ถึงเวลาอัปเกรดกิจการ

เปิดปีใหม่มาได้หนึ่งเดือน แต่ทั้งเศรษฐกิจและสังคมก็ยังต้องเป็นกังวลอยู่กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังไม่คลี่คลาย ซึ่งก็ยังเป็นปัจจัยหลักที่จะส่งผลให้การเติบโตในด้านต่างๆ ชะลอตัวลง รวมถึงภาคเศรษฐกิจอุตสาหกรรมที่หลายๆ กลุ่มการผลิตจะต้องปรับตัว หรืออาจจะหยุดชะงักไปบ้าง ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่บริษัทสามารถใช้โอกาสในครั้งนี้มาปรับปรุงพัฒนาระบบต่างๆ ของกิจการที่ดำเนินการอยู่ให้ดีขึ้น โดยอาศัยเครื่องมือต่างๆ ที่หลายหน่วยงานหยิบยื่นให้

รวมถึงมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ด้วย ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในมาตรการพิเศษที่ออกมาเพื่อยกระดับกระบวนการทำงานต่างๆ ในภาคการผลิตและภาคบริการ

รวมถึงการสร้างความพร้อมในการนำระบบดิจิทัลมาใช้ในอุตสาหกรรมและบริการ เช่น การนำระบบอัตโนมัติหรือหุ่นยนต์มาใช้ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการผลิต การดำเนินการให้ได้มาซึ่งมาตรฐานการรับรองต่างๆ เพื่อความยั่งยืนในระดับสากล เช่น ISO, GMP, FSC เป็นต้น

และนับเป็นมาตรการพิเศษที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ โดยทางบีโอไอเองก็ชู 5 มาตรการย่อยขึ้นมา ได้แก่ มาตรการที่ 1 ด้านการประหยัดพลังงาน การใช้พลังงานทดแทน หรือการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้ในโรงงาน มาตรการที่ 2 ด้านการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร เช่น การนำเครื่องจักร ระบบอัตโนมัติ หรือหุ่นยนต์มาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ ปรับเปลี่ยนเครื่องจักรที่นำระบบอัตโนมัติมาใช้ในสายการผลิตเดิม มาตรการที่ 3 ด้านการวิจัยและพัฒนา หรือออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ

เช่น การวิจัยและพัฒนาเพื่อปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ หรือปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ทั้งในด้านการประหยัดการใช้วัตถุดิบ และพนักงาน ด้วยการออกแบบทางวิศวกรรม มาตรการที่ 4 ด้านการยกระดับไปสู่มาตรฐานเพื่อความยั่งยืนในระดับสากล เช่น การจัดการความปลอดภัยด้านอาหาร (ISO 22000) ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ระบบการจัดการป่าไม้แบบยั่งยืน (ISO 14061) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญในการสร้างมาตรฐานในระดับสากล เพื่อช่วยให้สินค้าสามารถจำหน่ายในตลาดโลกได้ บีโอไอจึงอยากส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยขอรับการส่งเสริมฯ ในมาตรการดังกล่าวให้มากขึ้น 

และมาตรการที่ 5 ด้านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ยกระดับกระบวนการทำงาน โดยไม่จำเป็นต้องมีการลงทุนเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ เช่น การนำซอฟต์แวร์เข้ามาบริหารจัดการทรัพยากรของกิจการ ยกเว้นประเภทกิจการที่ต้องใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอยู่แล้ว เช่น กิจการพัฒนาซอฟต์แวร์ Cloud Service และ Data Center เป็นต้น

ทั้งนี้ มาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพเป็นมาตรการที่เปิดกว้างสำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนและไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ เพียงเป็นประเภทกิจการในกว่า 400 ประเภทที่บีโอไอให้การส่งเสริมฯ ก็สามารถยื่นขอรับการส่งเสริมได้ ทั้งนี้บีโอไอกำหนดขนาดการลงทุนในการปรับปรุงไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท/โครงการ หรือ 500,000 บาท/โครงการ สำหรับเอสเอ็มอี (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) โดยผู้ที่ได้รับการส่งเสริมฯ จะได้รับรับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี สัดส่วน 50% ของเงินลงทุนในการปรับปรุงและยกเว้นอากรนำเข้าเครื่องจักร นอกจากนี้มาตรการนี้สามารถยื่นขอซ้ำมาตรการย่อย 5 ด้านได้ และยื่นขอรับการส่งเสริมได้ถึงวันทำการสุดท้ายเดือน ธ.ค.2565

เชื่อว่า มาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพจะเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริการให้กับกิจการของตัวเองในช่วงที่การผลิตลดลงหรือหยุดชะงักได้ และยังได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีเงินได้นิติบุคคลจากบีโอไอ ทำให้ผู้ประกอบการเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ยกระดับมาตรฐานสินค้าที่ผลิตสู่สากล เพื่อความได้เปรียบในการแข่งขัน เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันให้ไปต่อได้.

ณัฐวัฒน์ หาญกล้า

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยาแรงหรือแค่ยาแก้ปวด?

ท่ามกลางภาวะสุญญากาศทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไทยต้องเผชิญกับมรสุม "วิกฤตซ้ำซ้อน" มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่บาดแผลเรื้อรังจากโรคระบาดที่ยังไม่ทันสมานดี กลับต้องมาถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตพลังงานโลกที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งพุ่งทะยานอย่างควบคุมไม่ได้ สถานการณ์ในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การกำไรลดลง แต่คือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสภาวะที่ "สภาพคล่องติดขัด หนี้เสียติดหล่ม และหนี้นอกระบบกลายเป็นกับดัก"

กระตุ้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ภายหลังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก

โซลาร์รูฟท็อป ฝ่าวิกฤตค่าไฟฟ้าแพง

สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ซึ่ง คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งชาติ คาดการณ์ว่าสถานการณ์คงจะยืดเยื้อไม่จบภายในปี 2569 จะทำให้วิกฤตราคาพลังงานลากยาว ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับวิกฤตดังกล่าว

เมื่อ‘การมีงาน’ไม่ได้แปลว่า‘มั่นคง’?

เพิ่งจะผ่านพ้นวันที่ 1 พฤษภาคมไป ซึ่งแน่นอนว่า “แรงงาน” ในสังคมไทยนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในวันแรงงานปี 2569 คำถามของคนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจไม่ใช่เพียง “ยังมีงานทำหรือไม่” หากเป็น “รายได้ที่มีอยู่ วันนี้ยังพอรับมือกับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้แค่ไหน?”

หนึ่งทศวรรษค่าจ้างขั้นต่ำไทย

ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ‘ค่าจ้างขั้นต่ำ’ ของประเทศไทยถูกวางบทบาทให้เป็นทั้งเครื่องมือคุ้มครองแรงงานและกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนภาพของความก้าวหน้าในเชิงนโยบาย

เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก

ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง