บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ย่างเข้าสู่ปีที่ 26 ไปพร้อมๆ กับโลกที่ยังคงต้องเผชิญหน้ากับ “ไวรัสมรณะ” ที่ ล่าสุดตัวเลขผู้ติดเชื้อทั่วโลกใน 221 ประเทศและดินแดนทะลุ 242 ล้านคนแล้ว โดยมีผู้ติดเชื้อทั้งสิ้น 242,425,143 คน ในขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตก็ใกล้แตะ 5 ล้านคนอยู่ โดยอยู่ที่ 4,930,782 ราย …๐

ในส่วนของพี่ไทยเองก็ใช่ย่อยในช่วงนี้ แม้จะมียอดติดเชื้อไม่ถึงระดับหมื่นเหมือนช่วงเดือนก่อนๆ แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่เกินกว่า 5 พันราย โดยขณะนี้ “ไทยแลนด์” อยู่ในอันดับ 24 ของโลก มีผู้ติดเชื้อรวม

1,811,852 ราย และผู้เสียชีวิต 18,486 ราย ซึ่งก็ต้องภาวนาว่าใน การเปิดประเทศวันที่ 1 พ.ย.นี้ จะยังคงรักษาระดับผู้ติดเชื้อให้อยู่ในระดับนี้หรือลดลงได้ก็ถือว่าดีมาก แต่หากกลับพุ่งทะยานไปอยู่ในระดับอื่น “ไทยแลนด์โอนลี” ก็อาจมีผู้ติดเชื้อในระดับเกิน 2 ล้านคนก็เป็นได้ ...๐

แต่จากการแถลงของ “ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)” หรือ “ศบค.” โดย “พญ.สุมนี วัชรสินธุ์” ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค ในฐานะผู้ช่วยรองโฆษก ศบค. ก็ต้องยอมรับว่าน่าห่วงอย่างยิ่ง เพราะ กทม.ยังคงนำโด่งในผู้ติดเชื้อ รวมถึง 4 จังหวัดภาคใต้ที่น่าห่วง แต่ที่มาแรงแซงโค้งกว่าที่ไหนๆ คือ “เชียงใหม่” หนึ่งในจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญที่ตัวเลขกลับมาโดดเด้ง โดยเฉพาะการพบคลัสเตอร์จำนวนมาก ทั้ง “คลัสเตอร์กาดเมืองใหม่”, “คลัสเตอร์แรงงานไม้ตัดยาง”, “คลัสเตอร์ร้านอาหาร”, “ คลัสเตอร์บ้านพักนักเรียนประจำ” และ “คลัสเตอร์ร้านค้า” ...๐

ส่วนในเรื่องการฉีด “วัคซีน” ที่วาดหวังให้เป็นตัวหยุด หรือฉุดการติดเชื้อ “โควิด-19” ก็ บอกได้คำเดียวว่า เป้าหมายที่ 70% นั้นยังคงน่าห่วง เพราะล่าสุดมีเพียง 5 จังหวัดเท่านั้นที่ฉีดเกิน 70% ได้แก่ กทม., กระบี่, พังงา, ชลบุรี และระนอง และถึงแม้จะมีการฉีดวัคซีนเกิน 70% ก็ตามที ก็ไม่ได้ช่วยการันตีเท่านั้นใดนัก เพราะ 2 ใน 5 จังหวัดที่ฉีดวัคซีนเกินเป้าก็ติด 1 ใน 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดอยู่ด้วย นั่นคือ “กทม.-ชลบุรี” นั่นเอง ...๐

ในขณะที่ “โควิด-19” ยังไว้วางใจไม่ได้ ส่วนของการเมืองก็ดูเหมือนจะ “ร้อนแรง” เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อ “วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นกูรูทางกฎหมายของรัฐนาวาเรือแป๊ะตู่ได้กางไทมไลน์เรื่องกฎหมายลูกชัดๆ หรือถ้าภาษาชาวบ้านก็ต้องบอกว่ากฎหมายฉบับใช้เลือกตั้งใหม่นั่นเอง โดยระบุชัดแจ้งว่าอย่างช้าที่สุดที่กฎหมายจะมีผลบังคับใช้คือเดือน ก.ค.2565 ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็คือการยุบสภาจะเกิดขึ้นได้ช้าสุดคือหลัง ก.ค.2565 แบบไม่ครบวาระ ส่วน กรณีเร็วที่สุดที่เป็นได้ที่อาจยุบสภาพก็คือ ในเดือน 5 หรือเดือน พ.ค.นั่นเอง ...๐

การยุบไม่ว่าจะช้าหรือเร็วตามไทมไลน์ดังกล่าว คือ “พ.ค.-ก.ค.” ก็อาจจะเป็นการตัดช่องน้อยแต่พอตัวในปัญหาเรื่อง การนับอายุวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปี ของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมไปด้วยประการหนึ่ง เพราะหากทอดเวลาจนครบเดือน ส.ค. อาจเป็นประเด็นขึ้นมาได้ แม้ฝ่ายรัฐบาลจะเชื่อว่า “ลุงตู่” ยังคงดำรงตำแหน่งไม่ถึงก็ตามที แต่ก็อาจจะกลายเป็นเรื่องเป็นราวให้ปวดหัวในช่วงเลือกตั้ง เหมือนกับกรณีการถวายสัตย์ปฏิญาณของรัฐนาวาประยุทธ์ที่มีมาแล้วก็เป็นได้ ...๐

อาจกลายเป็น “บรรทัดฐาน” สำหรับพรรคเล็กก็เป็นได้ในการยุบตัวเองย้ายสังกัด เพื่อรองรับการเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญได้มี มติเสียงข้างมากให้ “ไพบูลย์ นิติตะวัน” ที่ยุบพรรคประชาชนปฏิรูปแล้วย้ายมาสังกัดพรรคพลังประชารัฐได้ไปต่อ ซึ่ง “ไพบูลย์” ก็ขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญทันทีว่าพิจารณาอย่างเที่ยงตรง ทำให้เกิดความกระจ่าง และชัดเจนขึ้นอย่างมาก!!! ...๐

พูดถึงเรื่องกฎหมายจะไม่เอยถึง กรณี “วิดีโอคอล” ของ “ทักษิณ ชินวัตร” มายังสมาชิกพรรคเพื่อไทยไม่ได้ แม้ “เนติบริกรวิษณุ” จะระบุว่าไม่ถึงขั้นที่จะครอบงำพรรค แต่คงต้องรอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วินิฉัยเสียก่อน หลังจาก “ศรีสุวรรณ จรรยา” เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ไปยื่นเรื่องไว้แล้ว ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะจบเมื่อใด แต่ที่แน่ๆ ที่ยื่นกับ ป.ป.ช.ในเรื่องสอบปมฝ่าฝืนจริยธรรมน่าจะรวดเร็วนะจ๊ะ โดยเฉพาะกรณี การฝ่าฝืนข้อกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินว่าด้วยการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น ก็ไม่รู้ว่าตำรวจจะกล้าดำเนินการเอาผิด เหมือนการจับเด็กแว้น และวัยโจ๋ที่มั่วสุมดื่มสุรายาเมาในร้านหรือไม่อย่างไร เพราะหากปล่อยไว้ก็จะถูกครหาว่าสองมาตรฐานได้นะตัวเอง และหากดำเนินการจริงก็จะทำให้เรื่องการลงโทษว่าด้วยการฝ่าฝืนจริยธรรมก็จะง่ายขึ้นตามไปด้วย งานนี้คงต้องลุ้นว่าจะกล้าจัดการ เหมือนกรณีไปปรับ “ลุงตู่” ไม่ใส่แมสก์หรือเปล่าเอ่ย ...๐

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

กระแสวิพากษ์วิจารณ์ 1 ประเทศ 2 นายกฯ ยังคงถูกพูดถึงเรื่อยๆ หลังทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทยตัวจริงและผู้จัดการรัฐบาลที่อยู่หลังฉากการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อไทยมาตลอด กลับมาปักหลักที่บ้านพักจันทร์ส่องหล้า

บันทึกหน้า 4

บันทึกในวันที่ "คนไทย" ต้อง อดทน อดกลั้น นั่งทำตาปริบๆ กับความบิดเบือนของสังคมและการเมืองว่าด้วยกระบวนการยุติธรรมที่อ่อนระทวย!!

บันทึกหน้า 4

"จันทร์ส่องหล้า" จรัสเจิดจ้า! บดบังแสงตึกไทยคู่ฟ้ามืดมิด ขนาดอดีตผู้นำประเทศเพื่อนบ้านยังต้องนั่งเครื่องบินส่วนตัวมาเยี่ยม ตอกย้ำชัดใครคือตัวจริง ดันสะดุดนิดนึงตรงที่อดีตเสื้อแดงคนเคยรักนายใหญ่ บุกมาหน้าบ้านประณาม "ทักษิณการละคร"

บันทึกหน้า 4

เรียกว่าเป็นไปตามที่ “นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ” สว.ตัวตึงบอกมาเสมอๆ นั่นแลว่า “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะนักโทษชายที่ได้รับการพักโทษนั้น เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในปัจจุบัน และในอนาคตด้วย

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด ภาพที่ น.ช.ทักษิณ ชินวัตร ได้รับการพักโทษ ใส่เฝือกคอและแขน นั่งรถออกจาก รพ.ตำรวจ คนทั้งประเทศเห็นแล้วคิดเหมือนกันว่ามันไม่เนียน มีแต่ บริวาร

บันทึกหน้า 4

"ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด" โพสต์อย่างไรให้ถูกด่าทั้งเมือง คงต้องยกให้ "อุ๊งอิ๊ง" แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เมื่อโพสต์ภาพลงอินสตาแกรมที่ใช้ชื่อว่า ingshin21 เป็นภาพ "ทักษิณ" นั่งอยู่ริมสระน้ำภายในบ้าน โดยนายทักษิณอยู่ในชุดเสื้อผ้าที่ออกจากโรงพยาบาลในช่วงเช้า พร้อมด้วยอุปกรณ์พยุงคอและเฝือกอ่อนที่แขนขวา