เรื่องของการ “สอดลิ้น”

ฉาวกองถ่าย น.ศ.! นักแสดงหญิงจูบจริงสอดลิ้นนักแสดงชาย แฟนสาวโวย ตร.พูดให้ยอมความ

นี่..พาดหัวข่าว “ผู้จัดการออนไลน์” ซึ่งความรู้สึกแรกที่เห็น มันเป็นไปได้อย่างไร? ไม่ได้สงสัยว่านักแสดงหญิงทำไมถึงกล้า “สอดลิ้น” นักแสดงชาย

หากแต่แปลกใจ เพราะตั้งแต่ทำข่าวบันเทิง-ข่าวหนังมา ไม่เคยปรากฏหรือมีข่าวในลักษณะนี้มาก่อน ไม่ว่าฝ่ายหญิงใช้ลิ้นสอด หรือฝ่ายชายใช้ลิ้นสอด!

เปล่า..ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีเหตุการณ์ “สอดลิ้น” ในระหว่างการถ่ายฉากเลิฟซีนร้อนแรง มีน่ะมีอยู่ให้เป็นที่พูดซุบซิบมาตลอด

เพียงแต่ ต่างฝ่ายต่างไม่พูดเปิดเผย หรือคิดจะทำให้เป็นเรื่องราวใหญ่โต จะด้วยเพราะเข้าใจอารมณ์ที่บางครั้ง-บางคนอาจจะอินกับบทพิศวาสก็ย่อมมี

หรือไม่..พูดไป-โวยวายไปก็มีแต่จะสร้างความขุ่นเคืองใจ หรือหึงหวงให้กับแฟนของตัวเองเปล่าๆ เพราะเหตุการณ์ก็ได้ผ่านพ้นไปแล้ว แค่เก็บเอาไว้ในใจ..

ต่อไป ถ้ามีฉากเลิฟซีนกับนักแสดงหญิงหรือนักแสดงชายคนนี้อีกก็จะระมัดระวัง หรือไม่ก็พูด-ตกลงกันเสียตรงหน้า..ห้ามสอดลิ้นชอนไชเด็ดขาด!

จากข่าว..เหตุการณ์ (สอดลิ้น) ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 เม.ย. แต่แฟนสาวของนักแสดงหนุ่มเพิ่งมาโพสต์เล่าความเมื่อ 2-3 วันมานี้เอง

และความที่เธอโพสต์บางช่วงตอนเป็นอย่างนี้.. แฟนหนุ่มของเธอได้รับบทบาทเป็นนักแสดงในฉากแนว 18+ ซึ่งต้องนอนอยู่ใต้นักแสดงหญิงที่นั่งคร่อมอยู่

แต่ระหว่างการแสดง นักแสดงหญิงกลับพุ่งตัวเข้ามาจูบและสอดลิ้นเข้าไปในปากของแฟนหนุ่มโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว สร้างความตกใจและไม่พอใจเป็นอย่างมาก

ภายหลังเกิดเหตุ แฟนหนุ่มได้แจ้งให้นักแสดงหญิงทราบว่าไม่โอเคกับการกระทำดังกล่าว..ในฉากต่อมา นักแสดงหญิงคนเดิมยังคงพยายามจูบแฟนหนุ่มอีกครั้ง แต่ไม่ได้สอดลิ้น

ซึ่งเมื่อจบฉาก แฟนหนุ่มได้รีบโทรศัพท์มาแจ้งเรื่องนี้กับเธอ ด้วยความรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง เนื่องจากนักแสดงหญิงไม่ได้มีการแจ้งล่วงหน้า

ทำให้เธอรู้สึกว่ากองถ่ายนักศึกษาดังกล่าวไม่สามารถดูแลและปกป้องแฟนหนุ่มได้อย่างที่รับปากไว้

วันที่ 11 เมษายน เธอได้เดินทางไปยังกองถ่ายเพื่อพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับทีมงานกองถ่าย แต่กลับมีนักแสดงหญิงที่ก่อเหตุและบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการสนทนาด้วย

ซึ่งผลลัพธ์ของการพูดคุยคือไม่มีการรับผิดชอบใดๆ เพิ่มเติม นอกเหนือจากคำขอโทษของทีมงานนักศึกษาเท่านั้น

ที่น่าตกใจคือ นักแสดงหญิงที่ก่อเหตุยังกล่าวว่า “เธออินบท มันตามฟีล” และคนในกองถ่ายพยายามพูดให้เธอและแฟนหนุ่มยอมรับ

พร้อมทั้งตำหนิว่าพวกเขาไม่เข้าใจการแสดงและคำว่า “ตามฟีล” ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับเธอและแฟนหนุ่มเป็นอย่างมาก...

ล่าสุด เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ได้มีการนัดไกล่เกลี่ยระหว่างแฟนหนุ่มและนักแสดงหญิงคู่กรณี โดยมีนักไกล่เกลี่ย ทนายความ และตำรวจเข้าร่วมการพูดคุย

แต่สิ่งที่ทำให้เธอและแฟนหนุ่มรู้สึกไม่ยุติธรรมอย่างยิ่งคือ คำพูดของตำรวจท่านหนึ่งที่พูดกับแฟนหนุ่มซึ่งเป็นผู้เสียหายหลายครั้งว่า

“ยอมเถอะ”, “ผู้หญิงได้เปรียบในข้อกฎหมายมากกว่า”, “ถ้าขึ้นศาลไปอัยการเป็นผู้หญิง จมตีนแน่”

คำพูดดังกล่าวสร้างความรู้สึกแย่และไม่สร้างความไม่เข้าใจให้กับเธอและแฟนหนุ่มเป็นอย่างมาก เนื่องจากมองว่าตำรวจซึ่งเป็นผู้รักษากฎหมาย กลับพูดจาในลักษณะที่เข้าข้างเพศหนึ่ง

และลดทอนความสำคัญของผู้เสียหาย ทั้งที่ต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดมาจากการกระทำนอกบทของนักแสดงหญิง

ต่อมา..เมื่อเธอนำเรื่องราวมาแชร์ต่อในโลกออนไลน์ เพื่อเป็นอุทาหรณ์และเตือนภัย พร้อมทั้งเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับแฟนหนุ่ม

ได้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ โดยชาวเน็ตจำนวนมากต่างแสดงความเห็นใจและให้กำลังใจผู้เสียหาย

พร้อมทั้งตั้งคำถามถึงการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจท่านดังกล่าว และเรียกร้องให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ครับ..ก็น่าสงสาร-เห็นใจ ไม่ใช่นักแสดงหนุ่มหรือนักแสดงสาวนั่นดอก หากแต่ผมหมายถึงตำรวจ ด้วยไปๆ มาๆ..

ดูท่าจะมาลงที่กู (ตำรวจ) อีกตามเคย!.

 

สันต์ สะตอแมน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยิ่งกว่าเจอ ‘ก็อตซิลล่า’

เพิ่งได้ออกจากกะลา เอ๊ย ไม่ใช่..นอกบ้านสิ! ไม่ได้เข้าที่ทำงาน แต่ได้ขับรถไปบนเส้นทางที่ “น้ำลด” เพื่อไปพบปะกับไอ้เกลอแถวเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา

พอได้คลาย ‘แพนิก’?

เพิ่งได้ออกจากกะลา เอ๊ย ไม่ใช่..นอกบ้านสิ! ไม่ได้เข้าที่ทำงาน แต่ได้ขับรถไปบนเส้นทางที่ “น้ำลด” เพื่อไปพบปะกับไอ้เกลอแถวเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา

โหนซ้อนโหน?

“เล่นกีตาร์ด้วยทุนครอบครัว และความเสียสละของพ่อที่ละทิ้งความฝันเพื่อผลักดันเนเน่ทุกทาง ขอทุน รร. KIS ด้วย ค.สามารถดนตรี FC ต่างชาติมองเห็นแววมอบกีตาร์ตัวท็อป

โม้..แต่ได้อรรถรส

ดูจะมีความดีใจ-สุขใจกันไม่น้อย! กับผลสำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” ที่ถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี และพบว่า..

‘ผู้สร้าง’และ‘ผู้วาด’

บ่ายวันนี้-28 กันยา..รู้เรื่อง! ก็เรื่อง “บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้งนั่นแหละ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ยังเป็นความลับ-ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ สภาก็ยังทำหน้าที่อยู่ต่อไป