ใครปรับตัวเร็ว อยู่รอด

ภาพรวมเศรษฐกิจประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมายังคงอยู่ในภาวะชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีปัจจัยลบมาจากแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก ทั้งความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ราคาพลังงานที่สูงขึ้น และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ บวกกับปัจจัยภายในอย่างกำลังซื้อปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด จนเกิดภาวะการระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย หนี้ครัวเรือนพุ่งสูงแตะระดับที่น่ากังวล ขณะที่ประเทศขาดทิศทางการเติบโตชัดเจน ส่งผลให้การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ไหลเข้าสู่ประเทศไทยน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน

ซึ่งหนึ่งในภาคธุรกิจที่สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางอย่างชัดเจนที่สุดก็คงหนีไม่พ้น ภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะในตลาดพื้นที่สำนักงานในกรุงเทพฯ ซึ่งกำลังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง อย่างสงครามการแย่งผู้เช่าอย่างเข้มข้น ซึ่งผู้เช่าส่วนใหญ่ยังเป็นบริษัทเดิมๆ ที่เพียงย้ายสำนักงานจากตึกหนึ่งไปอีกตึกหนึ่ง ไม่ใช่การเติบโตจากดีมานด์ใหม่ แต่มีปัจจัยลบที่บริษัทต่างๆ แทบไม่ขยายกิจการ และจำนวนพนักงานก็ไม่เพิ่มขึ้น ดังนั้นกลยุทธ์ที่ดึงดูดผู้เช่าจึงหนีไม่พ้นเรื่องการตัดราคาทำให้สงครามราคาเกิดขึ้นอย่างรุนแรงกว่าที่เคยเป็นมา โดยมีการเสนอเงื่อนไขค่าเช่าที่ถูกลงกว่าเดิม 20-30% ทำให้สงครามราคาเกิดขึ้นอย่างรุนแรงกว่าที่เคยเป็นมา

ดังนั้น ผลกระทบจึงลุกลามเป็น โดมิโนเอฟเฟกต์ (Domino Effect) ต่อเนื่องไปทั้งตลาด ทั้งในเชิงออฟฟิศและรีเทล ท่ามกลางการแข่งขันที่เดือดขึ้นทุกขณะ หากไม่มีดีมานด์ใหม่เข้ามาเติมเต็ม ความเคลื่อนไหวนี้อาจกลายเป็นแรงกดดันครั้งใหญ่ต่อผู้ประกอบการอสังหาฯ ไทยในระยะกลางถึงยาว ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้เช่า ตลาดพื้นที่สำนักงานไทยกำลังเข้าสู่ยุคที่ใครปรับตัวได้เร็วและเสนอความคุ้มค่าได้มากกว่า คือผู้ที่อยู่รอดในสมรภูมิครั้งนี้

ขณะเดียวกัน อาคารสำนักงานเก่า เป็นจำนวนมากกำลังเผชิญความท้าทายอย่างหนัก อัตราการเช่าลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่สามารถโน้มน้าวให้ผู้เช่าเดิมต่อสัญญาได้ ผู้เช่าจำนวนไม่น้อยเลือกย้ายไปสู่อาคารสำนักงานที่เพิ่งก่อสร้างเสร็จ ซึ่งเหนือกว่าทั้งในด้านสิ่งอำนวยความสะดวก ทำเลที่ตั้ง และที่สำคัญที่สุดคือเงื่อนไขค่าเช่าที่ดึงดูดใจมากกว่า ส่งผลให้ผู้เช่าเหล่านี้มองว่าการย้ายไปยังพื้นที่ใหม่ ไม่เพียงแค่คุ้มค่าทางการเงิน แต่ยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์ขององค์กรให้ทันสมัยและแข่งขันได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย มองว่า แม้สถานการณ์การแข่งขันด้านราคาของตลาดออฟฟิศในเวลานี้จะถูกมองว่าเป็นแรงกดดันสำหรับผู้พัฒนาโครงการ แต่ในอีกมุมหนึ่ง นี่กลับเป็นเวลาทองของผู้เช่าที่กำลังมองหาการขยับขยายหรือย้ายสำนักงานไปสู่ทำเลและอาคารที่ตอบโจทย์มากกว่า ผู้เช่ามีโอกาสที่จะต่อรองและได้รับเงื่อนไขที่ดีที่สุดในรอบหลายปี ไม่ว่าจะเป็นราคาค่าเช่าที่คุ้มค่า ซึ่งลดลงจากระดับปกติถึง 20-30% รวมถึงทำเลที่ตอบโจทย์ธุรกิจ เชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชน ช่วยเพิ่มความสะดวกทั้งสำหรับพนักงานและลูกค้า ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยที่สร้างบรรยากาศการทำงานที่เหมาะสม เอื้อต่อการเพิ่มประสิทธิภาพและความพึงพอใจของบุคลากร เหนือสิ่งอื่นใดการย้ายเข้าสู่อาคารสำนักงานใหม่ยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์องค์กรได้อย่างมีนัยสำคัญ เพราะการได้อยู่ในอาคารที่มีมาตรฐานทันสมัยและเป็นแลนด์มาร์กของเมือง ไม่เพียงสะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพแต่ยังตอกย้ำความน่าเชื่อถือและศักยภาพในการแข่งขันของบริษัทในสายตาของลูกค้าและคู่ค้า

ซึ่ง ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2568 อุปทานพื้นที่สำนักงานในกรุงเทพฯ ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาอยู่ที่ 10.440 ล้านตารางเมตร คิดเป็น 1.35% จากในช่วงไตรมาสก่อนหน้า โดยพบว่าในช่วง 3 ไตรมาสของปี พ.ศ.2568 ที่ผ่านมา มีอาคารสำนักงานเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 4 โครงการ ด้วยพื้นที่เช่ารวม 177,312  ตารางเมตร และ ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย ยังพบว่า อุปทานพื้นที่สำนักงานใหม่ยังคงเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง คาดการณ์ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 อาจมีอุปทานพื้นที่สำนักงานใหม่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดบริการใหม่กว่า 130,000 ตารางเมตร ส่งผลให้ในปีนี้อาจมีพื้นที่สำนักงานใหม่เข้าสู่ตลาดรวมมากกว่า 300,000 ตารางเมตร ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2565

“อาคารสำนักงานหลายแห่งที่เปิดบริการใหม่ในช่วงที่ผ่านมายังมีอัตราการเช่าที่ค่อนข้างต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งสร้างความกังวลใจให้กับผู้พัฒนาพอสมควร ผู้พัฒนาบางส่วนพยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยการมอบส่วนลดราคาพิเศษให้กับผู้ที่สนใจเช่า เพื่อให้อัตราการเช่าปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งหลายอาคารสำนักงานมีผู้เช่าให้ความสนใจเข้าดูพื้นที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากได้ข้อเสนอพิเศษ แต่การตัดสินใจทำสัญญาเช่ายังไม่เกิดขึ้นในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา” ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย ระบุ

นอกจากนี้ยังระบุว่า ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี พ.ศ.2568 พื้นที่สำนักงานทั้งหมดในกรุงเทพมหานครถูกใช้ไปแล้วกว่า 9.000 ล้านตารางเมตร ส่งผลให้อัตราการเช่าโดยรวม ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมาอยู่ที่ 86.20% ยังคงปรับตัวลดลงจากในช่วงไตรมาสก่อนหน้า 0.69% และความต้องการใช้พื้นที่สำนักงานใหม่ในช่วงที่ผ่านมาส่วนใหญ่เกิดจากการใช้งานจากใช้งานเองของผู้พัฒนา กลุ่มสถาบันการเงิน ยานยนต์ และกลุ่มบริษัทเครื่องสำอาง ซึ่งบริษัทดังกล่าวยังคงมองหาพื้นที่สำนักงานใหม่ในพื้นที่ใจกลาง รวมถึงพื้นที่รอบใจกลางที่สามารถเดินทางได้อย่างสะดวก และมีราคาเสนอเช่าที่ไม่สูงมากนัก คาดการณ์ว่าในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีอุปสงค์การใช้พื้นที่สำนักงานใหม่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครจะยังคงมีแนวโน้มชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ

ดังนั้นจึงถือเป็นช่วงนาทีทองของผู้เช่า ได้เปรียบที่สุดในการเลือกพื้นที่สำนักงานในกรุงเทพฯ เพราะนอกจากต้นทุนจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญแล้ว การย้ายสำนักงานยังสามารถถูกใช้เป็นกลยุทธ์เชิงธุรกิจ เพื่อปรับภาพลักษณ์องค์กรและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาวอีกด้วย.

 

บุญช่วย ค้ายาดี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยาแรงหรือแค่ยาแก้ปวด?

ท่ามกลางภาวะสุญญากาศทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไทยต้องเผชิญกับมรสุม "วิกฤตซ้ำซ้อน" มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่บาดแผลเรื้อรังจากโรคระบาดที่ยังไม่ทันสมานดี กลับต้องมาถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตพลังงานโลกที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งพุ่งทะยานอย่างควบคุมไม่ได้ สถานการณ์ในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การกำไรลดลง แต่คือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสภาวะที่ "สภาพคล่องติดขัด หนี้เสียติดหล่ม และหนี้นอกระบบกลายเป็นกับดัก"

กระตุ้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ภายหลังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก

โซลาร์รูฟท็อป ฝ่าวิกฤตค่าไฟฟ้าแพง

สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ซึ่ง คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งชาติ คาดการณ์ว่าสถานการณ์คงจะยืดเยื้อไม่จบภายในปี 2569 จะทำให้วิกฤตราคาพลังงานลากยาว ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับวิกฤตดังกล่าว

เมื่อ‘การมีงาน’ไม่ได้แปลว่า‘มั่นคง’?

เพิ่งจะผ่านพ้นวันที่ 1 พฤษภาคมไป ซึ่งแน่นอนว่า “แรงงาน” ในสังคมไทยนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในวันแรงงานปี 2569 คำถามของคนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจไม่ใช่เพียง “ยังมีงานทำหรือไม่” หากเป็น “รายได้ที่มีอยู่ วันนี้ยังพอรับมือกับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้แค่ไหน?”

หนึ่งทศวรรษค่าจ้างขั้นต่ำไทย

ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ‘ค่าจ้างขั้นต่ำ’ ของประเทศไทยถูกวางบทบาทให้เป็นทั้งเครื่องมือคุ้มครองแรงงานและกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนภาพของความก้าวหน้าในเชิงนโยบาย

เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก

ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง