
แม้รัฐบาลอนุทินจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่ฝ่ายค้านมีเสียงเกือบ 300 เสียง สามารถล้มได้ง่ายดาย แต่การทำหน้าที่ตรวจสอบดูเหมือนจะกลายเป็นเกมชิงไหวชิงพริบระหว่างพรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคประชาชน (ปชน.)
คอการเมืองตั้งข้อสังเกตว่า ฝ่ายค้านทั้งสองพรรคกำลังเกี่ยงกันที่จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ สำหรับพรรคเพื่อไทยถูกมองว่าแม้จะอยู่ในบทบาท “ฝ่ายค้านผสมแค้น” แต่ก็ยัง “กลัวถูกชิงยุบสภาตัดหน้า” และการยื่นอภิปรายอาจกลายเป็นดาบสองคม “หยิกเล็บเจ็บเนื้อกันเอง”
ส่วนพรรคประชาชนก็ถูกท้าทายว่า “กล้า” จะยื่นหรือไม่ เพราะยังแอบฝันอยากเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญประสบความสำเร็จตาม MOA เพื่อเอาไปอธิบายกับประชาชนได้ว่า การโหวตให้นายอนุทินนั้น “ไม่ได้สูญเปล่า” ไม่เสียของ
คนในเพื่อไทยบางกลุ่มก็ยืนยันเสียงแข็งว่าพร้อมยื่นซักฟอกทันทีหากพบความพยายาม “แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม” ในคดีสำคัญที่อยู่ในสายตาประชาชน โดยไม่รอให้ครบกำหนด 4 เดือนตาม MOA ด้วยซ้ำ พร้อมตั้งคำถามไปยังพรรคประชาชนว่า บทบาทฝ่ายค้านที่เข้มแข็งนั้นควรเป็น ผู้ค้ำรัฐบาล หรือ ผู้คานอำนาจ กันแน่ และควรเลิกสร้างทางตันทางการเมือง มาเป็นข้ออ้างในการโหวตหนุนภูมิใจไทย
สำหรับ ระเบิดเวลาลูกสำคัญ ที่ฝ่ายค้านจองกฐินไว้เพื่อใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น หนีไม่พ้นประเด็น “กรรมเก่า” และ “คุณสมบัติสีเทา” ของคณะรัฐมนตรี คดีฮั้ว สว. และคดีที่ดินเขากระโดง ถือเป็นประเด็นใหญ่ที่สังคมจับตา โดย สส.เพื่อไทยตั้งข้อสงสัยว่า นายกฯ อาจ “ยุบคดีก่อนยุบสภา”
ความรับผิดชอบในการแต่งตั้งรัฐมนตรีที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ หรือกลุ่มทุนธุรกิจสีเทาในเครือข่ายพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งถูกมองว่าเป็น สายล่อฟ้า และ ระเบิดเวลา ที่อาจทำให้รัฐบาลอนุทินอับปางลง
อนุทิน เคยออกโรงโต้ว่า “ไม่ใช้อำนาจหน้าที่แทรกแซงคดีเหล่านี้อย่างแน่นอน” พร้อมปัดข้อกล่าวหาเรื่องดีลลับ และตอบโต้ข้อเสนอให้ไปล็อบบี้ สว. เพื่อแก้รัฐธรรมนูญ ว่าเป็นเหมือน “ชี้ทางไปนรก” เพราะอาจขัดรัฐธรรมนูญเสียเอง
ฉะนั้น หากสุดท้ายมีการยื่นซักฟอกจริง หลายฝ่ายก็วิเคราะห์ตรงกันว่า อนุทินคง “ไม่ยอมปล่อยให้ถูกคว่ำกลางสภา” ตามสูตรถนัดของนักการเมืองที่มัก “หนีไปตั้งหลักก่อน” เมื่อถึงคราวคับขัน จึงฟันธงกันอย่างหนักแน่นว่า รัฐบาลชุดนี้ “จะอยู่ไม่ครบ 4 เดือนอย่างแน่นอน” และเชื่อว่าหากฝ่ายค้านยื่นญัตติเมื่อใด อนุทินก็จะ “ชิงยุบสภาตัดหน้าทันที” เพราะตอนนี้พร้อมแล้ว ทั้งนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ และบ้านใหญ่ที่ทยอยเข้าซบค่ายสีน้ำเงินอย่างไม่ขาดสาย
๐ เก็บตกพรรคเพื่อไทย ภายใต้หัวหน้าพรรคใหม่ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และเลขาธิการหน้าเก่า ประเสริฐ จันทรรวงทอง สะท้อนให้เห็นว่า “นายใหญ่” บ้านจันทร์ส่องหล้ายังไม่ปล่อยมือจากพรรค ตามกระแสข่าวที่ว่า บิ๊กซัน-สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อยากเข้ามาเป็นหุ้นส่วนและแชร์อำนาจในพรรค เพราะก่อนหน้านี้ก็มีข่าวส่งคนในเครือข่ายลงสมัครทั้งตำแหน่งหัวหน้าและเลขาธิการพรรค แต่สุดท้ายก็ถูกปลอบใจ ให้ พงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคแทน
ฉะนั้น จึงต้องจับตาว่า หลังจากนี้ สุริยะ พร้อมคู่หูอย่าง สมศักดิ์ เทพสุทิน จะปักหลักอยู่กับพรรคแดงต่อหรือไม่ หรือจะดูทิศทางทางการเมือง เพราะเป้าหมายของสอง สส.รุ่นใหญ่ คือ “การเป็นรัฐบาลตลอดกาลเท่านั้น” ไม่สนว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะหรือแพ้เลือกตั้ง
อีกด้านหนึ่งก็ยังพูดกันให้แซ่ดว่า “นายใหญ่ ต้องการใช้พรรคเป็นเกราะป้องกันและเครื่องต่อรองทางการเมืองในยามที่ตัวเองถูกจองจำ ขณะที่ลูกสาว แพทองธาร ชินวัตร ก็ยังสุ่มเสี่ยงถูกนิติสงครามไล่ล่าอยู่ แถมยังมีภารกิจหลักในใจที่อยากเห็น ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลับบ้านให้ได้
ดังนั้น หากปล่อยมือไปตอนนี้ นอกจากจะไร้อำนาจป้องกันตัวเองและเครือญาติแล้ว หากจู่ๆ มีคนที่ตัวเองคุมไม่ได้เกิดไปจับมือกับพรรคส้มหลังเลือกตั้ง ก็อาจแสลงใจฝั่งอนุรักษนิยมเข้าอย่างจัง นายใหญ่ อาจได้ต่อวีซ่า “จองจำ” เพิ่มเวลาขึ้นแทน.
คางดำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
"หนังหน้าไฟ" ได้ไปต่อ! หลัง 7 เสือ กกต. ลงมติพิจารณาการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2568 ของ "แสวง บุญมี" เลขาธิการ กกต. ปรากฏว่าเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 โหวตผ่านการประเมิน อยู่ต่อจนครบสัญญาในวันที่ 31 มี.ค.2570
บันทึกหน้า 4
ต้องยอมรับว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นหนึ่งในนายกฯ ที่ถูกสังคมและฝ่ายตรงข้ามจับผิดมากที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ ไม่ว่าจะขยับตัวหรือเอ่ยอ้างเรื่องใด ก็มักมีคนจองกฐินเป็นทิวแถว ซึ่ง ล่าสุดก็คงไม่พ้นเรื่อง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ซึ่งเจ้าตัวพูดถึงเรื่องการควบคุมอาวุธปืน โดยหลังจากเผยแพร่ออกไปทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายแค้น รวมถึงคนอยากมีแสงก็รุมเข้ามายิ่งกว่าแร้งเห็นศพอย่างไรอย่างนั้น ...๐
บันทึกหน้า 4
ช่วงนี้สังคมไทยมี คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญอย่างต่อเนื่อง เป็นข่าวฉาวไปทั่วโลก ล่าสุด นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี หลังก่อเหตุนายฉลอง
บันทึกหน้า 4
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด วิกฤตการณ์ทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นถือเป็นบททดสอบสำคัญของกระทรวงมหาดไทยภายใต้การกำกับดูแลของ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ออกมาประกาศความคืบหน้าในการดำเนินการทางอาญาต่อกลุ่มผู้ทุจริต
บันทึกหน้า 4
เป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ต้องเริ่มต้นด้วยการแสดงความเสียใจและอาลัยจากใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุโศกนาฏกรรมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ...เหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์จบลง แต่คำถามของสังคมยังวนเวียนหลอกหลอน “เราจะทำอย่างไร...ไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก?!?”
บันทึกหน้า 4
ไร้นักการเมืองโกง! ยังเป็นประเด็นคาใจที่ฝ่ายค้านตั้งคำถามทุกวัน ตัดตอนจบแค่บิ๊กข้าราชการ "รังสิมันต์ โรม" รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรรมและสิทธิมนุษยชน

