
นี่..ถ้าเป็นแนวคิดนายกฯ ลุงตู่
เห็นจะไม่ได้ยินคำเทศนาที่ละมุนแบบ.. “ปัญหาเรื่องน้ำเมา หรือที่เรียกว่าน้ำผลาญสตินั้น คนเราถ้าสติไม่ดี ก็จะเกิดเรื่องเสียๆ ได้โดยง่าย
แต่ถ้าเราสติดีมันเป็นเครื่องช่วยยับยั้งหักห้ามเหนี่ยวรั้งเอาไว้ให้ ขอให้ดูเหตุดูผลกันให้ดีก่อน แต่ถ้าคิดว่าเศรษฐกิจมันไม่ดีจนต้องใช้วิธีนี้มาแก้ไขก็แล้วแต่
ขอให้คณะรัฐมนตรีและท่านนายกรัฐมนตรี ไปชั่งดู ทำดูซักพักนึงก็ได้ ผลได้ผลเสีย ผลดีผลร้าย อันไหนเกิดมากกว่ากัน ถ้ามันเสียมากกว่าได้นะ ก็ขอให้ยับยั้งไว้ก่อน
แต่ถ้ามันได้ดีขึ้นทุกด้าน เศรษฐกิจดี ศีลธรรมดี ก็ค่อยทำไป แต่ถ้ามันไม่ดี ได้ไม่คุ้มเสียล่ะก็ อย่าทำเลยดีกว่า..” นี้หรอกนะ!
บังเอิญ เป็นรัฐบาลแพทองธาร ที่พ่อนายกรัฐมนตรีได้ไปถวายเงิน 2 แสนบาทเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนตอนที่กุฏวัดสวนแก้วโดนไฟไหม้..
พระพยอม กัลยาโณ ซึ่งเป็นเจ้าอาวาส จึงได้มีเมตตาเทศนาเตือนสติทั้ง ครม.และนายกฯ แพทองธารด้วยความละมุนละไม ไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์รุนแรงอะไรมากมายกับแนวคิด..
ปลดล็อกให้ขายเหล้าเบียร์ได้ตลอดเวลา แม้ “วันพระใหญ่” ก็ไม่เว้น!
ยกมือ “สาธุ” เสียนะอุ๊งอิ๊ง เพราะถ้าไม่ใช่นายกฯ ลูกสาวนายทักษิณ คำเทศนาคงจะดุเดือดกว่านี้ เพราะพระพยอมนั้นได้ชื่อเป็นพระนักเทศน์ที่ค่อนข้างแอนตี้เรื่องเหล้ายาเป็นพิเศษ..
ถึงกับมีประโยค-คำคม.. “ถ้าเราเอาเหล้ากับขี้ไปตั้งให้หมามันกิน หมามันเลือกกินขี้” ให้จดจำ!
สาธุแล้ว ก็น้อมรับไปใคร่ครวญ-ไตร่ตรอง ถ้าจะขัดใจบุพการีสักเรื่องก็ต้องทำแล้วล่ะ อย่าตามใจ และไม่ต้องเชื่อพวกลิ่วล้อที่คอยแต่เชลียร์นั่นเลย
ไม่ต้องพูดถึงผลดี-ผลเสีย คิดเอาแค่ว่า ปีหนึ่งมี 365 วัน ประเทศไทยหยุดขายเหล้าแค่4-5 วัน ถ้ามันจะทำให้นักท่องเที่ยวขาดหายไปบ้างก็ช่างมันเถอะ!
ก็ไหนรัฐบาลคุย ปีนี้ (ขณะที่มีกฎหมายห้ามจำหน่ายสุราเวลา 14.00-17.00 น. และ 24.00-11.00 น.อยู่) จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ 40 ล้านคน
ซึ่งกลับมาใกล้เคียงกับปี 2562 ก่อนโรคโควิดเกิด ที่มีจำนวน 39.9 ล้านคน และจะสร้างรายได้ถึง 1.98-2.23 ล้านล้านบาทไม่ใช่เหรอ?
แล้วใจคอยังจะโลภ คิดเบียดบังเอา “วันพระใหญ่” มาเปิดขายเหล้า-ขายเบียร์เพื่อจะเอาใจ-เอาเงิน (ไม่กี่บาท) นักท่องเที่ยวอีกหรือ?
วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา และวันออกพรรษา ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็ไม่เห็นว่าจะมีใครเดือดร้อนหรือเรียกร้อง..
ประชาชน-ชาวบ้านทั้งที่ดื่ม-ไม่ดื่มก็ยังคงใช้ชีวิตเป็นปกติสุขดี!
นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวไม่ว่าจะเมืองใหญ่ เมืองรอง ก็ไม่ได้แสดงความไม่พอใจให้เกิดความวุ่นวาย จะมีก็แต่พวกชาวต่างชาติที่เมามายเท่านั้นที่สร้างปัญหา!
เมื่อมันปกติ-ดีอยู่แล้ว รัฐบาลคิดจะปลดล็อก-ยกเลิกกฎหมายห้ามขายเหล้าเบียร์วันพระใหญ่ให้คนบ่นด่าทำไมกัน?
หรือลึกไปกว่าที่เห็น คนคิดเรื่องนี้มีอะไรซ่อนเร้นไหม ที่สงสัยเพราะรัฐบาลนี้คิดนโยบายอะไรออกมาไม่เคยที่จะโปร่งใสสักเรื่อง!
และแต่ละเรื่องก็ล้วนสร้างปัญหาให้กับสังคมในอนาคต อย่างที่ รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ว่า..
“การที่รัฐบาลไทยระบุว่า จะสร้างเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่มีกาสิโน ซึ่งเป็นแหล่งการพนัน ในทุกภูมิภาคของประเทศ
และจะแก้กฎหมายเพื่อให้มีการขายเหล้าได้ทุกวัน ไม่มีวันหยุด โดยมีเป้าประสงค์เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว
ย่อมเป็นการสร้างภาพลักษณ์ในสายตาของคนทั่วโลกว่า ประเทศไทยเป็นดินแดนอโคจร ซึ่งเป็นเรื่องน่าอาย และมีผลเสียต่อประเทศ..”
หรือ..อุ๊งอิ๊งไม่อาย?.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แพ้‘ชัชชาติ’ก็ยังพอทน?
“จะยังอยู่ตรงนี้เสมอ พักผ่อนให้หายเหนื่อยล้าแล้วลุกขึ้นมาสู้ต่อไป! ส่งกำลังใจให้ผู้สนับสนุน, ผู้บริหาร, สส.และทีมงาน #พรรคประชาชน ทุกคน รู้ดีว่าเส้นทางอีกยาวไกล แต่ไม่มีอะไรมาทำให้หยุดฝันได้”
‘ไทยไม่ทน’สมหวัง?
ไอยะละก๊ะ! จะไม่ให้ตกใจอย่างไงได้ เพราะนายก่อแก้ว พิกุลทอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แกเล่นโพสต์..
‘ล้างเท้า’ก่อนขึ้นธรรมาสน์
“..ผมเองอยู่ในเรือนจำทั้งหมด 1 ปี 1 เดือน 3 วัน
จะอยู่เป็นเสี้ยนตําตีน?
24 มิถุนายน 2569.. ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ..แต่ในขณะที่ศิลปินร็อก.. “เสก โลโซ” ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำชั่วคราวเขากลิ้ง พร้อมติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (EM)..ก้าวเท้าพ้นประตูคุก สู่อิสรภาพ!
ตำแหน่งใหญ่โต!
ไม่ได้สนิทแนบถึงขนาดรู้ไส้-รู้พุง! แต่..จะด้วยความไว้วางใจหรืออย่างไรไม่ทราบได้ เวลามีปัญหา (ลึกๆ) ในใจทีไร คุณหม่ำ จ๊กมก ตลกซูเปอร์สตาร์ ก็มักจะปรารภ (ไม่ได้ขอคำปรึกษา) ให้ผมฟังอยู่บ่อยครั้ง!
เปลือย.. ‘เสก โลโซ’?
“เอาที่สบายใจ จะขึ้นเทศน์ก็ล้างเท้าให้สะอาด” เนี่ย..คุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีท่านว่าของท่านอย่างนี้ หลังจากที่ผู้สื่อข่าวถามประเด็นที่ คุณไอซ์-รักชนก ศรีนอก โพสต์เฟซบุ๊กพาดพิง

