บันทึกหน้า 4

“ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด” การเมืองพักรบชั่วคราว แต่หลังเทศกาลสงกรานต์มีหลายเหตุที่จะต้องจับตาว่าการเมืองจะราบรื่น และรัฐบาลจะอยู่ครบเลือกตั้งหรือไม่ หลังกรณี เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยประกาศไม่เอากาสิโน กลางสภา ขณะที่หัวหน้าพรรคสีน้ำเงินก็ออกมาปัดว่าเป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ไม่ใช่มติพรรค  

หลายฝ่ายจึงประเมินว่า เกมสองหน้าแบบนี้ พรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำรัฐบาลคงจะไม่ปล่อยไว้แน่นอน เพราะหากไม่ทำอะไร ก็อยู่ในสภาวะถูกพรรคร่วมรัฐบาลขี่อย่างหลายฝ่ายวิจารณ์  

เทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาวิเคราะห์ในหัวข้อ “ทักษิณ หยาม ภูมิใจไทยคือภูมิใจไทย” โดยระบุว่า นายทักษิณ ชินวัตร ได้ให้สัมภาษณ์ถึงร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ว่าไม่มีปัญหาที่มีการชะลอออกไป และกล่าวว่า กาสิโนเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ในเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ไม่ใช่มีกาสิโนเป็นหลัก คนที่ต่อต้านก็จะนำไปพูดว่าเป็นกาสิโนอย่างเดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่บิดเบือน

ได้ยินการพูดถึงประเด็นนี้ ทั้งจากปากของนายทักษิณและนางสาวแพทองธารมาแล้ว จึงขอตั้งคำถามกลับไปว่า ใครกันแน่ที่บิดเบือนเรื่องการเปิดกาสิโน แม้ว่าสถานบันเทิงครบวงจรหรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ทั้งหมด มีกาสิโน 10% แต่ 10% นี้คือหัวใจ มีมูลค่ามากกว่า 90% ของเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ นักลงทุนเห็นความสำคัญของกาสิโน จึงยอมลงทุน ถ้าไม่มีกาสิโนอยู่ในเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ด้วย คงไม่มีนักลงทุนคนไหนมาลงทุนเมกะโปรเจ็กต์แบบนี้

เพราะเรื่องกาสิโนคือส่วนสำคัญของเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ จึงทำให้พรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคมีท่าทีไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่มีบ่อนกาสิโนรวมอยู่ด้วย เมื่อถูกถามถึงท่าทีพรรคร่วมรัฐบาลอย่างภูมิใจไทย ที่ประกาศไม่สนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ นายทักษิณได้แสดงท่าทีแบบดูถูก ไม่แคร์ไม่สนเลย และยังสบประมาทว่าพรรคภูมิใจไทยก็คือพรรคภูมิใจไทย พูดแบบไม่ให้ราคา หรือไม่ให้ความสำคัญใดๆ เพราะคิดว่าแม้พรรคภูมิใจไทยหรือพรรคประชาชาติ ไม่สนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ ก็ไม่มีผลสะเทือนกับรัฐบาล และมีความมั่นใจว่ารัฐบาลมีเสียงมากเพียงพอที่จะทำให้กฎหมายผ่านไปได้ ซึ่งเป็นการท้าทายกระแสสังคม และดูถูกดูแคลนเสียงของพรรคร่วมรัฐบาลเป็นอย่างมาก

จะต้องรอดูว่ากาสิโนจะเดินหน้าไปต่ออย่างไร ถ้านายทักษิณยังมั่นใจและเดินหน้าต่อไป เชื่อว่าจะเกิดวิกฤตสังคมรอบใหม่อย่างแน่นอน

๐ อีกความเคลื่อนไหวสำคัญคือ การแก้ปัญหาภาษีของสหรัฐ จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมคณะผู้เจรจาจะเดินทางล่วงหน้าไป ที่นครซีแอตเทิล สหรัฐ ในวันพฤหัสบดีที่ 17 เมษายนนี้ จากนั้นในวันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน นี้ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะเดินทางไปร่วมกับคณะของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อเป็น “ทีมไทยแลนด์” และทั้งคณะจะเดินทางถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อเตรียมเข้าพบกับผู้แทนของรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันจันทร์ที่ 21 เมษายนนี้ สำหรับแนวทางการดำเนินการของไทยต่อกรณีนโยบายการค้าและมาตรการด้านภาษีของสหรัฐ ภายใต้ 5 หลักการดังนี้ 1.การเป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมที่ไทยและสหรัฐเกื้อหนุนกัน

2.การเปิดตลาดและลดภาษี ลดอุปสรรคทางการค้าตาม National Trade Estimate 2025 ของสหรัฐ ซึ่งรัฐบาลพร้อมพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีนำเข้า และบริหารโควตาสินค้าเกษตรที่สหรัฐมีความสามารถในการแข่งขัน

3.การเพิ่มการนำเข้าจากสหรัฐ ในสินค้าที่ไทยจำเป็นต้องใช้ โดยไทยเตรียมพิจารณานำเข้าพลังงาน เช่น ก๊าซธรรมชาติ และวัตถุดิบที่ภาคอุตสาหกรรมต้องใช้แต่ผลิตไม่ได้เพียงพอ เช่น วัตถุดิบด้านปิโตรเคมี หรือเครื่องบินพาณิชย์ เพื่อเติมเต็ม supply chain ของประเทศ

4.การตรวจสอบเพิ่มความเข้มงวดสินค้าส่งออกไปสหรัฐ ป้องกันการสวมสิทธิ์จากประเทศที่สาม โดยรัฐบาลตระหนักถึงความกังวลของสหรัฐ เกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าราคาต่ำจากประเทศที่สามผ่านไทย เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี

 5.การส่งเสริมการลงทุนของไทยในสหรัฐ ซึ่งนอกจากนำเข้าสินค้าจากสหรัฐแล้ว ไทยยังมีแผนผลักดันให้ภาคเอกชนไทยลงทุนในอุตสาหกรรมแปรรูปในสหรัฐ โดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ผลิตสินค้าส่งออกจากฐานการผลิตในอเมริกาไปยังตลาดโลก.

 

คางดำ 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

"หนังหน้าไฟ" ได้ไปต่อ! หลัง 7 เสือ กกต. ลงมติพิจารณาการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2568 ของ "แสวง บุญมี" เลขาธิการ กกต. ปรากฏว่าเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 โหวตผ่านการประเมิน อยู่ต่อจนครบสัญญาในวันที่ 31 มี.ค.2570

บันทึกหน้า 4

ต้องยอมรับว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นหนึ่งในนายกฯ ที่ถูกสังคมและฝ่ายตรงข้ามจับผิดมากที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ ไม่ว่าจะขยับตัวหรือเอ่ยอ้างเรื่องใด ก็มักมีคนจองกฐินเป็นทิวแถว ซึ่ง ล่าสุดก็คงไม่พ้นเรื่อง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ซึ่งเจ้าตัวพูดถึงเรื่องการควบคุมอาวุธปืน โดยหลังจากเผยแพร่ออกไปทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายแค้น รวมถึงคนอยากมีแสงก็รุมเข้ามายิ่งกว่าแร้งเห็นศพอย่างไรอย่างนั้น ...๐

บันทึกหน้า 4

ช่วงนี้สังคมไทยมี คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญอย่างต่อเนื่อง เป็นข่าวฉาวไปทั่วโลก ล่าสุด นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี หลังก่อเหตุนายฉลอง

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด วิกฤตการณ์ทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นถือเป็นบททดสอบสำคัญของกระทรวงมหาดไทยภายใต้การกำกับดูแลของ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ออกมาประกาศความคืบหน้าในการดำเนินการทางอาญาต่อกลุ่มผู้ทุจริต

บันทึกหน้า 4

เป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ต้องเริ่มต้นด้วยการแสดงความเสียใจและอาลัยจากใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุโศกนาฏกรรมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ...เหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์จบลง แต่คำถามของสังคมยังวนเวียนหลอกหลอน “เราจะทำอย่างไร...ไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก?!?”

บันทึกหน้า 4

ไร้นักการเมืองโกง! ยังเป็นประเด็นคาใจที่ฝ่ายค้านตั้งคำถามทุกวัน ตัดตอนจบแค่บิ๊กข้าราชการ "รังสิมันต์ โรม" รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรรมและสิทธิมนุษยชน