
ภาพลักษณ์กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในสายตาสังคมติดภาพการเมือง เนื่องจากมักมีบทบาทเกี่ยวกับคดีทางการเมือง
โดยเฉพาะคราวรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำบริหารประเทศ กลายเป็นกลไกสำคัญในการฟาดฟันอีกฝั่ง อย่างเมื่อครั้งรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดีเอสไอไล่บี้นักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐที่ออกคำสั่งเกี่ยวกับการสลายการชุมนุมทางการเมืองระหว่างปี 2552-2553
หรือย้อนกลับไปก่อนหน้านั้น ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็เป็นเครื่องมือสำคัญในการเอาผิดกับแกนนำคนเสื้อแดงที่นำมวลชนออกมาชุมนุม จนมีผู้บาดเจ็บ ล้มตาย
โดยทั้งสองยุคมีอธิบดีดีเอสไอคนเดียวกัน ชื่อ ‘ธาริต เพ็งดิษฐ์’
ก่อนที่ดีเอสไอจะดูเงียบๆ ไปหลายปี ในช่วงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยึดอำนาจ รวมถึงในรัฐบาลชุดที่แล้ว กระทั่งกลับมาเป็นจุดสนใจอีกครั้ง เมื่อพรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำรัฐบาล และมี รมว.ยุติธรรม ที่ชื่อว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง
ดีเอสไอในยุค พ.ต.อ.ทวี คุมกระทรวงตราชั่ง กลับมามีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ และมากที่สุดเมื่อเดินหน้าตรวจสอบคดีฮั้วเลือก สว.อย่างจริงจัง
โดยคดีนี้ถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของสงครามภายในระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล เล่นกันแรงจนถึงขั้น พ.ต.อ.ทวี ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ในส่วนของการสั่งการดีเอสไอ
เมื่อ พ.ต.อ.ทวีปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ รัฐบาลจำเป็นต้องหารัฐมนตรีมาสั่งการดีเอสไอชั่วคราวระหว่างนี้ ซึ่งหลายคนไม่อยากได้รับหน้าที่ เพราะรู้ว่ามันร้อนแรงและสุ่มเสี่ยงต่อการถูกร้องเรียนเอาผิดจากอีกฝั่ง
สุดท้ายหวยไปออก ชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มือกฎหมายของพรรคเพื่อไทย ซึ่งแม้งานที่ได้รับมอบหมายจะยิ่งใหญ่ แต่เชื่อว่าลึกๆ ไม่น่าแฮปปี้ เพราะมีแต่เผือกร้อนๆ ทั้งนั้น
วันก่อนเจอ อ.ชูศักดิ์ เลยแกล้งขอดูมือรัฐมนตรีหน่อย อาจารย์ไม่รู้เลยแบให้ดูแต่โดยดี ก่อนจะถูกนักข่าวแซว “โห อาจารย์มือพองหมดแล้ว” ทำเอาเจ้าตัวหัวเราะลั่น
แบบว่า เผือกมันร้อน มือเลยพองเป็นธรรมดา อิอิ.
ฌ.เฌอ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อย่าล้ำเส้นมาก
ถ้าให้นึกถึงแม่พระของเหล่าช้าง สัตว์ประจำชาติของไทยในยุคปัจจุบัน เชื่อว่าชื่อแรกๆ ที่อยู่ในหัวหลายคนคงไม่พ้น หนูนา-กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา
'ตรงคน ตรงงาน'
ย้อนภาพวันแรกในห้องทำงานตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ของ “เจ๊รวย” สุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย อาจดูเรียบง่าย
เพื่อนปูติน
แวดวงสภาสูงช่วงนี้มีเรื่องให้พูดถึงเยอะ โดยเฉพาะเมื่อประเด็นปากท้องของพี่น้องเกษตรกรอย่าง "ราคาปุ๋ย" กลายเป็นโจทย์หินที่แก้ไม่ตกเสียที ล่าสุดเห็นทีต้องฉายสปอตไลต์ให้
‘ฟังเพลิน’
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นช่วงของวันแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 9-10 เม.ย.ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นงานแรกๆ ที่เป็นงานใหญ่ของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลเตรียมข้อมูล ทำการบ้านอย่างหนักเพื่ออภิปรายนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน
พี่ใหญ่ทีมโทรโข่ง
ความเคลื่อนไหวของการจัดทีมโฆษกรัฐบาล “อนุทิน 2” ที่คาดว่าจะมีถึง 4 สาวร่วมทีมทำงาน ซึ่งขณะนี้มี “ดร.กานต์-รัชดา ธนาดิเรก” นั่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ “กิ๊บ-ลลิดา เพริศวิวัฒนา” นั่งรองโฆษกแล้ว
ฤกษ์สะดวก
เก็บตกการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เมื่อค่ำวันจันทร์ที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก ตามประสาของคนเข้ารับตำแหน่งใหม่ๆ จิตใจเบิกบาน

