เกาะติดสัญญาณธุรกิจยานยนต์

ดูเหมือนว่า ผู้บริหารอุตสาหกรรมยานยนต์จะค่อนข้างมองบวกว่าอุตสาหกรรมยานยนต์นี้จะยังคงเติบโต และมีผลกำไรต่อเนื่องในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยที่ส่วนแบ่งตลาดจากยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicles - EV) จะเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญภายในปี 2573 แต่ในขณะเดียวกันก็มีข้อน่ากังวลในด้านห่วงโซ่อุปทานและการขาดแคลนแรงงานเช่นกัน

จะเห็นได้ว่าจากรายงาน Annual Global Automotive Executive Survey ครั้งที่ 22 ของเคพีเอ็มจี ที่ได้ทำการสำรวจผู้บริหารในอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องทั้งหมด 1,118 ราย พบว่า 53% มั่นใจว่าอุตสาหกรรมยานยนต์จะมีผลกำไรเติบโตอย่างต่อเนื่อง

โดยมีเพียง 38% ที่มีความกังวลเรื่องการทำกำไร ขณะเดียวกันผู้บริหารสูงสุดขององค์กร หรือ CEO จำนวน 372 ราย มีความมั่นใจในด้านต่างๆ นอกเหนือจากความสามารถในการทำกำไร เช่น ความสามารถของอุตสาหกรรมยานยนต์ในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ในเรื่องนี้ นายแกรี ซิลเบิร์ก หัวหน้าฝ่ายยานยนต์ เคพีเอ็มจี ระบุไว้ว่า ผู้ผลิตยานยนต์แทบจะไม่เคยเผชิญการเปลี่ยนแปลงในด้านเทคโนโลยีและรูปแบบธุรกิจที่มากเช่นนี้มาก่อนตั้งแต่อุตสาหกรรมยานยนต์เริ่มขึ้นเมื่อประมาณ 130 ปีก่อน ไม่ว่าจะเป็นแท็กซี่บินได้ บริการเช่ารถระยะยาว สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงและมีอยู่อย่างแพร่หลาย อีกทั้งบริษัทเทคโนโลยีที่เข้ามาเป็นผู้เล่นในอุตสาหกรรมยานยนต์ ทั้งหมดนี้คือการพัฒนาบางส่วนที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในอีก 10 ปีข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกอย่างจะราบรื่น ผู้บริหารยังคงมีข้อกังวลในอีกหลายประเด็นที่ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทาน ทั้งในด้านราคา และความสามารถในการจัดหาส่วนประกอบในการผลิตยานยนต์ที่สำคัญต่างๆ ที่มีอยู่อย่างจำกัด โดยผู้บริหารกว่า 50% มีความกังวลมากถึงมากที่สุดเกี่ยวกับการจัดหาส่วนประกอบที่สำคัญที่มีอยู่อย่างจำกัดเหล่านี้ ผู้บริหารประมาณ 55% ยังมีข้อกังวลมากถึงมากที่สุดในด้านการขาดแคลนแรงงานอีกด้วย

องค์กรมีความพร้อมในการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีความยืดหยุ่น และเตรียมรับมือกับการขาดแคลนแรงงานแล้วหรือไม่ คำถามเหล่านี้เป็นเรื่องที่ผู้บริหารต้องเร่งหาแนวทางในการดำเนินการ โดยผู้ประกอบการต่างแข่งขันกันเพื่อช่วงชิงพนักงานที่มีศักยภาพสูงทั้งจากภายในและภายนอกอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยอีกหลายปีนับจากนี้จะได้เห็นผู้บริหารทุ่มเทเวลาเพื่อเร่งแก้ปัญหาที่เกิดจากความเสี่ยงเหล่านี้มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังมีมุมมองที่ว่า ส่วนแบ่งตลาดของ EV จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีส่วนแบ่งตลาดเป็นเท่าใดแต่ความนิยมในการใช้ EV ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับการลงทุนในสถานีชาร์จไฟฟ้า ซึ่งผู้บริหาร 77% คาดการณ์ว่าผู้บริโภคจะต้องการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้เวลาน้อยกว่า 30 นาทีในการชาร์จไฟระหว่างการเดินทาง ซึ่งสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าที่มีอยู่ในปัจจุบันส่วนใหญ่ใช้เวลามากกว่า 3 ชั่วโมง

นอกจากนี้ ผลการสำรวจยังพบว่าความนิยมในการใช้ EV ขึ้นอยู่กับราคา EV ที่จะเท่ากับราคารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปที่ใช้กันอยู่ทั่วไปในปัจจุบันในช่วงใด ซึ่งโดยส่วนใหญ่เชื่อว่าจะมีการใช้งาน EV อย่างแพร่หลายได้แม้ว่าจะไม่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลคิดเป็น 77% แต่เกือบทั้งหมดยังคงสนับสนุนให้มีโครงการช่วยเหลือจากภาครัฐคิดเป็น 91%

แน่นอนว่า อุตสาหกรรมเทคโนโลยี และอุตสาหกรรมยานยนต์กำลังหล่อหลอมรวมกัน ซึ่งนำไปสู่พันธมิตรและผู้เล่นรายใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยผู้บริหารเชื่อว่าบริษัทเทคโนโลยีจะเข้ามาเป็นผู้เล่นสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยผู้บริหาร 78% เห็นด้วยว่าในอีกไม่กี่ปีที่จะถึงวิธีการซื้อขายรถยนต์จะมีการเปลี่ยนแปลงไป โดยเชื่อว่าภายในปี 2573 รถยนต์ส่วนใหญ่จะถูกซื้อขายผ่านระบบออนไลน์ และประมาณ 3 ใน 4 คาดการณ์ว่ารถยนต์มากกว่า 40% จะถูกซื้อขายโดยตรงจากผู้ผลิตไปยังผู้บริโภคโดยไม่ผ่านคนกลาง และจากการก้าวเข้าสู่อี-คอมเมิร์ซจะทำให้ผู้ผลิตรถยนต์จะใช้ประโยชน์จากข้อมูลปริมาณมหาศาลที่มี โดย 43% คาดการณ์ว่าผู้ผลิตรถยนต์จะขายข้อมูลเหล่านี้ให้กับบริษัทประกันภัยรถยนต์.

รุ่งนภา สารพิน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยาแรงหรือแค่ยาแก้ปวด?

ท่ามกลางภาวะสุญญากาศทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไทยต้องเผชิญกับมรสุม "วิกฤตซ้ำซ้อน" มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่บาดแผลเรื้อรังจากโรคระบาดที่ยังไม่ทันสมานดี กลับต้องมาถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตพลังงานโลกที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งพุ่งทะยานอย่างควบคุมไม่ได้ สถานการณ์ในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การกำไรลดลง แต่คือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสภาวะที่ "สภาพคล่องติดขัด หนี้เสียติดหล่ม และหนี้นอกระบบกลายเป็นกับดัก"

กระตุ้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ภายหลังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก

โซลาร์รูฟท็อป ฝ่าวิกฤตค่าไฟฟ้าแพง

สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ซึ่ง คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งชาติ คาดการณ์ว่าสถานการณ์คงจะยืดเยื้อไม่จบภายในปี 2569 จะทำให้วิกฤตราคาพลังงานลากยาว ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับวิกฤตดังกล่าว

เมื่อ‘การมีงาน’ไม่ได้แปลว่า‘มั่นคง’?

เพิ่งจะผ่านพ้นวันที่ 1 พฤษภาคมไป ซึ่งแน่นอนว่า “แรงงาน” ในสังคมไทยนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในวันแรงงานปี 2569 คำถามของคนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจไม่ใช่เพียง “ยังมีงานทำหรือไม่” หากเป็น “รายได้ที่มีอยู่ วันนี้ยังพอรับมือกับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้แค่ไหน?”

หนึ่งทศวรรษค่าจ้างขั้นต่ำไทย

ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ‘ค่าจ้างขั้นต่ำ’ ของประเทศไทยถูกวางบทบาทให้เป็นทั้งเครื่องมือคุ้มครองแรงงานและกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนภาพของความก้าวหน้าในเชิงนโยบาย

เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก

ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง