
“ส่วนตัวสนับสนุนสมรสเท่าเทียม
ใครจะเป็นยังไงก็สนับสนุน ไม่ได้กระแดะพูดว่าสนับสนุน แต่ใจไปรังเกียจ น้องที่แต่งเครื่องแบบไปจดทะเบียนวันนั้น ถ้าแต่งเครื่องแบบไปจดทะเบียนเฉยๆ มันไม่เป็นไร
แต่แต่งเครื่องแบบไปจูบไปหอมกันไม่เหมาะ แสดงว่าตอนฝึกอบรมในโรงเรียน เขาไม่ได้สอนน้องว่าแต่งเครื่องแบบแล้วต้องวางตัวอย่างไร
มันเป็นจริยธรรมตำรวจ ต้องรู้จักกาลเทศะ ที่ออกมาด่ามาว่าเด็กมันจะได้รู้บ้าง เดี๋ยวนี้เด็กไม่รู้ระเบียบ”
นี่..น่าจะเป็นคำตอบ “แบบมีเหตุผล” ของ พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกสร ตามที่คุณไพรวัลย์ วรรณบุตร อยากรู้ และเมื่อรู้แล้วก็คงจะได้เข้าใจ ไม่ตอแยต่อกันให้เป็นที่ขุ่นเคืองใจกันอีก!
ส่วนคุณณวัฒน์ อิสรไกรศีล ที่โพสต์.. “เรวัช มึ-แก่ล้าหลังมากหัดเคารพสิทธิมนุษยชนของคนอื่นบ้าง” นั้น
ถ้าลองขึ้นมึง-ขึ้นกูอย่างงี้แล้ว ดูท่าจะยังคงต่อปากต่อคำกันอีกหลายยก เพราะคำว่า “เคารพสิทธิของผู้อื่น” ก็มีมุมที่ต่างคน-ต่างมอง
พล.ต.ท.เรวัชใช้สิทธิในความเป็นรุ่นพี่ วิพากษ์ (ด่า) วิจารณ์น้องร่วมสถาบัน ก็น่าจะเป็นสิทธิที่กระทำได้ตามประสาน้อง-พี่ ส่วนคนอื่นจะเคารพสิทธิของท่านหรือไม่นั้น..
ก็เป็นสิทธิอีกเช่นกัน อย่างคุณณวัฒน์ คุณไพรวัลย์จะด่าท่านเพราะไม่เคารพสิทธิก็ไม่ผิด!
ฉะนั้น เรื่องของการเคารพสิทธิมนุษยชน จะสรุปเอาจากมุมมอง-ความรู้สึกตัวเองเห็นจะไม่ถูกเสียทีเดียว การที่เราตำหนิเขา-ด่าเขา ก็เข้าข่ายไม่เคารพสิทธิผู้อื่นเช่นกันนั่นแหละ?
ครับ..การเสียชีวิตของคุณแตงโมกำลังกลับมาเป็นข่าวให้ติดตามด้วยใจระทึก โดยเฉพาะกับกลุ่มคนบนเรือ ส่วนผมมานั่งคิดเล่นๆ ก็เห็นจะตรงกับภาษิตจีนที่ว่า..
“เหม่ยลี่ ตะ หนิ่วเหริน หวางหว่าง ฉื่อ ปู๋ซึ่งต่า” ที่แปลความจากผู้เข้าใจภาษาว่า.. “หญิงงามมักอาภัพ” ซึ่งจะตรงข้ามกับที่เราเข้าใจคำพังเพยไทยที่ว่า “นารีมีรูปเป็นทรัพย์” เลยนะ!
และหลัง 3 นักสืบมือพระกาฬเขาร่วมแรงร่วมใจร่วมเสี่ยงขุดค้นหาความจริงกรณีแตงโมงตายด้วยสาเหตุอะไรขึ้นมาอีกครั้ง..
ตอนแรกก็ไม่ได้คาดหวังอะไร กระทั่งตอนนี้ที่ได้ “มือถือ” นัยว่าเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้คดีนี้พลิก ผมก็ยังไม่มั่นใจอยู่ดี!
อย่างไรก็ตาม ผมก็ขอเป็นกำลังใจให้คุณปานเทพ คุณอัจฉริยะ คุณหมอธวัชชัย จงประสบความสำเร็จกับการสะสางคดี เพื่อที่จะได้รู้ความจริง!
และขณะที่นั่งเป็นกำลังใจอยู่นี้ ผมก็ให้นึกย้อนถึงจินตนิยายอมตะแนวโศกนาฏกรรมของ “พนมเทียน” เรื่อง “จุฬาตรีคูณ” ขึ้นมาในหัว
เห็นภาพ “พระนางดาราราย” ผู้มีสิริโฉมงดงาม พระมารดาของเจ้าหญิงดารารายพิลาส ด้วยชะตากรรมของสองหญิงแม่ลูกต้องถูกถ่วงน้ำสิ้นชีพ แม้ต่างกรรมต่างวาระ
แต่เป็นดัง “รอยเกวียนเวียนซ้ำรอยโค” ในจุดเดียวกัน คือจุดที่สายน้ำ 3 สาย มาบรรจบกันที่เรียกว่า.. “จุฬาตรีคูณ”!
ตอนที่นิยายเรื่องนี้ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ นัยว่าเพลง “จุฬาตรีคูณ” ดังมาก ทำผู้ชมน้ำตาแตกไปตามๆ กัน และต่อมามีการสร้างเป็นหนังอีกหลายครั้ง
ผู้กำกับ คุณมานพ อุดมเดช คนคุ้นเคยกัน ก็ได้เคยปรารภกับผม อยากสร้างกับเขาเหมือนกัน เพราะซาบซึ้งในเรื่องนี้เอามากๆ แต่ยังไงไม่ทราบ เงียบๆ ไป
ถ้าให้เดา ก็คงเพราะหานายทุนยุคนี้มาซาบซึ้งกับแกไม่ได้น่ะแหละ!
ซึ่งการจากไปของน้องแตงโมนั้นใกล้เคียงกับดารารายและดารารายพิลาส ต่างแต่ปริศนาการเสียชีวิตของเธอ ที่ 3 มือพระกาฬและชาวประชาเชื่อว่าเธอไม่ได้เสียชีวิตในสายน้ำ..
ดังเช่นพระนางดาราราย กับเจ้าหญิงดารารายพิลาส แต่มีจุดร่วมมีสาเหตุเดียวกัน นั่นคือ ความสวยของพวกนาง..หญิงงามมักอาภัพ!
อีกหญิงงามที่เข้ากับภาษิตจีนดังว่า ถ้ายังมีชีวิตอยู่ถึงปัจจุบัน ก็จะมีวัย 75 แล้ว คนรุ่นใหม่น้อยคนจะรู้ชื่อหรือเคยเห็นผลงานการแสดงของเธอ
ใช่.. ผมกำลังพูดถึง “คุณวันดี ศรีตรัง” ดวงดาวที่จากไป ทิ้งไว้แต่ร่องรอยปริศนาที่ไม่อาจทำให้กระจ่างได้ชั่วนิรันดร์
และตัวละครทุกคนที่เกี่ยวข้องในคดีของเธอก็ล้วนสิ้นชีพกันไปตามเวรตามกรรมหมดแล้ว!
สำหรับน้องแตงโม สาธารณชนต่างจับตาดูฉากสุดท้าย ด้วยหวังว่า จะไม่ซ้ำรอยกับปริศนามรณะของอดีตนางเอกรุ่นคุณแม่ของน้อง
มันจะต้องไม่เป็นข้อกังขาอันมืดมนชั่วกัปชั่วกัลป์!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผลงานชิ้นโบแดง!
ขอสารภาพตามตรง..อาย “ฮุน เซน” (ว่ะ)! ก็..อายในความเป็นผู้หลัก-ผู้ใหญ่ของบ้านเมือง และเป็น “ประธานวุฒิสภากัมพูชา” ที่มีสำนึกรัก-หวงแหนในวัฒนธรรม ภาษา..
ขอโอกาสให้หนังเล็กมีเวลา
ครั้งที่ 4 แล้ว (เหรอ) นะ! ผมหมายถึงงาน “Pattaya International Film Festival 2026 เทศกาลภาพยนตร์เมืองพัทยา” ที่เป็นความร่วมมือระหว่างเมืองพัทยา วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี, อพท.พัทยา
ห้ามคนไทยเข้า!
เลอะเทอะแล้วๆ! นี่..เห็นจะต้องพูดกับคุณเรโด้ พิธีกรรายการ “ไทยรัฐทอล์ค” ตรงๆ อย่างนี้แหละ พลันที่เห็นเจ้าตัวโพสต์.. “รอหน่อยทองแสนมาแน่ แปดหมื่นมาก่อนปีนี้”
ฝาก'ปืนเถื่อน'กับนายกฯ
มันจะเอิกเกริก-ใหญ่โตไปไหม? ผมถามรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาฯ คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง น่ะ เห็นท่านพูดถึงเหตุกราดยิงที่ จ.นนทบุรี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีประโยคหนึ่งว่า..
ต้องขอ ‘คารวะ’
ผมน่ะเข้าใจแต่ “กำแพงประเพณี”.. บทเพลงที่ “คุณอาณัติ พุทธมาศ” ทั้งแต่งเอง-ขับขานเอง (นักเลงพอ) เมื่อหลายสิบปีก่อนนู้น โดยตัวเขาได้อธิบายด้วยภาษากวีที่งดงาม ลึกซึ้ง กินใจ ดังขึ้นต้นว่า..
จากนายกฯถึง ‘ล่าม’
“นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของเมืองไทยหลังคุณอนุทิน ชาญวีรกูล คือใคร”? เนี่ย..ผมไม่ได้ถาม แต่เป็นคุณน้อง “เรโด้” พิธีกรรายการ “ไทยรัฐ ทอล์ก” ที่ถาม และไม่ได้ถามผู้ชม-คนดู หากแต่ได้ถามเอากับ “หมอปลาย พรายกระซิบ”..

