!
พวกเขาอุตส่าห์เสี่ยงคุก หาช่อง-หาทางเพื่อให้เศรษฐีผู้มั่งคั่งรอดจากการนอนในเรือนจำที่แออัด มีแค่ผ้าห่ม 3 ผืน ได้นอนบนเตียงฟูกหนาในห้องวีไอพีที่แอร์เย็นฉ่ำ..
แล้วยังมาทำเป็นปากดีหาว่า “เอาตนไปไว้โรงยา” อย่างงี้มันน่าน้อยใจไหม..หือ?
เออ..แล้วตกลงหน้าที่ “ผู้ช่วยหาเสียง” ที่เดินสายขึ้นเวทีอยู่ตอนนี้ เป็นการช่วยหาเสียงให้กับ อบจ. หรือหาเสียงให้พรรคเพื่อไทยกันแน่?
เห็นที่ จ.ลำพูน นายทักษิณอ้อน.. “เลือกตั้งครั้งหน้าก็ขอให้เลือก พท.ให้หมด เพราะคราวที่แล้วได้น้อยไปหน่อย มีพรรคร่วมรัฐบาลเยอะ ทำงานได้ แต่ช้า
คราวหน้าให้มีพรรคร่วมน้อยๆ เอาเพื่อไทยเยอะๆ รับรองว่าทำงานแล้วจะรวยเหมือนสมัยพรรคไทยรักไทย มันใหญ่ ทำงานได้เร็ว
เพราะรัฐมนตรีอยู่ด้วยกัน อยู่สังกัดเดียวกันหมด ไม่มีเลศนัยเล่ห์เหลี่ยม..มั่นใจว่าเลือกตั้งครั้งหน้าจะกลับมาที่หนึ่งให้ได้ และได้ให้ถึง 200 กว่า..”
โห..เพื่อไทย 200 กว่า บวกก้าวไกลอีก 200 กว่า..2 พรรครวมกันจัดตั้งรัฐบาล..
คงจะสำราญกันล่ะมรึง!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผลงานชิ้นโบแดง!
ขอสารภาพตามตรง..อาย “ฮุน เซน” (ว่ะ)! ก็..อายในความเป็นผู้หลัก-ผู้ใหญ่ของบ้านเมือง และเป็น “ประธานวุฒิสภากัมพูชา” ที่มีสำนึกรัก-หวงแหนในวัฒนธรรม ภาษา..
ขอโอกาสให้หนังเล็กมีเวลา
ครั้งที่ 4 แล้ว (เหรอ) นะ! ผมหมายถึงงาน “Pattaya International Film Festival 2026 เทศกาลภาพยนตร์เมืองพัทยา” ที่เป็นความร่วมมือระหว่างเมืองพัทยา วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี, อพท.พัทยา
ห้ามคนไทยเข้า!
เลอะเทอะแล้วๆ! นี่..เห็นจะต้องพูดกับคุณเรโด้ พิธีกรรายการ “ไทยรัฐทอล์ค” ตรงๆ อย่างนี้แหละ พลันที่เห็นเจ้าตัวโพสต์.. “รอหน่อยทองแสนมาแน่ แปดหมื่นมาก่อนปีนี้”
ฝาก'ปืนเถื่อน'กับนายกฯ
มันจะเอิกเกริก-ใหญ่โตไปไหม? ผมถามรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาฯ คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง น่ะ เห็นท่านพูดถึงเหตุกราดยิงที่ จ.นนทบุรี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีประโยคหนึ่งว่า..
ต้องขอ ‘คารวะ’
ผมน่ะเข้าใจแต่ “กำแพงประเพณี”.. บทเพลงที่ “คุณอาณัติ พุทธมาศ” ทั้งแต่งเอง-ขับขานเอง (นักเลงพอ) เมื่อหลายสิบปีก่อนนู้น โดยตัวเขาได้อธิบายด้วยภาษากวีที่งดงาม ลึกซึ้ง กินใจ ดังขึ้นต้นว่า..
จากนายกฯถึง ‘ล่าม’
“นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของเมืองไทยหลังคุณอนุทิน ชาญวีรกูล คือใคร”? เนี่ย..ผมไม่ได้ถาม แต่เป็นคุณน้อง “เรโด้” พิธีกรรายการ “ไทยรัฐ ทอล์ก” ที่ถาม และไม่ได้ถามผู้ชม-คนดู หากแต่ได้ถามเอากับ “หมอปลาย พรายกระซิบ”..

