บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ “อิสรภาพแห่งความคิด” www.thaipost.net เปิดฉากรื้อชั้น 14! หาความจริง “ป่วยทิพย์” ศาลลงมือเอง ไม่รอ ป.ป.ช.แล้ว ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 6 “การพิจารณาคดีให้ใช้ระบบไต่สวนโดยให้ศาลค้นหาความจริงไม่ว่าจะเป็นคุณ หรือเป็นโทษแก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และในการวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริง ให้ศาลรับฟังพยานหลักฐานได้ แม้ว่าการไต่สวนพยานหลัก

ฐานนั้นจะมีข้อผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปจากขั้นตอน วิธีการ หรือกรอบเวลา ที่กฎหมายกําหนดไว้ ถ้าศาลได้ให้โอกาสแก่คู่ความในการโต้แย้งคัดค้านพยานหลักฐานนั้นแล้ว เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องตรงตามความจริงที่เกิดขึ้นในคดีนั้น ทั้งนี้ ตามแนวทางและวิธีการตามข้อกําหนด ของประธานศาลฎีกา...” งานนี้ "อดีตนักโทษเทวดา" ผู้ไม่เคยติดคุกแม้แต่วันเดียว เจ้าของตำแหน่ง “สทร.” ร้อนๆ หนาวๆ เข้าแล้ว ในฐานะจำเลย คดีหมายเลขแดงที่ อม. 4/2551 หรือคดีทุจริตเงินกู้เอ็กซิมแบงก์ คดีหมายเลขแดงที่ อม. 10/2552 หรือคดีหวยบนดิน และคดีหมายเลขแดงที่ อม. 5/2551 หรือคดีให้นอมินีถือหุ้นชินคอร์ป ถึงเวลาควงผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ขึ้นศาลในวันที่ 13 มิ.ย.

๐ นับว่าความพยายามครั้งที่ 3 บรรลุผล แม้จะถูกยกคำร้องก็ตาม ถือว่าเป็นคนจุดชนวนคดีนี้ก็ว่าได้ “ชาญชัย อิสระเสนารักษ์” ถึงทั้ง 3 รอบ จะร้องให้ศาลไต่สวนการบังคับโทษนายทักษิณ ชินวัตร แต่ได้มีการปรับเนื้อหาคำฟ้องใหม่ โดยครั้งสุดท้ายซึ่งยื่นเมื่อ 10 ม.ค.2568 ชี้เป้าว่า “เหตุใดเมื่อนายทักษิณได้รับพระราชทานอภัยโทษ ลดโทษเหลือ 1 ปี แต่หน่วยงานรัฐไม่ปฏิบัติตาม แต่พานายทักษิณออกจากเรือนจำไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 ซึ่งไม่ได้ขออนุญาตศาลก่อน ทำให้ไม่ได้ถูกจำคุกตามคำพิพากษาแม้แต่วันเดียว โดยเห็นว่า กระบวนการดังกล่าวขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 89 และมาตรา 246 ทำให้ศาลยกร้องว่าไม่ใช่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งต่างจาก 2 ครั้งก่อน โดยครั้งแรก 19 ธ.ค.2566 มุ่งประเด็นพฤติกรรมการกระทำของเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ ไม่ได้ดำเนินการตามกฎหมาย ป.วิอาญา และคำสั่งของศาลหรือไม่ ศาลฎีกาฯ ให้เหตุผลว่า ปัญหาว่าเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ปฏิบัติชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้น ไม่ได้อยู่ในอำนาจการพิจารณาพิพากษาของศาล จึงไม่ต้องไต่สวน ต่อมาครั้งที่สอง 15 ก.พ.2567 ร้องกรณีกรมราชทัณฑ์ปฏิบัติต่อนายทักษิณ ชินวัตร เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือไม่ การที่นายทักษิณออกมานอนรักษาตัวที่ รพ.ตำรวจ ถือเป็นการทุเลาโทษ และชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งศาลระบุพิเคราะห์แล้วเห็นว่า กรณีไม่ปรากฏมีการทุเลาการบังคับโทษ จึงไม่ต้องตามบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 246 และมาตราอื่นที่ผู้ร้องอ้างมา จึงไม่ต้องไต่สวนให้ยกคำร้อง

๐ หลังศาลจุดไฟนำทาง ยิ่งมีลุ้นมากขึ้นกับองค์กรอิสระทั้งหลาย โดยเฉพาะแพทยสภาที่นัดประชุมใหญ่ในวันที่ 8 พ.ค. คาดหมายว่าจะมีการลงมติผลการสอบสวนจริยธรรมแพทย์ รพ.ราชทัณฑ์ และแพทย์ รพ.ตำรวจ ที่ให้การรักษานายทักษิณ ซึ่งออกได้ 2 ทาง คือ “ผู้ถูกร้องมีความผิด” หรือ “ยกข้อกล่าวหา” ส่วนอีกองค์กรสำคัญในการชี้ชะตาชั้น 14 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ซึ่งเมื่อ 16 ธ.ค.67 ได้ตั้งกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งหมดเป็นองค์คณะไต่สวน นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรวม 12 คน เอื้อประโยชน์ให้นายทักษิณ ชินวัตร ไม่ต้องถูกคุมขังในเรือนจำ ผ่านมา 4 เดือนครึ่งแล้วยัง “อืดเหมือนเรือเกลือ” ความคืบหน้าล่าสุดที่ได้ยินจากเลขาธิการ ป.ป.ช. “สาโรจน์ พึงรำพรรณ” ช่วงปลายเดือน มี.ค.2568 ก็คือยอมรับว่าทำงานล่าช้า อ้างว่าติดปัญหาขอข้อมูลจากหน่วยงานอื่น หนำซ้ำไม่มีไทม์ไลน์ว่าจะสรุปสำนวนคดีนี้ได้เมื่อไหร่ เลยขอส่งเสียงดังๆ ถึงประธาน ป.ป.ช. คนใหม่ "สุชาติ ตระกูลเกษมสุข" สั่งเร่งสปีดโชว์ฟันบิ๊ก ขรก.อุ้มนักโทษซะที สยบกระแสข่าวลือไอ้โม่งอีโม่งวิ่งเต้นล้มคดีด้วยนะทั่น.

ลี้คิมฮวง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

ฮือฮาสนั่นสภา! หลังปล่อยชื่อย่อ "ภ" นักการเมืองดังมีเอี่ยวคดีแชร์ลูกโซ่ Forex ที่วันศุกร์นี้เจ้ากระทรวงยุติธรรม "พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์" จะนำทีมดีเอสไอตั้งโต๊ะแถลงใหญ่ปฏิบัติการทลายเครือข่ายชักชวนลงทุน Forex เถื่อน

บันทึกหน้า 4

ต้องบอกว่าเป็น “พุธแห่งการเดินทาง” จริงๆ เพราะยามนี้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย บินลัดฟ้าไปสู่แดนหมีขาว เพื่อเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย ณ เมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่ง “นายกฯ หนู” คงได้กระทบไหล่กับ “วลาดิมีร์ ปูติน” ประธานาธิบดีรัสเซียในเร็วๆ นี้

บันทึกหน้า 4

กระทรวงมหาดไทย (มท.) ยุติศึกขัดแย้งภายใน จ.ภูเก็ต โดยโยก นายธีระพงศ์ ช่วยชู หรือ "รองฯ ซีฟู้ด" (ชื่อเล่น "กุ้ง") รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต ไปเป็นรองผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช นายอดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าฯ ภูเก็ตไปเป็นรองผู้ว่าฯ สงขลา

บันทึกหน้า 4

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สั่นสะเทือนไปทั่วแวดวงฝ่ายปกครอง และทำเอา "มท.1" อย่าง "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ถึงกับออกอาการ "ของขึ้น" กลางที่ประชุมมอบนโยบายกระทรวงมหาดไทย เมื่อปรากฏรายงานความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ที่มีกระแสข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับ "รองผู้ว่าฯ ซีฟู้ด" รายหนึ่ง ออกมาคุยเขื่องว่าจะย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตให้จงได้

บันทึกหน้า 4

ขอบันทึกกราบถวายความอาลัยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากหัวใจของประชาชนคนหนึ่ง ขอพระองค์เสด็จสู่สุคติ พระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณจะอยู่ในความทรงจำของพวกเราตลอดไป

บันทึกหน้า 4

เคาะฉลุย! จบดรามาลูกอกตัญญู ในเมื่อกระแสแรงขนาดนี้ใครจะกล้าขวาง รัฐบาลหนูต้องสั่งถอยกรูด "บอร์ดบัตรคนจน" คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ที่มี "เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ" รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง