
ต้องบอกว่ารัฐบาล (พ่อ) เลี้ยงของนายกฯ แพทองโพยนั้น มักจะเจริญรอยตามรัฐบาลลุงตู่อยู่เนืองๆ เรียกได้ว่าเป็น พฤติกรรมเกลียดตัวกินไข่ก็ว่าได้ เพราะนอกจากเรื่องการดึงพรรคลุงมาร่วมรัฐบาลแล้ว แม้แต่การเลือกวันพุธในการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่างจังหวัดก็ยังเหมือนๆ กัน อีกต่างหาก ...๐
แต่ที่ชาวบ้านร้านถิ่นเขาสงสัยกันหนักหนาคือ การลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชานั้น เหตุการณ์มันเกิดที่ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี แต่ “แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะกลับเลือกไปอำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ก็ไม่รู้ว่า กลัวเสียหน้า เพราะก่อนหน้านี้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทยได้ลงพื้นที่มาก่อน หรือไม่อย่างไร ...๐
แล้วที่ชาวบ้านเขาข้องใจอย่างมากกับ “นายกฯ อิ๊งค์” นายกฯ ไทย คือการลงพื้นที่เรื่องแรกที่มีกล่าวอ้างถึง แทนที่จะแสดงจุดยืนเรื่องดินแดนและอธิปไตยของบ้านเกิดเมืองนอน กลับไปซักไซ้ไล่เลียงเรื่องวันเวลาเปิด-ปิดด่าน พร้อม สั่งให้พื้นที่ไปประสานฝั่งเขมรเพื่อให้เปิด-ปิดด่านตรงกันด้วย โดยอ้างเรื่องการค้าขายที่เป็นผลประโยชน์ประชาชนในพื้นที่ ทั้งที่ “พล.ท.บุญสิน พาดกลาง” แม่ทัพภาคที่ 2 ชี้แจงว่ามีการเปิด-ปิดที่ไม่ตรงกัน เพราะมีนัยบางอย่าง เหมือนลักษณะของการเมืองเล็กน้อย แต่ดูเหมือนนายกฯ อิ๊งค์จะไม่เข้าใจแต่ประการใด ...๐
งานนี้คงต้องให้ดู ตัวอย่างที่ “กองกำลังบูรพา” โดย พ.อ.ปฏิวัติ เฟื่องประภัสสร์ รองผู้บัญชาการกองกำลังบูรพาหารือ “ทหารกัมพูชา” ขยายเวลาเปิด-ปิดจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึกให้แค่นักเรียนกัมพูชาข้ามมาไทย ช่วงเช้า 06.00-08.00 น. ช่วงเย็น 17.00-18.00 น. ส่วนมาตรการอื่นๆ ยังคงเดิม เปิดด่าน 08.00-16.00 น. เพราะเรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องใหญ่ จะมา เอาการค้าขายทั้งที่เป็นผลประโยชน์ระยะสั้นมาแลกกับการธำรงไว้ซึ่งดินแดนและอธิปไตย รวมถึงศักดิ์ศรีประเทศไม่ได้ ตราบใดที่ “กัมพูชา” ยังกระเหี้ยนกระหือรือในการตีกินพื้นที่ประเทศ ก็ไม่รู้ว่าแนวคิดของ “แพทองธาร” ที่เสนอมานั้น ออกมาเองหรือมีการปรึกษาหารือกับ “ภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมแล้วหรือยัง หรือโพล่งออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยกันแน่ ...๐
หันมาส่องเรื่องการเมืองว่าด้วยการปรับคณะรัฐมนตรีกันบ้าง เพราะ หลังจาก “คุณพ่อ สทร.” ทักษิณ ชินวัตร ปูดทวงกระทรวงออกมา แล้ว “คุณหนูอิ๊งค์” ก็ระบุตามมาว่ามีแนวคิดปรับเก้าอี้เช่นกัน แต่หลังจาก “เสี่ยหนู” ยืนยันโควตาตอนจับมือตั้งรัฐบาล หรือ “ปฏิญญาช็อกมินต์” นั้น ก็เรียกว่าแต่ละคนกลับเงียบหายเข้ากลีบเมฆกันเลยทีเดียว ...๐
ต่างจากพรรครวมไทยสร้างชาติของ “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” ที่ต้องบอกว่าพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกกันอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดก็เกิด ปฏิกิริยาสาวไส้ให้กากินกันหนักข้อเข้าไปอีก หลังจาก 21 สส. ส่งหนังสือถึงนายกฯ เพื่อขอปรับเก้าอี้ในส่วนของ รทสช. โดยล่าสุด “สุชาติ ชมกลิ่น” รมช.พาณิชย์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค รทสช. ก็ออกมาแฉเหตุไม่รับสาย “เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะเลขาธิการพรรค รทสช. เพราะโทรมาชวนให้จับมือกันขับหัวหน้าดีกว่า แต่สงสัย “เลขาฯ ขิง” จะยังมั่นใจในความเชื่อใจของ “พีระพันธุ์” อยู่ เพราะล่าสุดได้โพสต์ภาพผ่านเฟซบุ๊กไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวกับ “คุณพี” และ “โฆษกชงหวาน” อย่าง “อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์” พร้อมระบุว่า “รทสช.ไปต่อ หัวหน้าชื่อพีระพันธุ์ เลขาฯ ชื่อเอกนัฏ โฆษกชื่ออัครเดช เหมือนเดิม” ...๐
งานนี้คงต้องติดตามกันต่อไปว่า รทสช.ได้ไปต่อนั้น จะไปพร้อมรัฐบาลนี้หรือไม่อย่างไร เพราะกระแสล่าสุดก็มีชื่อ “จตุพร บุรุษพัฒน์” หรือ “ปลัดตุ๋ม” ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง เพื่อเตรียมไปนั่งเป็นหัวหน้าพรรคโอกาสใหม่และรับตำแหน่ง รมว.พลังงานในการปรับ ครม.แล้วจ้า ...๐
ทิ้งท้ายด้วยข่าวการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 นัดแรก ที่ต้องบอกว่า “ร้อนฉ่า” อย่างยิ่ง และต้อง ปรบมือให้กับ “ชาดา ไทยเศรษฐ์” สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ที่ยังคงความเป็นคนลูกทุ่งใจนักเลงไม่เปลี่ยนแปลง เมื่อสอบถามเรื่องคาหัวใจคนไทยทั้งประเทศกับธนาคารแห่งประเทศไทย ว่า “อยากให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตอบตรงนี้ สมองของผมจะได้หายโง่ ว่าใครดูแลธนาคาร ใครมีอำนาจในการตั้งค่าธรรมเนียม เพราะแม้กระทั่งเงินของภาครัฐก็ต้องเสียดอกเบี้ย” ก็ไม่รู้ว่าแบงก์ชาติจะตอบอย่างไร แต่ที่แน่ๆ ความจริงที่ ชาวบ้านตาดำๆ เจอ ก็เหมือนกับที่ “ชาดา” สงสัยนั่นแลว่า “ค่าธรรมเนียม-ดอกเบี้ยกู้” สูงลิบลิ่ว แต่ดอกเบี้ยฝากกลับเตี้ยติดดิน โดย ธปท.ไม่เคยที่จะใส่ใจแต่ประการใดเลย ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
ช่วงนี้สังคมไทยมี คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญอย่างต่อเนื่อง เป็นข่าวฉาวไปทั่วโลก ล่าสุด นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี หลังก่อเหตุนายฉลอง
บันทึกหน้า 4
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด วิกฤตการณ์ทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นถือเป็นบททดสอบสำคัญของกระทรวงมหาดไทยภายใต้การกำกับดูแลของ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ออกมาประกาศความคืบหน้าในการดำเนินการทางอาญาต่อกลุ่มผู้ทุจริต
บันทึกหน้า 4
เป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ต้องเริ่มต้นด้วยการแสดงความเสียใจและอาลัยจากใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุโศกนาฏกรรมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ...เหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์จบลง แต่คำถามของสังคมยังวนเวียนหลอกหลอน “เราจะทำอย่างไร...ไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก?!?”
บันทึกหน้า 4
ไร้นักการเมืองโกง! ยังเป็นประเด็นคาใจที่ฝ่ายค้านตั้งคำถามทุกวัน ตัดตอนจบแค่บิ๊กข้าราชการ "รังสิมันต์ โรม" รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรรมและสิทธิมนุษยชน
บันทึกหน้า 4
ต้องบอกว่า “ดีลลับโมนาโก” แม้จะได้รับการปฏิเสธทั้งจาก “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) รวมถึง “แพทองธาร ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ปัจจุบันรั้งเก้าอี้ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทยไปแล้ว แต่เมื่อมีควันย่อมมีไฟอย่างไรอย่างนั้น จึงทำให้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยถึงกับประกาศกลางวงประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพุธที่ 5 สิงหาคม
บันทึกหน้า 4
ผลการตรวจสอบการทุจริตข้อสอบกรมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เป็นที่ยุติแล้ว โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย บอกว่า ในส่วนของรัฐบาลดำเนินการทุกอย่างที่ควรทำหมดแล้ว จบแล้ว

