
ในปี 2568 นี้ พบว่า “อาหารญี่ปุ่น” ยังครองใจผู้บริโภคชาวไทยอย่างเหนียวแน่น ไม่ใช่แค่เพียงมื้อพิเศษในโอกาสพิเศษอีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมการกินที่คนไทยหลายคนนิยมเลือกรับประทานในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ซูชิ ซาซิมิ ราเมน ชาบู ยากินิกุ และข้าวหน้าต่างๆ ล้วนแล้วแต่เป็นเมนูโปรดของคนหลากหลายช่วงวัย ซึ่งความนิยมนี้เองสะท้อนผ่านการพูดถึง (Mention) และการมีส่วนร่วม (Engagement) จำนวนมากบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความนิยมของผู้บริโภคและการเติบโตของตลาดอาหารญี่ปุ่นในไทย โดยบริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด ได้รวบรวมข้อมูลจากโซเชียลมีเดียผ่านเครื่องมือ DXT360 เพื่อฟังความคิดเห็นของผู้บริโภคในสังคมออนไลน์ (Social Listening) ซึ่งพบหลายประเด็นที่น่าสนใจ
สำหรับจานโปรดของคนไทย พบว่าเมนู “Sushi” เมนูยอดฮิตของคนไทย ได้รับ Engagement สูงถึง 50.2% ด้วยความหลากหลายทั้งในด้านรสชาติ วัตถุดิบ ทั้งซูชิแบบดั้งเดิมหรือแบบฟิวชัน รวมถึงประสบการณ์การรับประทานที่หลากหลาย ส่วนเมนู “อาหารเซต” ที่เรียกว่า เทโชกุ (Teishoku) ได้รับ Engagement 23.7% ขณะที่เมนู “ปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น (Yakiniku)” ได้รับ Engagement 10.4% ด้านเมนู “ชาบู” อาหารประเภทหม้อไฟ ได้รับ Engagement 10.4% รวมถึงเมนู “ราเมน” ได้รับ Engagement 3.3% และเมนู “ข้าวหน้าแกงกะหรี่ญี่ปุ่น ทงคัตสึ และเทมปุระ” ได้รับ Engagement รวมกันอยู่ที่ 2%
เมื่อวิเคราะห์จากสัดส่วนยอดเอนเกจเมนต์ (Engagement) บนแพลตฟอร์มออนไลน์ จะเห็นภาพความนิยมของผู้บริโภคต่อแบรนด์อาหารญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจน โดยข้อมูลจาก Social Listening พบว่า แบรนด์ Yayoi ครองอันดับ 1 ด้วยยอด Engagement สูงถึง 31.1% ตามมาด้วย Sushiro ร้านซูชิสายพานชื่อดังที่ได้รับความสนใจเป็นอันดับ 2 ที่ 20.3% อันดับ 3 คือ ZEN ซึ่งมียอด Engagement อยู่ที่ 11.2% AKA เป็นอันดับ 4 ที่ 9.6% และแบรนด์ในเครือ Oishi Group อันดับ 5 ที่ 6.5% สำหรับแบรนด์อื่นๆ ที่อยู่ใน Top 10 ได้แก่ Mo-Mo-Paradise (4.6%), KOUEN (4.5%), Kiiro Sushi (4.3%), Shabushi (4.0%) และ Yakiniku Like (3.9%) ตามลำดับ จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้นจะเห็นว่า 5 ใน 10 เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นประเภท “ซูชิ” ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิเคราะห์ในหัวข้อก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า “ซูชิ” คือเมนูอาหารญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดในหมู่ผู้บริโภคชาวไทย
นอกจากชื่อเสียงของร้านอาหารแล้ว “ราคา” ก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการเลือกบริโภคอาหารญี่ปุ่นของผู้คนในปัจจุบัน ด้วยตัวเลือกที่หลากหลายตั้งแต่ร้านซูชิสายพานราคาย่อมเยา ไปจนถึงร้านโอมากาเสะสุดพรีเมียม ผู้บริโภคจึงมีพฤติกรรมที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนตามงบประมาณและความคาดหวังในการรับประทาน หากมองในภาพรวมของอาหารญี่ปุ่น พบว่า ช่วงราคาที่ 251-500 บาทต่อมื้อต่อคน ได้รับ Engagement สูงถึง 40.9% (150,535 ครั้ง) รองลงมาเป็นช่วงราคา 101-250 บาทต่อมื้อ ได้รับ Engagement 33.2% (122,349 ครั้ง) ช่วงราคา 501-1,000 บาทต่อมื้อ 23.9% (88,241 ครั้ง) และมากกว่า 1,000 บาทต่อมื้อ 2% (7,375 ครั้ง) ตามลำดับ
เมื่อพูดถึง “อาหารญี่ปุ่น” บทสนทนาของผู้คนบนโซเชียลมีเดียให้ความสำคัญกับ “คุณภาพและรสชาติของอาหาร” มากที่สุดเป็นอันดับแรก ด้วยจำนวนการกล่าวถึง (Mention) ที่สูงถึง 46.5% อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญไม่แพ้กันและได้รับการพูดถึงเป็นอันดับรองลงมา คือ “ราคาและความคุ้มค่า” ที่ได้รับการกล่าวถึง (Mention) มากถึง 42.3%
นอกจากคุณภาพและราคาของอาหารที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญเป็นหลักแล้ว พบว่าอีกหนึ่งคีย์เวิร์ดที่ปรากฏบ่อยครั้งบนโซเชียลมีเดียและได้รับการพูดถึงไม่น้อยเลย คือคำว่า “เชฟเป็นคนญี่ปุ่นแท้ๆ” และ “เจ้าของร้านเป็นคนญี่ปุ่นแท้ๆ” ซึ่งกลายเป็นจุดขายสำคัญที่ช่วยการันตีความเป็นต้นตำรับ (authenticity) ของมื้ออาหารในสายตาผู้บริโภคชาวไทย โดยมีสัดส่วนการถูกพูดถึง (Mention) อยู่ที่ 11.2%
อย่างไรก็ตาม การระบุว่าเชฟหรือเจ้าของร้านเป็น “ชาวญี่ปุ่นแท้ๆ” กลายเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจในสายตาผู้บริโภค อีกทั้งยังทำให้ลูกค้ารู้สึกว่ากำลังได้รับประสบการณ์การรับประทานอาหารญี่ปุ่นแบบออริจินอล ซึ่งช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับมื้ออาหารในมุมมองของผู้บริโภคอีกด้วย.
รุ่งนภา สารพิน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘บ้านผู้สูงวัย’กับโจทย์สังคมไทย
เมื่อประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “ผู้สูงอายุจะมีชีวิตยืนยาวขึ้นอย่างไร” แต่คือ จะใช้ชีวิตอย่างไรในวันที่ต้องพึ่งพาตนเองมากขึ้น ท่ามกลางโครงสร้างครอบครัวที่เปลี่ยนไป
ประชุมกพอ.นัดแรกยังดันอีอีซีต่อ
ถ้าไม่ตามข่าวเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด หลายคนอาจจะคิดว่าโครงการ EEC (เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก) เงียบหายไปหรือเปล่า? แต่ล่าสุดเขามีการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญอีกครั้งในปีนี้
สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว
รัฐบาลได้เดินหน้ายกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยทั่วประเทศอย่างเข้มข้น โดยบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานด้าน ความมั่นคงทุกภาคส่วน ทั้งระดับท้องถิ่น จังหวัด และระดับประเทศ
Speed Economy เร่งเกมเศรษฐกิจไทย
เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคปรับจาก “ค้นหา-เปรียบเทียบ” ไปสู่ “ดู-เชื่อ-ซื้อ” ในเวลาไม่กี่วินาที ส่งผลให้กลไกการแข่งขันในอีคอมเมิร์ซ การตลาดและการสร้างรายได้ของคนทำงานยุคใหม่ต้องขับเคลื่อนด้วยความเร็วควบคู่กับความเชื่อมั่นอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
‘ยิ่งทำงานหนัก ยิ่งคิดก่อนใช้เงิน’
ท่ามกลางค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่ยังเป็นโจทย์ใหญ่ ผู้บริโภคไทยจำนวนมากกำลังเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการใช้เงิน จากเดิมที่มองหาราคาและโปรโมชัน ไปสู่การประเมิน “ความคุ้มค่าในระยะยาว” เพื่อสร้างเสถียรภาพทั้งด้านชีวิตและการเงินในอนาคต
‘Solar Rooftop’ก้าวข้ามวิกฤตพลังงาน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แนวคิดเรื่อง ‘ความมั่นคงทางการเงิน’ ของคนไทยได้เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตอย่างชัดเจน จากเดิมที่เน้นเพียงการออมเงินหรือการสร้างรายได้เสริม สู่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายประจำให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยเฉพาะในยุคที่เศรษฐกิจเผชิญความไม่แน่นอน ทั้งภาวะเงินเฟ้อ ราคาพลังงานโลก และค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายครัวเรือนเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการลงทุนที่ช่วย ‘ลดรายจ่ายระยะยาว’ ควบคู่ไปกับการสร้างผลตอบแทนในอนาคต

