
หลังจาก กรมขนส่งทางบก ได้เปิดตัวอธิบดีคนใหม่ป้ายแดง “สรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์” จากเดิมนั่งเก้าอี้รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง หลังจากมานั่งอธิบดีขนส่งก็ได้รับเสียงต้อนรับเป็นอย่างมาก เนื่องจากทำงานตอบโจทย์ประชาชน ลงพื้นที่และเข้าถึงพื้นที่ โดยได้มอบนโยบายการปฏิบัติราชการและแนวทางการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกรมฯ ให้แก่ผู้บริหารส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนขนส่งปลอดภัย มาตรฐานใหม่ ทันสมัยเพื่อประชาชน” เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงคมนาคม ภายใต้การนำของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มุ่งเน้นการพัฒนาและยกระดับการคมนาคมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน
โดยมีเรื่องเร่งด่วนในการลดภาระประชาชนและวางรากฐานการคมนาคมสำหรับอนาคตให้มีความสะดวกสบายและปลอดภัย ซึ่งรวมถึงการดูแลค่าโดยสารสาธารณะให้เป็นธรรม การยกระดับคุณภาพบริการรถสาธารณะ การเชื่อมโยงการเดินทางระบบคมนาคม ล้อ-ราง-เรืออย่างไร้รอยต่อ การปรับปรุงกฎหมายคมนาคมให้ทันสมัยรองรับเทคโนโลยี และการส่งเสริมรถเมล์ไฟฟ้าเพื่อลดมลพิษ
ได้มอบนโยบายการปฏิบัติราชการและแนวทางการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกรมการขนส่งทางบกเพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม โดยชู 5 แนวทางหลักสู่การขับเคลื่อนภารกิจ ได้มอบนโยบายการปฏิบัติราชการที่สำคัญ 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.เร่งยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัย ทั้งในส่วนของตัวรถ ผู้ขับขี่ และผู้ประกอบการ 2.เร่งปรับปรุงระเบียบกฎหมาย ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน 3.เร่งปรับปรุงพัฒนาประสิทธิภาพองค์กร ให้เท่าทันเทคโนโลยี 4.บูรณาการการดำเนินงาน ของกรมการขนส่งทางบกให้สอดคล้องกับโครงการรัฐบาล และ 5.การเสริมสร้างศักยภาพขององค์กร ให้มีขวัญกำลังใจและความพร้อมในการปฏิบัติงาน
พร้อมทั้ง ผลักดัน 8 โครงการเร่งด่วน ในโครงการสำคัญที่มุ่งเน้นการสร้างผลลัพธ์ที่รวดเร็ว ชัดเจน และจับต้องได้ 8 โครงการ ประกอบด้วย 1.การพัฒนาระบบ Digital Taxi Meter เพื่อยกระดับบริการรถแท็กซี่ให้ทันสมัย โปร่งใส แก้ปัญหามิเตอร์แบบเดิม และสร้างความมั่นใจแก่ผู้โดยสาร 2.การจัดทำโครงการสถานีขนส่งสินค้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อพัฒนาโลจิสติกส์ภาคใต้ ลดต้นทุนขนส่ง และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 3.การพัฒนาระบบรับข้อมูลใบรับรองแพทย์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ลดขั้นตอน และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน
4.การอบรมใบขับขี่รถขนาดใหญ่ “ฟรี 10,000 คน” เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนพนักงานขับรถบรรทุกและรถขนส่งสาธารณะ และป้อนนักขับรถที่มีคุณภาพเข้าสู่ตลาดแรงงาน 5.การพัฒนาระบบกำกับดูแลสถานตรวจสภาพรถด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับมาตรฐานและความโปร่งใสในการตรวจสภาพรถ ป้องกันการทุจริต และเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน 6.การยกระดับ GPS TWO-WAY เพื่อกำกับพฤติกรรมการขับขี่ ยกระดับการควบคุมและป้องกันอุบัติเหตุ 7.การพัฒนาระบบงานตรวจการขนส่งดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายด้วยระบบงานที่ทันสมัย และ 8.การพัฒนา DLT One App เพื่อรวมแอปพลิเคชันบริการของกรมให้เหลือเพียงแอปพลิเคชันเดียว
ขณะเดียวกัน อธิบดีขนส่งทางบอกคนใหม่ป้ายแดง ยังคงมีเป้าหมายในการดำเนินงานด้านการพัฒนาเศรษฐกิจสนับสนุนระบบโลจิสติกส์ของประเทศ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและลดต้นทุนการขนส่งสินค้าเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน การสนับสนุนเพื่อความยั่งยืนด้านการท่องเที่ยว (tourism design) และการสนับสนุนรถโดยสารที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุและคนพิการ มุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนนโยบายสำคัญและโครงการต่างๆ อย่างจริงจังเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในทุกมิติ เพื่อตอบสนองความต้องการและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน ซึ่งก็ต้องติดตามว่าหลังจากนี้ปัญหาต่างๆ ที่ค้างคาอยู่จะสามารถสะสางหายไปหรือไม่.
กัลยา ยืนยง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยาแรงหรือแค่ยาแก้ปวด?
ท่ามกลางภาวะสุญญากาศทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไทยต้องเผชิญกับมรสุม "วิกฤตซ้ำซ้อน" มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่บาดแผลเรื้อรังจากโรคระบาดที่ยังไม่ทันสมานดี กลับต้องมาถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตพลังงานโลกที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งพุ่งทะยานอย่างควบคุมไม่ได้ สถานการณ์ในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การกำไรลดลง แต่คือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสภาวะที่ "สภาพคล่องติดขัด หนี้เสียติดหล่ม และหนี้นอกระบบกลายเป็นกับดัก"
กระตุ้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ภายหลังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก
โซลาร์รูฟท็อป ฝ่าวิกฤตค่าไฟฟ้าแพง
สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ซึ่ง คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งชาติ คาดการณ์ว่าสถานการณ์คงจะยืดเยื้อไม่จบภายในปี 2569 จะทำให้วิกฤตราคาพลังงานลากยาว ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับวิกฤตดังกล่าว
เมื่อ‘การมีงาน’ไม่ได้แปลว่า‘มั่นคง’?
เพิ่งจะผ่านพ้นวันที่ 1 พฤษภาคมไป ซึ่งแน่นอนว่า “แรงงาน” ในสังคมไทยนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในวันแรงงานปี 2569 คำถามของคนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจไม่ใช่เพียง “ยังมีงานทำหรือไม่” หากเป็น “รายได้ที่มีอยู่ วันนี้ยังพอรับมือกับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้แค่ไหน?”
หนึ่งทศวรรษค่าจ้างขั้นต่ำไทย
ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ‘ค่าจ้างขั้นต่ำ’ ของประเทศไทยถูกวางบทบาทให้เป็นทั้งเครื่องมือคุ้มครองแรงงานและกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนภาพของความก้าวหน้าในเชิงนโยบาย
เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก
ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง

