
อุ่นใจแทน "สีกากี" ไร้เส้น ไร้สาย เห็น ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แม่ทัพใหญ่ นั่งหัวโต๊ะประชุมแนวทางการกำหนดตำแหน่งข้าราชการตำรวจ รองรับการ "เยียวยา" ตำรวจ ที่ได้รับผลกระทบจากการแต่งตั้งหมุนเวียน ในการแต่งตั้งวาระประจำปี 2565
มีแนวทางการเยียวยาคืนความเป็นธรรมออกมา 3 ข้อสำคัญ
1.ก.ตร.มีมติให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งรัดการดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 40 นาย ให้เสร็จสิ้นภายในวาระปี 2568
2.ข้อจำกัดตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์การแต่งตั้งไว้แตกต่างจากเดิม จึงส่งผลให้มีผู้ที่ไม่ได้รับการเยียวยาจำนวน 36 นาย
3.สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดตำแหน่ง รองผู้บังคับการถึงสารวัตร รวม 36 ตำแหน่ง ในสังกัดกองบัญชาการต่างๆ โดยเป็นตำแหน่งสายงานป้องกันปราบปราม หรือสายงานอำนวยการและสนับสนุน ตามสายงานที่ข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่งในปัจจุบัน เพื่อไม่ให้กระทบต่อสิทธิต่างๆ
สรุปชัดๆ ในการประชุมครั้งนี้ "ผบ.ต่าย" ไฟเขียวในการแต่งตั้งวาระปี 2568 ทั้งหมด ให้เปิด 36 ตำแหน่ง ระดับ รองผู้บังคับการ-สารวัตร รองรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจาการแต่งตั้งวาระปี 2565
เรียกว่า "เยียวยา" จากปี 65 กันให้จบในปี 68
หากเคลียร์ได้จริงตามท่าทีที่แข็งขัน จะถือเป็นอีกหนึ่งผลงานชิ้นโบแดงของ "ผบ.ต่าย" บนเก้าอี้ "ผบ.ตร." ที่ต้องจารึก ที่ต้องปรบมือดังๆ เพราะตลอดปีสองปีที่ผ่านมา ทุกๆ ครั้งที่มีการแต่งตั้งโยกย้าย ก็พยายามที่จะ "เยียวยา" คืนความชอบธรรมให้ตำรวจที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมตลอด
แต่ก็มีปัญหา มีอุปสรรค ไม่สามารถจัดสรรตำแหน่งให้ผู้ที่ได้รับการเยียวยาลงได้ ด้วยข้ออ้างสำคัญของแต่ละ บช.
ตำแหน่งไม่เพียงพอ!!!
สุดท้ายก็ทำได้เพียงเยียวยาแบบ "บรรเทา" ออกหนังสือคำสั่งให้ไปช่วยราชการเท่านั้น ไม่ได้ย้ายขาดไปลงตำแหน่งที่ควรจะได้รับการเยียวยา
ครั้งนี้หากทำได้จริง ทำได้หมด ก็ต้องชื่นชม "ผบ.ต่าย" ชื่นชม "ผบช." แต่ละหน่วยที่ยอมเสียสละ เหมือนสำนวน "เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง เอากระดูกไปแขวนคอ"
ก็ต้องดูว่าจะเยียวยาทั้งหมดได้จริงดังว่าหรือไม่
แต่คำถามที่หลายคนสงสัย เมื่อมี "ตำรวจ" ที่ได้รับการแต่งตั้งไม่เป็นธรรม ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จนต้องได้รับการเยียวยาเกือบครึ่งร้อยเช่นนี้
แล้ว "คนเซ็นคำสั่งย้าย" แบบผิดๆ แบบขัดกฎหมาย ขัดระเบียบ ขัดข้อบังคับ ได้รับโทษ ได้รับทัณฑ์ จากการกระทำบ้างหรือไม่ อย่างไร
หรือพอลุกจาก "เก้าอี้" ก็ทิ้งขี้ ทิ้งขยะ เอาไว้ให้คนมาใหม่รับกรรมกันไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อย่าขยันแค่ชิงเก้าอี้!
เมื่อตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ไม่ได้กำหนดกฎ กติกา "ล็อกสเปก" คุณสมบัติผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." แบบยึดเรียงลำดับอาวุโส หรือยึดแค่ความรู้ความสามารถ
นักวิ่งตาเป็นมัน!
โหมโรงแต่งตั้ง “นายพลสีกากี” รวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม กันตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย. หลัง ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แม่ทัพใหญ่สีกากี ขยับปากกาลงนามประกาศลำดับอาวุโสระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และรอง จตช. ลงมาถึง รอง ผบก. ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในแต่ละระดับครั้งที่ 1
โหมโรงชิง 'ผบ.ตร.'
หากยึดตามคำสัมภาษณ์ โฆษกตำรวจ-พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ หลังประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.
‘ตั้งนอกวาระ’ หัวทิ่ม!
เข้าใจวงประชุม ก.ตร. ที่นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล มานั่งหัวโต๊ะประธาน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ต้องถอนวาระแต่งตั้งข้าราชการตำรวจนอกวาระประจำปี ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเสนอชื่อ พล.ต.ท. นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) โรงพยาบาลตำรวจ ขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร.
ปี๊บคลุมหัวตำรวจ
อุ้ย! ขาสั่น มือสั่น ไม่กล้าจะเขียนถึง "ตำรวจโจร" ที่อาศัยเครื่องแบบ อาศัยกฎหมายในมือไปทำผิดเยี่ยงโจร กลัวจะต้องขึ้นโรง ขึ้นศาล ได้ไปกินข้าวผัด ได้ไปกินโอเลี้ยง
แก้หนี้ ตร.กี่โมง
ต้องตั้งคำถามตัวโตๆ อีกครั้ง "หนี้สินตำรวจ" จะแก้กันได้กี่โมง หลังจากได้ยิน ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้นำตำรวจ พูดตอนหนึ่งในระหว่างเป็นประธานการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำชับด้านสวัสดิการสั่งปรับปรุงระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจทั่วประเทศ

