แนวโน้มค้าปลีกที่น่าจับตามองปี68

การค้าปลีกในอาเซียนและประเทศไทยกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีที่ล้ำหน้า การเติบโตของอีคอมเมิร์ซ และอิทธิพลที่แพร่หลายของโซเชียลมีเดีย ในปีที่ผ่านมาผู้บริโภคใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลและให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น จากรายงานผลสำรวจเสียงของผู้บริโภคประจำปี 2567 ภาพรวมของเอเชียแปซิฟิก โดย PWC ผู้บริโภคชาวไทยส่วนใหญ่ซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

นอกจากนี้ มากกว่าครึ่งของผู้บริโภคชาวไทยกำลังเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนมากขึ้น หรือผลิตภัณฑ์ที่มีผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศน้อย เนื่องจากผู้บริโภคชาวไทยมองหาแบรนด์ที่สอดคล้องกับค่านิยมด้านสิ่งแวดล้อมของตน นอกจากนี้ การให้บริการที่เจาะจงเฉพาะบุคคล (Personalization) และประสบการณ์การช็อปปิ้งที่ไร้รอยต่อ (Seamless Experience) กลายเป็นความคาดหวังสำคัญของผู้บริโภค เมื่อแนวโน้มเหล่านี้ยังคงได้รับแรงผลักดันอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจค้าปลีกในไทยจำเป็นต้องพัฒนานวัตกรรมและปรับตัวอย่างสร้างสรรค์ เพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมในอุตสาหกรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้
คริสตี้ เดวิสัน รองประธานฝ่ายขาย ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท รีเล็กซ์ โซลูชันส์ ระบุว่า แนวโน้มด้านค้าปลีกที่สำคัญ 3 ประการของไทยในปี 2568 ได้แก่ 1. AI ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับผู้ค้าปลีกที่มองหาความได้เปรียบในการแข่งขัน ในขณะที่เทคโนโลยีมีความก้าวหน้ามากขึ้น ความสามารถในการกำหนดทิศทางของการค้าปลีกก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน โดยเป็นผลจากนวัตกรรมต่างๆ เช่น Personalization หรือการทำตลาดแบบเฉพาะเจาะจงของแต่ละลูกค้า ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งสอดคล้องกับค่านิยมและความพึงพอใจของผู้บริโภคในปัจจุบัน ความยั่งยืนกลายเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของธุรกิจ ด้วยการใช้ AI เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการวางแผนและเพิ่มประสิทธิภาพ
ต่อมา 2.การเติบโตของกลยุทธ์ Omnichannel ภูมิทัศน์ของการค้าปลีกในอาเซียนและประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงอย่างมากนับตั้งแต่โควิด-19 โดยที่การค้าปลีกแบบ Omnichannel เป็นตัวขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ และ Omnichannel ได้กลายเป็นช่องทางของการค้าในยุคสมัยใหม่ ที่มอบความสะดวกสบายและการเข้าถึงมากขึ้นให้กับผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้ความคาดหวังของผู้บริโภคได้เปลี่ยนแปลงไป การสร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อที่รวมหน้าร้านออนไลน์และร้านค้าแบบดั้งเดิมเข้าด้วยกันเป็นสิ่งสำคัญ หากกลุ่มค้าปลีกสามารถตอบสนองต่อความคาดหวังที่สูงขึ้นเหล่านี้ในทุกช่องทาง จะช่วยเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าและโอกาสได้การสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในกลุ่มผู้ค้าปลีก
และ 3.การเติบโตของ D2C แนวโน้มที่น่าจับตา โดย Direct-to-Consumer (D2C) หรือรูปแบบการขายที่ผู้ผลิตส่งตรงถึงผู้บริโภคกำลังปฏิวัติอุตสาหกรรมค้าปลีก โดยได้รับอิทธิพลจากอีคอมเมิร์ซ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ผู้ผลิตสามารถขายสินค้าโดยตรงไปยังผู้บริโภคโดยไม่ต้องผ่านคนกลาง เช่น ร้านค้าปลีก ทั้งนี้ช่องทาง D2C กลายเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์การขายและการจัดจำหน่ายของผู้ผลิตในปีที่ผ่านมา ซึ่งข้อได้เปรียบสำคัญของ D2C คือ ผู้ผลิตสามารถควบคุมแบรนด์ การตลาด และช่องทางการขายได้อย่างเต็มที่ สร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกับผู้บริโภค นอกจากนี้ ด้วยความที่ราคาสินค้ามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ ผู้บริโภคจึงเริ่มหันมาซื้อสินค้าตรงจากผู้ผลิตแทนที่จะซื้อจากผู้ค้าปลีก เพราะผู้ผลิตสามารถเสนอราคาที่คุ้มค่าหรือมอบข้อเสนอพิเศษที่ดีกว่าได้ ด้วยการลดต้นทุนจากการตัดคนกลางออกไป

ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ภูมิทัศน์ค้าปลีกของประเทศไทยกำลังปรับตัวอย่างต่อเนื่องสู่รูปแบบที่ไร้รอยต่อ และมีการแข่งขันสูง ผู้ค้าปลีกจึงจำเป็นต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วนเพื่อก้าวให้ทันกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งได้รับอิทธิพลจากแนวโน้มสำคัญ เช่น การผนวกรวมเทคโนโลยี AI ความต้องการประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อในการช็อปปิ้งผ่าน Omnichannel และการเติบโตของโมเดล D2C ทั้งนี้ AI มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อภาคค้าปลีก โดยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน พร้อมสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคลที่ตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น.

 

รุ่งนภา สารพิน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘บ้านผู้สูงวัย’กับโจทย์สังคมไทย

เมื่อประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “ผู้สูงอายุจะมีชีวิตยืนยาวขึ้นอย่างไร” แต่คือ จะใช้ชีวิตอย่างไรในวันที่ต้องพึ่งพาตนเองมากขึ้น ท่ามกลางโครงสร้างครอบครัวที่เปลี่ยนไป

ประชุมกพอ.นัดแรกยังดันอีอีซีต่อ

ถ้าไม่ตามข่าวเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด หลายคนอาจจะคิดว่าโครงการ EEC (เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก) เงียบหายไปหรือเปล่า? แต่ล่าสุดเขามีการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญอีกครั้งในปีนี้

สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

รัฐบาลได้เดินหน้ายกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยทั่วประเทศอย่างเข้มข้น โดยบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานด้าน ความมั่นคงทุกภาคส่วน ทั้งระดับท้องถิ่น จังหวัด และระดับประเทศ

Speed Economy เร่งเกมเศรษฐกิจไทย

เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคปรับจาก “ค้นหา-เปรียบเทียบ” ไปสู่ “ดู-เชื่อ-ซื้อ” ในเวลาไม่กี่วินาที ส่งผลให้กลไกการแข่งขันในอีคอมเมิร์ซ การตลาดและการสร้างรายได้ของคนทำงานยุคใหม่ต้องขับเคลื่อนด้วยความเร็วควบคู่กับความเชื่อมั่นอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

‘ยิ่งทำงานหนัก ยิ่งคิดก่อนใช้เงิน’

ท่ามกลางค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่ยังเป็นโจทย์ใหญ่ ผู้บริโภคไทยจำนวนมากกำลังเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการใช้เงิน จากเดิมที่มองหาราคาและโปรโมชัน ไปสู่การประเมิน “ความคุ้มค่าในระยะยาว” เพื่อสร้างเสถียรภาพทั้งด้านชีวิตและการเงินในอนาคต

‘Solar Rooftop’ก้าวข้ามวิกฤตพลังงาน

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แนวคิดเรื่อง ‘ความมั่นคงทางการเงิน’ ของคนไทยได้เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตอย่างชัดเจน จากเดิมที่เน้นเพียงการออมเงินหรือการสร้างรายได้เสริม สู่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายประจำให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยเฉพาะในยุคที่เศรษฐกิจเผชิญความไม่แน่นอน ทั้งภาวะเงินเฟ้อ ราคาพลังงานโลก และค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายครัวเรือนเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการลงทุนที่ช่วย ‘ลดรายจ่ายระยะยาว’ ควบคู่ไปกับการสร้างผลตอบแทนในอนาคต