
สารพัดโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) ช่วงนี้ออกมากันหลายสูตร แม้ หนูอิ๊งค์-แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะบอกให้เหล่าเสนาบดีทำใจนิ่งๆ เพราะใดๆ โลกนี้เป็นอนิจจังก็ตาม
นั่นเพราะโดยธรรมเนียมปฏิบัติของพรรคเพื่อไทย ตั้งแต่ยังใช้ชื่อแบรนด์ไทยรักไทย พลังประชาชน จวบจนมาชื่อปัจจุบัน มักนิยมปรับทัพกันในรอบ 6 เดือน หรือหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จสิ้น
ช่วงนี้ถือว่า อยู่ในไทม์ไลน์ทั้งสองอย่างพอดี ทำให้กระแสปรับ ครม.ออกมาถี่ ออกมาแรง ไม่มีหยุด โดยเฉพาะผลโพลที่ช่วยสำทับเสียงสะท้อนชาวบ้าน ประมาณว่าปรับเถอะ
โดยเฉพาะกระทรวงเศรษฐกิจ เกี่ยวกับการค้าขาย ที่ทั้งประชาชนและคนในพรรคเพื่อไทย ประสานเสียงให้เปลี่ยนตัว รมว.พาณิชย์
ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ นอกจากข่าวปล่อยสูตรเขี่ยพรรคภูมิใจไทยแล้ว ลูกท็อป-วราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา พรรค 10 เสียงคุณภาพ ยังโดนหางเลขไปกับเขาด้วย
ในจังหวะชุลมุนของข่าวปล่อย ซึ่งน่าจะมาจากคนอยากปรับ อยากเปลี่ยน ปรากฏว่า ดันมีชื่อของ ลูกท็อป โผล่ไปเป็นแคนดิเดต รมว.ต่างประเทศเสียอย่างงั้น
สันนิษฐานตรงกันว่า น่าจะมาจากภาพลักษณ์ที่ดูโกอินเตอร์ เวลาไปต่างประเทศ ฟุดฟิดฟอไฟภาษาอังกฤษราวกับเจ้าของภาษา แม่นยำทั้งคำและสำเนียง เลยดูเหมาะสมกับกระทรวงบัวแก้ว
แต่ถ้าถามใจเจ้าตัว และลูกพรรคชาติไทยพัฒนา เดาว่า น่าจะอยากอยู่กับกระทรวงที่เชื่อมโยงกับประชาชนและพื้นที่มากกว่าโกอินเตอร์
พักหลังไปไหนมาไหนเลยมักถูกแซวเป็น ว่าที่รัฐมนตรีบัวแก้ว บ่อยจน ลูกท็อป ประกาศจะให้ไปไหนก็ไป ขนาดกระทรวงเงียบๆ อย่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับกระทรวง พม. ยังทำให้เปรี้ยงมาแล้ว
ถ้าต้องโดนโยกจริงๆ เดี๋ยว ลูกท็อป จะปั้นที่ว่าเงียบๆ ให้ปังให้ดู.
ฌ.เฌอ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เศรษฐกิจสีชมพู'
เดือนมิถุนายนในแต่ละปีเป็นเดือน Pride Month ซึ่งเป็นเดือนที่มีความสำคัญกับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTIQ+) ในประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่เปิดกว้างและให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว
ปักธงราชบุรี
ในช่วงสนามการเมืองสงบ แต่งานขับเคลื่อนพรรคการเมืองทุกพรรคยังต้องเดินต่อ เพื่อรวบรวมขุมกำลังไว้ให้มั่นสำหรับการศึกรอบหน้า รวมถึง “พรรครวมไทยสร้างชาติ” หรือ รทสช. ของ “หัวหน้าตุ๋ย” นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ที่เงียบหายจากหน้าสื่อ แต่ทว่างานหลังบ้านในการเดินหน้าขยายพรรคยังไปต่อไม่สะดุด
สส.สายอบอุ่น
พูดน้อย ต่อยหนัก น่าจะเป็นเครื่องหมายการค้าของ เฮียชิต–ชิตพล ไตรสรณกุล สส.ศรีสะเกษ เขต 4 อำเภอกันทรลักษ์ พรรคภูมิใจไทย พี่ใหญ่แห่ง บ้านไตรสรณกุล
เลขาฯ กวางขายเอง
ช่วงนี้งานรัฐบาลรัดตัวแค่ไหนไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ “เลขาฯ กวาง” ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี จากพรรคภูมิใจไทย ยังไม่ลืมภารกิจโปรโมตบ้านเกิด
อาบไปเลย
แวบไปแถวศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 9 มิ.ย.2569 ที่ผ่านมา บรรยากาศที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดูจะคึกคักและอบอวลไปด้วยกลิ่นธูปควันเทียนเป็นพิเศษ เพราะเป็นวันดีเดย์ครบรอบ 28 ปีแห่งการสถาปนาองค์กรอิสระแห่งนี้ งานนี้แกนนำและขุนพลของสำนักงานตบเท้าเข้าร่วมพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสำนักงานกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา นำโดย ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. พร้อมด้วยคณะกรรมการ กกต. ชุดปัจจุบัน
'มาตรการคัดกรองเนื้อหา'
ปัญหาหลักในการใช้โซเชียลมีเดีย เมื่อเปิดเข้าไปในแพลตฟอร์มบางครั้งก็จะไม่สามารถคอนโทรลเนื้อหาที่แสดงได้ ซึ่งในหลายครั้งก็จะส่งผลต่อเด็ก เยาวชนที่ใช้สื่อโซเชียล เป็นเรื่องที่พวกผู้ปกครองหลายคนกังวล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเร่งแก้ไขปัญหานี้โดยด่วน เพราะถึงแม้ว่าผู้ปกครองจะปิดกั้นข้อมูลเหล่านี้ แต่ก็มีหลุดรอดออกมาบ้าง โดยเรื่องนี้ที่ประชุมวุฒิสภาได้มีกระทู้ถามเรื่องที่สื่อสังคมออนไลน์มีการเผยแพร่สื่อลามกอนาจาร ที่มี น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเจ้าตัวได้กล่าวถึงปัญหาของสังคมว่า “เป็นเรื่องที่เห็นในสื่อสังคมออนไลน์ทั่วไป บ่อยครั้งมาพร้อมกับโฆษณาประชาสัมพันธ์ร่วมกับวัยรุ่นที่ทำบ่อนพนันออนไลน์ตามด้วย 888 ทั้งหลาย ซึ่งเป็นสิ่งที่เห็นได้อย่างทั่วไปและกั้นไม่อยู่ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ไม่เหมาะได้รับสื่อเหล่านี้” สว.วุฒิพงศ์ ได้แนะนำว่า “ทุกวันนี้ถ้าเราไปค้นบนเว็บไซต์ Google ก็ยังเจอ ซึ่งสามารถดูได้ว่าสื่อไหนลามกอนาจารตรงไหน ถ้าท่านไม่เจอ ท่านมาบอกผมได้ หรือเอาผมไปบรรยายที่กระทรวงดีอีก็ได้ ผมยินดีที่จะชี้โพรงให้กระรอก จริงๆ ท่านอาจจะรู้อยู่แล้วด้วยซ้ำไป แต่จะหาหนทางในการปฏิบัติอย่างไร รวมถึงจะหามาตรการคัดกรองเนื้อหาอย่างไร”

