
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะ “นายกรัฐมนตรี” จากตระกูลเดียวกันหรือไม่ เลยทำให้ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” และ “แพทองธาร ชินวัตร” จึง มักมีอะไรแปลกๆ ในเรื่องคำพูดคำจาอยู่เสมอๆ โดยนายกฯ คนที่ 28 นั้นก็มักถูกนำมาล้อเลียนว่าด้วยการพูดผิดๆ ถูกๆ อยู่เสมอ ในขณะที่นายกฯ คนที่ 31 นั้น ก็เรียกว่าสร้างตรรกะให้สังคมถึงกับกุมขมับ เพราะตอนถูกถามเรื่องการดูแลพื้นที่ในภาคต่างๆ ที่ไม่เท่าเทียมกัน เจ้าตัวก็บอกว่า “สามีเป็นคนใต้” ล่าสุดในการถูกญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ “อุ๊งอิ๊ง” ก็บอกว่าให้เข้าใจเป็น “นายกฯ เจนวาย” เล่นเอาสภากาแฟทั้งหลายถึงกับมึนหัวตึ้บกันเลยทีเดียวเชียว ...๐
แล้วเมื่อเอ่ยถึง “ศึกอภิปราย” นั้น ตอนนี้ก็ยังไม่แน่ชัดว่าจะได้เวลากี่วันกันแน่ แต่ฟันธงตรงนี้ไปเลยว่า 5 วันนั้นไม่มีทาง ส่วนจะขยับจาก 1 วันเป็น 2 วันหรือ 3 วัน ก็ต้องรอดูไฟเขียวจาก “บ้านจันทร์ส่องหล้า” ของพ่อนายกฯ เสียก่อนว่าจะได้กี่วัน แต่ที่ขำไม่ออกคือบรรดาลูกหาบที่ออกมาตีกันในเรื่องอภิปรายนายกฯ คนเดียวไม่ต้องพูดเยอะนั้น ก็ไม่รู้ว่าใช้ตรรกะอะไร เพราะที่ผ่านมาการอภิปรายนายกฯ คนเดียวอย่างน้อยก็ใช้เวลา 2-3 วันทั้งนั้น หรือเพราะเป็นนายกฯ เจนวาย เลยเอาแค่วันเดียวจ๊ะ ...๐
แล้วที่ไปปรามาส “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐที่บอกว่าจะขึ้นอภิปรายต่างๆ นานา โดยเฉพาะ “สมคิด เชื้อคง” รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ที่บอกว่า เห็น 4 ปีอภิปรายแค่ 2 วินาทีนั้น ก็อยากจะบอก “สมคิด” ไว้ว่า “ทหารแก่ไม่มีวันตาย” นะตัวเอง ที่สำคัญอย่างน้อย “ลุงป้อม” ยังแสดงสปิริตที่จะอภิปราย ส่วน “นายกฯ อิ๊งค์” นั้นกล้าแสดงสปิริตในการให้เวลาพรรคร่วมฝ่ายค้านมากกว่า 1 วันหรือไม่ หรือเก่งเฉพาะหยามหยันคนอื่นกันเล่า ...๐
เอ่ยถึง “ยิ่งลักษณ์” ไม่เอ่ยถึงคดีที่ชนักติดหลังที่ทำให้ไม่สามารถเดินทางมาประเทศไทยได้แบบเท่ๆ เหมือนพี่ชาย “ทักษิณ ชินวัตร” ก็ไม่ได้ เพราะล่าสุด “ประวิตร บุญเทียม” รองประธานศาลปกครองสูงสุด ได้ชี้แจงถึงคดีทุจริตจำนำข้าวที่ให้ “ยิ่งลักษณ์” ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 35,000 ล้านบาท ว่ามีความคืบหน้าไปมาก และคาดว่าภายในปีนี้เรื่องดังกล่าวก็จะมีบทสรุปแล้ว หลังจากอุทธรณ์สู้คดีมาตั้งแต่ปี 2564 งานนี้ต้องเรียกเป็นคดีที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะในศาลชั้นต้นนั้น “ยิ่งลักษณ์” ไม่ต้องเสียเงินซักบาทในการสร้างความเสียหายในโครงการดังกล่าว ด้วยเหตุผลเป็นเรื่องการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ซึ่งหากศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืนตามก็ต้องบอกว่าจะ สร้างบรรทัดฐานให้กับบรรดานักการเมืองทั้งหลายในอนาคตทันทีว่า การออกสารพัดสารพันโครงการที่จะสร้าง “ตราบาป” ให้ประเทศชาติและเงินภาษีของคนทั้งแผ่นดินได้ด้วยการลอยตัว ...๐
พูดถึงศาลปกครองสูงสุดแล้ว ไม่เอ่ยถึง คำพิพากษาเรื่อง “ทรงผมนักเรียน” ก็ไม่ได้ เพราะล่าสุดได้เพิกถอนกฎการไว้ทรงผมของนักเรียน โดยระบุว่าไม่เหมาะสมแก่สภาพของนักเรียน ไม่คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็ก จำกัดเสรีภาพในร่างกายเกินสมควร งานนี้ต้องบอกว่า เป็น “ดาบสองคม” ในอนาคตอย่างยิ่ง เพราะหากเกิดภัยทั้งจากคนและธรรมชาติขึ้นในอนาคต แล้วต้องมีการเข้าไปช่วยเหลือนั้น จะแยกแยะไม่ออกว่าเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่แล้ว เพราะไม่มีทรงผมให้สังเกต นี่ยังไม่นับเรื่องความปลอดภัยในโรงเรียนอีกที่อาจ มีผู้ไม่หวังดีแฝงตัวไปได้ เพราะแยกไม่ออกระหว่าง “นักเรียน” และ “คนทั่วไป” แล้วที่บอกว่าจำกัดเสรีภาพนั้น ก็ทำให้บรรดา “คอเหล้า-สิงห์อมควัน” ทั้งหลายก็ตงิดขึ้นมาเช่นกัน เพราะขนาดเด็กๆ ยังใช้เสรีภาพเรื่องไว้ทรงผมได้ แล้วทำไมผู้ใหญ่ถึงถูกจำกัดสิทธิและพื้นที่ในการดื่มเหล้า-สูบบุหรี่กันเล่า ...๐
หันมาดูเรื่องของผู้มากบารมีในแวดวงการเมืองกันบ้าง เพราะล่าสุด “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ก็ให้สัมภาษณ์ ยอมรับแล้วว่าจูงมือ “เนวิน ชิดชอบ” ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ครูใหญ่ค่ายสีน้ำเงินมุดเข้าบ้านจันทร์ส่องหล้าไปเจรจาต้าอ่วยกับ “ทักษิณ ชินวัตร” และ “แพทองธาร ชินวัตร” มาแล้วตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. ซึ่งเสี่ยหนูก็ยอมรับว่ามีการหารือกันหลายเรื่อง แต่ไม่มีอะไรมาก และเป็นการขอคำแนะนำเนื่องจาก “ทักษิณ” เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ ส่วนจะมีการกินเส้นกินมาม่าอะไรหรือไม่นั้น งานนี้เสียหนูก็ไม่ได้บอกซะด้วย ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569
บันทึกหน้า 4
ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง
บันทึกหน้า 4
เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง
บันทึกหน้า 4
บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ
บันทึกหน้า 4
ใกล้ปิดฉาก "เลือกตั้ง 2569" เริ่มต้นชะตาบ้านเมืองรอบใหม่ วันอาทิตย์นี้ตัดสินสีไหนจะเข้าวิน ระหว่างน้ำเงินภายใต้การนำของ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" กับส้ม ของ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
บันทึกหน้า 4
นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน

