เตรียมรับมืออุบัติภัย-เสียหาย-เศร้าโศกร้ายแรงรอบใหม่

ภาพดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์และดาวจรแสดงถึงอุบัติภัย-เสียหาย-เศร้าโศกร้ายแรงรอบ 29 กรกฎาคม-23 สิงหาคม 2568

มฤตยูจร (0) เดินในราศีพฤษภ ระหว่างกรกฎาคม 2565-กรกฎาคม 2572 ทับพระอังคาร (๓) และพระเกตุ (๙) ดวงเดิม

พระเสาร์จร (7) เดินผิดปกติในราศีมีนถึงพระอังคารดวงเดิม (๓) และถึงพระเกตุดวงเดิม (๙) ระหว่าง 19 พฤษภาคม-23 สิงหาคม 2568

พระอังคารจร (3) เดินในราศีกันย์ถึงพระเสาร์ดวงเดิม (๗) ในราศีธนู-เล็งพระราหูดวงเดิม (๘) ในราศีมีน-ถึงพระอาทิตย์ (๑) ดวงเดิมในราศีเมษ ระหว่าง 29 กรกฎาคม-2 กันยายน 2568

พระเสาร์จร (7) เดินผิดปกติในราศีมีนทับพระศุกร์ดวงเดิม (๖) ระหว่าง 19 พฤษภาคม-23 สิงหาคม 2568

พระศุกร์จร (6) เดินในราศีมิถุน ระหว่าง 27 กรกฎาคม-22 สิงหาคม 2568 เล็งพระเสาร์ดวงเดิม

ดังที่ได้ทำนายไว้ล่วงหน้าแล้วว่า ปี 2568 นี้เมืองจะเจอกับอุบัติเหตุ หรืออุบัติภัยครั้งใหญ่ระดับเป็นข่าวไปทั่วโลกถึงสี่รอบ

รอบแรกเกิดไปแล้วอย่างคลุมเครือแต่ลือลั่นโครมครามสนั่นเมืองและโลก-น่าอับอายขายหน้า เมื่อแผ่นดินไหวที่รอยเลื่อนสะกาย เมียนมา เมื่อ 28 มีนาคม 2568 เวลา 13.20 น. แต่ตึก สตง.ไทยที่กำลังก่อสร้างที่กรุงเทพฯ กลับถล่ม เหมือนเปื่อยเป็นตม ราบลงเป็นภูเขาเลากา มีคนตายเฉียดร้อย ยังไม่นับที่บาดเจ็บ

หลังจากนั้นภัยพิบัติก็จางไปกับการเก็บกู้และดำเนินคดียาวเหยียด

ต่อไปนี้เป็นวาระรอบสอง ที่เคยบอกไว้เป็นกรอบกว้างๆ ให้เตรียมตัว-เตรียมใจกันไว้คือ ระหว่าง ประมาณ 29 กรกฎาคม-23 สิงหาคม 2568 ก่อนหรือหลังประมาณเจ็ดวันนั้น

เพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นโหรแนวจิตนิยม-ไร้หลัก นึกอยากทำนายอะไรก็ทำนาย ผู้เขียนจึงขออนุญาต อ้างปรากฏการณ์ทางโหร (แม้จะเกรงใจท่านที่ไม่มีพื้นฐาน) อันเป็นที่มาของถึงอุบัติภัยรอบใหม่ดังนี้

1.ปรากฏการณ์ใหญ่รออยู่ระหว่างกรกฎาคม 2565-กรกฎาคม 2572 เป็นเวลาประมาณ 7 ปี คือ มฤตยูจร (0) เจ้าของภัยอาเพศเดินในราศีพฤษภทับพระอังคารดวงเดิมดวงเมือง (๓) และยังเป็นดาวประจำชีพ (ตนุลัคน์) ของเมืองด้วย

ดาวคู่นี้เมื่อพบกันคือสื่อล่อคู่ อุบัติเหตุใหญ่ที่จะเกิดอย่างอาเพศ หรือ เป็นคู่ที่จะก่อความวิบัติให้อย่างฉับพลันทันด่วน บางคราวเหนือจินตนาการ แล้วนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงใหญ่ เช่น ตึกกำลังก่อสร้างกลายเป็นกองเศษหินปูนทราย

มฤตยูจร (0) เดินในราศีพฤษภยัง ทับพระเกตุดวงเดิม (๙) ซึ่งดาวคู่นี้เป็น คู่คลุมเครือ-ไม่ชัดเจน- มึนๆ งงๆ เช่น แผ่นดินไหวที่มัณฑะเลย์ แต่ ตึก สตง.ที่กรุงเทพฯ กลับถล่ม ฯลฯ

ตัวอย่าง ปรากฏการณ์มฤตยูเดินในราศีพฤษภที่ล่อเหตุอุบัติใหญ่ผุดขึ้นในเมืองในอดีต เช่นคราวกองทัพญี่ปุ่นบุกไทยเมื่อคราวสงครามมหาเอเชียบูรพา หรือพันธมิตรเททิ้งระเบิดใส่กรุงเทพฯ เมื่อคราวสงครามโลกครั้งที่สอง หรือยุทธนาวีที่เกาะช้างของทหารเรือไทย ฯลฯ ที่ล้วนเรื่องใหญ่ระดับอภิมหาอาเพศทั้งนั้น

เมื่อเกณฑ์คู่อุบัติเหตุอาเพศใหญ่และคู่คลุมเครือรออยู่ก่อนแล้วดังนี้ ต่อไปนี้รอบนี้ ก็มีตัวจุดประกายให้เกิดเหตุการณ์เป็นลำดับๆ คือ

2.เกณฑ์รอผสมโรง ระหว่าง 29 กรกฎาคม-23 สิงหาคม 2568 ในดวงชะตาเมืองเกิดการ สมาสัปต์ หรือ ตรึงกัน ของดาวสองดวงคือ พระเสาร์กับพระอังคาร (พระเสาร์จร 7 เดินในราศีมีน ทำมุมพิเศษถึงพระอังคารดวงเดิม ๓ ที่ราศีพฤษภและพระอังคารจร 3 เดินในราศีกันย์ ทำมุมพิเศษถึงพระเสาร์ดวงเดิม ๗ ในราศีธนู)

อาการดาวตรึงกันนี้ในทางโหรแล้ว เหตุการณ์แนวลบจะเกิดแน่นอนไม่ว่าจะเป็นคู่ใด ไม่ต้องรอดาวอื่นมาจุดชนวน ยกเว้นดาวคู่มิตรตรึงกันจึงจะออกอาการบวก

พระเสาร์กับอังคารนี้ทางโหรถือเป็นคู่ศัตรูเบา ออกแนว คู่อุบัติเหตุ หรือ เจ็บตายกะทันหัน จึงมั่นใจได้ก่อนล่วงหน้าเลยว่า ระยะระหว่าง 29 กรกฎาคม-23 สิงหาคม 2568 (ก่อน-หลังเจ็ดวัน) อุบัติเหตุใหญ่ วินาศสันตะโรใหญ่รอเกิดแน่นอน หนีไม่พ้น

โดยช่องทางเกิดจะเป็นไปได้ ทุกทาง ทั้งดิน-น้ำ-ลม หรือ อากาศ หรือแก๊ส-ไฟ หรือ ควัน หรือ ระเบิด ที่ผู้เขียนขออ่านสัญญาณทางโหร คลำดูทาง ในรายละเอียดที่มีโอกาสจะผิดพลาดได้คือ

ก.การเกิดรอบนี้ยังจะเป็นไปในลักษณะมึนงง คลุมเครือ เหมือนรอบที่แล้วที่แผ่นดินไหวมัณฑะเลย์แต่ตึก สตง.ที่กรุงเทพฯ ถล่ม ทั้งๆ ที่ห่างจากจุดแผ่นดินไหว 1,100 กิโลเมตร ชนิดที่เห็นครั้งแรกแล้วยังคิดว่าไม่ใช่ตึกในประเทศไทยที่พัง (มฤตยูจร o เจ้าของภัยอาเพศทับพระอังคาร ๓ และพระเกตุ ๙ ดวงเดิม)

ข.ให้ระแวงไว้ก่อนว่าการเกิดรอบนี้น่าจะเกิดใกล้น้ำหรือในน้ำ

ค.ถึงจะเกิดใกล้น้ำหรือในน้ำ แต่เกณฑ์เรื่องไฟ-ความร้อนก็เด่น เสี่ยงต่อการเกิด…ภัยไฟพิษ..(พระอังคารจร 3 ที่ราศีกันย์ถึงพระอาทิตย์ดวงเดิม ๑) ที่ราศีเมษ จึงเป็นไปได้หรือไม่ว่า จะเป็นไฟใกล้น้ำ?

หรือเป็นไปได้หรือไม่ที่จะเป็นลม-แก๊ส? (พระอังคารจร 3 ที่ราศีกันย์เล็งราหู ๘ ดวงเดิมที่ราศีมีน)

ง.ปรากฏการณ์รอบนี้มีโอกาสเกิดกับ คนหรือของรักของเมืองที่ต้องเฝ้าระวังให้ดี ตามโฉลก…ของรักอันใดประหยัด พึงระมัดจงดี…(ทักษาจรเมืองตกภูมิอาทิตย์) เช่น ในอดีตสะพานพระรามหก สะพานพระพุทธยอดฟ้า เคยถูกทิ้งระเบิด หรือเสียเรือหลวงธนบุรี เรือหลวงสงขลา และเรือหลวงชลบุรี ทหารเสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 36 คน คราวยุทธนาวีที่เกาะช้าง ฯลฯ

จ.ปรากฏการณ์รอบนี้ น่าจะนำมาซึ่งความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินมากมาย มีความเศร้าโศกเสียใจไปทั่วเมือง (พระเสาร์ตรึงกับพระศุกร์เป็นคู่ศัตรูใหญ่) ตามโฉลก… อายุบ่ยืนเย็น มฤตภัยจะเร่งเกรง….(พระเสาร์จร 7 ทับพระศุกร์ดวงเดิม ๖)

และพระยม (บาล) หมายถึงความตายและการเจ็บหนักแบบต้องรักษาดูแลยืดเยื้อจะเล่นงานในเมือง ตามโฉลก…อุบาทว์พระยม จะย่ำจะยีอาตมา (พระศุกร์จร 6 ที่ราศีเมถุนเล็งพระเสาร์ดวงเดิม ๗ ที่ราศีธนู)

สุดท้ายแม้อยากเป็นโหรที่ทำนายแม่นยิ่งกว่าตาเห็น ผู้เขียนก็อดหวังไม่ได้ว่า คำทำนายนี้ผิดพลาด และ คลาดเคลื่อน เหตุร้ายแรงจะไม่เกิดในเมือง

แต่ถ้าหนีไม่พ้น เพราะ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ก็มีแต่คาถาแคล้วคลาดของหลวงปู่มั่นบทเดิมมาฝากให้ภาวนาไว้ให้ติดจิต คือ นะโมวิมุตตานัง นะโมวิมุตติยา

ถ้ากรรมไม่หนักนักก็คงได้แคล้วคลาด.

 

 

                

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คิดจะฟ้องไทย...ไงกลายเป็นหมาหัวเน่า

สันดานโจร สันดานคนโกหก กล่าวหาไทยด้วยข้อความเป็นเท็จ พูดจาด้วยท่าทีที่รุนแรง หวังที่จะฟ้องประชาคมโลกให้ช่วยรุมประณามไทย ดรามาว่าข้อพิพาทระหว่างเขากับเราในเวลานี้ ไทยเราเป็นคนเริ่มต้น ไทยเราเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กอย่างไร้มนุษยธรรม ดรามาทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร ใช้คนแก่

ความรู้-คู่-คุณธรรม

คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้...ว่าด้วยความ ก้าวหน้า-ก้าวไกล ของเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านการสื่อสารมันเลยทำให้บรรดา กูรู-กูรู้ ไม่ว่าในบ้านเราหรือในระดับโลกก็ตามที

'แคนดิเดต ผบ.' หวิดงานเข้า

จู่ๆ ก็เกือบงานเข้า บิ๊กไมค์-พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หนึ่งในแคนดิเดตชิงเก้าอี้ "ผู้นำสีกากี" ต่อจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์

แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก

เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม

ป้อมปราการที่มิมีผู้ใดจะตีแตก!!!

อย่างที่เคยพูดๆ เอาไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันรู้ผล เลือกตั้ง ครั้งสุดท้ายของบ้านเรานั่นแหละว่า...ไม่ว่าใคร? พรรคใด? ได้เสียงข้างมาก ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แต่ย่อมหนีไม่พ้นต้อง ซวยฉิบหาย-ซวยตายห่า