แม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยว

หนึ่งในศูนย์การค้าที่ตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพและได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง คงต้องยกให้ “สยามพารากอน” ที่ไม่ได้นิยมอยู่ในกลุ่มคนไทยเท่านั้น แต่ในนักท่องเที่ยวต่างชาติเองก็มักจะปักหมุดมายังศูนย์การค้าแห่งนี้ด้วยเช่นกัน (แม้แต่เพื่อนชาวต่างชาติผู้เขียน ก็มีสยามพารากอนอยู่ในลิสต์ที่ต้องมาเยือน) ในช่วงที่ผ่านมาศูนย์การค้าพารากอนมีร้านค้าใหม่ๆ เข้ามาเป็นแม็กเนตเสริมแกร่ง รวมถึงการมี attraction ที่ทรงพลังที่สถานที่อย่าง SEA LIFE Bangkok บนพื้นที่ 10,500 ตร.ม. ซึ่งแต่ละปีก็มีผู้มาเข้าชมไม่ต่ำกว่า 2.5 ล้านคน ก็นับว่าเป็นจุดแข็งที่ยอดเยี่ยม แต่.....หลังจากดำเนินการมาเป็นระยะเวลา 20 ปีแล้ว ตอนนี้ก็กำลังทรานส์ฟอร์มครั้งยิ่งใหญ่ แน่นอนว่ามีหลายอย่างที่น่าสนใจเลยทีเดียว

หลังจากประสบความสำเร็จของ SEA LIFE Bangkok สยามพารากอนเตรียมเปิด World-Class Attractions ใหม่เพิ่มเติมอีก 2 รูปแบบบนพื้นที่กว่า 20,000 ตร.ม. ได้แก่ MELAND-World-Leading Indoor Theme Park และ NEXTOPIA ซึ่งจะเป็น Revolutionary Concept ที่เรียกว่าเป็นแห่งแรกของโลกก็คงไม่ผิด

ส่วนรายละเอียดสำหรับ NEXTOPIA เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต จะมีพื้นที่กว่า 15,000 ตร.ม. ใช้เงินลงทุน 850 ล้านบาท จากการผนึกกำลัง Co-create ของ 50 องค์กรนวัตกรรม พันธมิตร คู่ค้า และ 30 คอมมูนิตี้ของ Friends of NEXTOPIA ที่จะเปิดรับพลังจากทุกภาคส่วนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างโลกที่ดีกว่า สร้างแรงบันดาลใจให้ทุกก้าวของชีวิตเต็มไปด้วยคุณค่าที่ สามารถส่งมอบให้ผู้อื่น ความสนุกและความบันเทิง ควบคู่ไปกับการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพและยั่งยืน

ขณะที่ MELAND สวนสนุกระดับโลก เปิดแฟล็กชิปโกลบอลแลนด์มาร์กนอกประเทศจีนเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ที่ชั้น 5 สยามพารากอน ดินแดนมหัศจรรย์บนพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 5,000 ตร.ม. เงินลงทุน 400 ล้านบาท ที่จะพาทั้งครอบครัวเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการและความสนุกแบบไร้ขีดจำกัด ครบครันด้วยเครื่องเล่นกว่า 100 รายการ และประสบการณ์เสมือนจริงกว่า 500 รูปแบบ ซึ่งจะเป็น Edutainment Destination อันดับ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทั้งนี้ จากการเปิดให้บริการทั้งสองข้างต้น จะทำให้สยามพารากอนจะมีพื้นที่ที่มี attractions ที่ทรงพลังแห่งเดียวในประเทศไทยรวมกันถึง 30,500 ตร.ม. ที่พร้อมมอบประสบการณ์สุดบันเทิงครอบคลุมกลุ่มลูกค้าได้กว้างอีกด้วย

แน่นอนว่า เรื่องของอาหารก็เป็นจุดดึงดูดผู้เข้าใช้บริการไม่น้อยกว่าความบันเทิงรูปแบบอื่น และ Magnet ตัวสุดท้ายที่จะเสริมให้สยามพารากอนยังคงครองความเป็นที่หนึ่งในใจของลูกค้าทั้งชาวไทยและจากทั่วโลก ก็คือ Siam Paragon Dining Phenomenal โดยรวบรวม 700 ร้านอาหาร ร้านขนมและเครื่องดื่มชื่อดัง รวม kiosk ทั้งจากต่างประเทศและในประเทศ Chef Table ร้าน Michelin Stars และร้านที่แจ้งเกิดครั้งแรกในประเทศไทยที่จะกระจายอยู่ในทุกชั้นตั้งแต่ชั้น G ถึงชั้นบนสุด

นอกเหนือจาก Paragon Food Court และ Food Hall ที่ได้ตกแต่งใหม่และมี Street Food ชื่อดังกว่า 100 ร้านแล้ว สยามพารากอนยังพร้อมนำเสนอความแปลกใหม่ คือ มหกรรมร้านระดับตำนานของไทยไปจนถึงเชฟชื่อดังระดับโลก, World Renowned Restaurants มากมายจากหลายประเทศที่จะเปิดเป็นสาขาแรก, ร้าน Organic และ Health Food จากทั่วไทย และร้านขนม/cafe/เครื่องดื่ม ให้ลูกค้าทุกวัยได้สัมผัสประสบการณ์ด้านอาหารครบทุกมิติในที่เดียว

บอกแล้วว่าเรื่องกินเรื่องใหญ่ และที่สำคัญ สยามพารากอนยังได้มีการเปิดโซนใหม่พิเศษสุด “EATELIER” Dining Entertainment กับ 30 ร้านใหม่ที่ผสมผสานศิลปะในทุกประสบการณ์ของการกินดื่ม ให้ทุกคนสร้าง Content ภายใต้บรรยากาศที่แตกต่างและในยามค่ำคืนจะเป็น Hangout/Chillout Hotspot แห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ เพิ่มความสนุกสนานจากการกิน-ดื่ม ท่ามกลางเสียงดนตรีจาก Live Band & DJ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ที่สนุกสนานครบทั้งกลางวันและกลางคืน

ทั้งหมดนี้เรียกได้ว่าเป็นการเปิดต้อนรับไฮซีซันจริงๆ จากการใช้เงินลงทุนรวมกว่า 1,250 ล้านบาท และงบการตลาด 200 ล้านบาท เชื่อว่าจะยิ่งทำให้ศูนย์การค้าสยามพารากอนเสริมความครบครันของการมอบประสบการณ์ให้เหนือความคาดหมายแก่ผู้มาใช้บริการซึ่งมีอยู่แล้วปีละ 100 ล้านคน อีกทั้งจะเป็นแม่เหล็กสำคัญของกรุงเทพฯ ที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น เป็นแม่เหล็กสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอีกด้วย.

 

รุ่งนภา สารพิน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แผนแก้ปัญหาคนไม่ตรงกับงาน

ในสังคมไทย เสียงสะท้อนจากทั้งฝั่งผู้ประกอบการและเด็กจบใหม่มักไปในทางเดียวกันคือ "เรียนมาไม่ได้ใช้ ที่ต้องใช้ไม่ได้เรียน" ด้วยปัญหาในกระบวนการทำงาน อันดับแรกๆ คือหลักสูตรในระดับอุดมศึกษาของไทยจำนวนมากมักตามหลังเทคโนโลยีและเทรนด์ธุรกิจโลกอย่างน้อย 3-5 ปี การเรียนการสอนเน้นทฤษฎีในเชิงตำรา ทำให้เมื่อบัณฑิตก้าวเข้าสู่โลกการทำงานจริง องค์กรต้องเสียเวลาและงบประมาณมหาศาลในการ Re-train หรือนับหนึ่งใหม่

โจทย์ใหญ่PDP2026เมื่อผู้ใช้กลายเป็นผู้ผลิต

“ภาวะโลกร้อน” ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และยังมีส่วนสำคัญทำให้เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานไปทั่วโลก จากการใช้ฟอสซิลเป็นเชื้อเพลิงหลัก ไปสู่การใช้เชื้อเพลิงที่เกิดจากพลังงานหมุนเวียน ขณะนี้ทั่วโลกต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะประเทศไทย รัฐบาลมีนโยบายที่จะมุ่งเน้นการปรับทิศทางพลังงานของประเทศให้มีความมั่นคง ควบคู่กับความยั่งยืนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตามรสสงขลา ท่องเที่ยวเชิงอาหาร

การท่องเที่ยวถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องจักรสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลคลอดมาตรการต่างๆ ออกมาจูงใจนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวเมืองไทย แต่ต้องยอมรับภายในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมานั้น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยแม้ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการจะปรับตัวดีขึ้นตามสัญญาณการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ยังต้องเผชิญกับบททดสอบหลายอย่าง ส่งผลให้ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยยังคงเป็นภาวะฟื้นตัวแต่เปราะบาง

การตลาดแบบสุขภาพดี-ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หากสังเกตให้ดีจะพบว่า “การวิ่ง” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมออกกำลังกายอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “สกุลเงิน” รูปแบบใหม่ที่หลายแบรนด์นำมาใช้สร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค จะเห็นได้ว่าเริ่มเห็นแคมเปญแปลกตาเกิดขึ้นมากมายในตลาด วิ่งครบระยะแลกรับแว่นตา วิ่งสะสมกิโลเมตรแลกนวดสปา วิ่งแลกบริการความงาม วิ่งแลกอาหารสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่วิ่งแลกสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมธุรกิจที่อยู่กันคนละโลก ตั้งแต่ร้านอาหาร คลินิกความงาม โรงแรม ร้านแว่น ไปจนถึงธุรกิจสัตว์เลี้ยง กลับเลือกใช้ “การวิ่ง” เป็นเงื่อนไขเดียวกันในการมอบรางวัล

‘AI’ กำลังเปลี่ยนตลาดแรงงานโลก

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของโลกการทำงานเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ จากเดิมที่ความกังวลมุ่งไปที่การเข้ามาแทนที่แรงงานของเทคโนโลยี วันนี้โจทย์สำคัญกลับขยับไปสู่คำถามว่า ‘คนทำงาน’ จะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้ยังคงมีบทบาทในตลาดแรงงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่องค์กรทั่วโลกต่างเร่งนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ทำให้คุณสมบัติและทักษะที่นายจ้างมองหาจากบุคลากรก็เริ่มเปลี่ยนไปพร้อมกัน