โอกาสใหม่ในตลาด‘ตราสารหนี้โลก’

ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกเผชิญกับความไม่แน่นอนจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางหลัก รวมถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของตลาดการเงิน ภาพรวมของการลงทุนทั่วโลกจึงเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางสภาวะดังกล่าว ‘ตลาดตราสารหนี้’ ได้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งในฐานะสินทรัพย์ที่สามารถสร้างรายได้ประจำและช่วยลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนเมื่อเทียบกับสินทรัพย์เสี่ยงประเภทอื่น

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การเข้าสู่วัฏจักรขาขึ้นของอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกได้สร้างจุดเปลี่ยนสำคัญให้กับ ‘ตลาดตราสารหนี้’ หลังจากที่นักลงทุนเผชิญกับผลตอบแทนต่ำมาเป็นเวลานาน

การปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yields) ได้เพิ่มความน่าสนใจให้กับตราสารหนี้ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะในประเทศที่มีพื้นฐานเศรษฐกิจแข็งแกร่งและมีเสถียรภาพทางการคลัง การเคลื่อนไหวของตลาดในระยะนี้จึงเปิดโอกาสใหม่ให้กับผู้ลงทุนที่ต้องการปรับพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ขณะที่ความไม่แน่นอนยังคงกระทบตลาดหุ้นทั่วโลก Oaktree Capital Management, L.P. (Oaktree) หนึ่งในสถาบันการลงทุนชั้นนำของโลกซึ่งเชี่ยวชาญด้านตราสารหนี้และสินทรัพย์ทางเลือก เชื่อว่าตลาดตราสารหนี้ทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงวัฏจักรขาขึ้น ซึ่งอาจมอบทั้งรายได้และความมั่นคงให้แก่นักลงทุนท่ามกลางความผันผวนของตลาด

การเสวนาพิเศษล่าสุดที่จัดขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร โดย บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ซึ่ง Mr. Armen Panossian, Co-Chief Executive Officer and Head of Performing Credit จาก Oaktree ได้กล่าวว่า ตลาดตราสารหนี้ขณะนี้จัดว่าอยู่ในสถานะที่ดีกว่าตลาดหุ้นในการสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับความเสี่ยง

 “ปัจจุบันอัตราผลตอบแทนในตลาดตราสารหนี้สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว ขณะที่ฐานะทางการเงินของบริษัทต่างๆ ยังคงแข็งแกร่ง เรามองเห็นโอกาสที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในสินเชื่อนอกตลาด (Private Credit) และการปล่อยกู้ที่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน (Asset-backed Finance) เนื่องจากผู้ให้กู้แบบดั้งเดิมยังคงลดสัดส่วนในตลาดนี้” Mr. Panossian กล่าว

Mr. Panossian กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากดัชนีหุ้นหลักหลายแห่งยังซื้อขายในระดับมูลค่าที่สูง นักลงทุนที่มองหาความมั่นคงและกระแสเงินสดสม่ำเสมออาจพบว่าการลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดีให้ความคุ้มค่ามากกว่า โดยอัตราการผิดนัดชำระหนี้ยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตซึ่งได้รับแรงหนุนจากฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของภาคธุรกิจและมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อที่รัดกุมของภาคการเงิน

ทั้งนี้ งานเสวนาครั้งนี้ได้รับความสนใจจากนักลงทุนและนักบริหารจัดการความมั่งคั่ง (Wealth Manager) ในไทยที่มองหาแนวทางในการปรับตัวให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด โดยความร่วมมือระหว่าง Oaktree กับ KKP ได้เปิดทางให้นักลงทุนไทยเข้าถึงองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญระดับโลก พร้อมขยายโอกาสในการลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพระดับสถาบัน (institutional-grade) ทั่วโลก เพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนและวางแผนการเงินระยะยาวได้อย่างมั่นคง

นายณฤทธิ์ โกสาลาทิพย์ กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าสายงานที่ปรึกษาและบริหารการลงทุนลูกค้าบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร กล่าวว่า บทบาทของ KKP คือการนำเสนอแนวคิดและมุมมองการลงทุนระดับโลกให้แก่นักลงทุนไทย ในช่วงเวลาที่ตลาดมีความไม่แน่นอนอย่างทุกวันนี้ การเข้าถึงความรู้และประสบการณ์จากผู้จัดการกองทุนระดับนานาชาติจะช่วยนักลงทุนอย่างมากในการตัดสินใจทางการเงินที่ดี

อย่างไรก็ดี KKP และ Oaktree ได้ร่วมมือมาอย่างยาวนานในการเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยเข้าถึงการลงทุนในตราสารหนี้ระดับสถาบันและสินทรัพย์ทางเลือกทั่วโลก โดยความร่วมมือดังกล่าวยังช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และมุมมองเชิงลึกด้านแนวโน้มตลาด การบริหารความเสี่ยงและนวัตกรรมในการลงทุนนอกตลาดอีกด้วย.

 

ครองขวัญ รอดหมวน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับตา'ส่งออกไทย’อ่วมพิษสงคราม

ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง นับเป็นปัจจัยเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลก เนื่องจากภูมิภาคดังกล่าวเป็นแหล่งผลิตพลังงานหลักและเป็นจุดเชื่อมโยงของเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ ความขัดแย้งทางการเมืองและความไม่มั่นคงด้านความปลอดภัยส่งผลให้เกิดความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ อัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางของการค้าโลก และการเคลื่อนย้ายสินค้าในระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

แปลงเกษตรสู่ฐานชีวภาพ

ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหารและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิภูมิอากาศ “เกษตรกรรมแบบดั้งเดิม” กำลังถูกเขย่าด้วยกระแสเทคโนโลยีดิสรัปชัน ประเทศไทยในฐานะอู่ข้าวอู่น้ำของโลกจึงไม่อาจหยุดนิ่งอยู่กับเพียงการส่งออกวัตถุดิบขั้นต้น แต่กำลังเร่งสปีดสู่การเป็น “อุตสาหกรรมฐานชีวภาพ” (Bio-based Industry) ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสร้างมูลค่าเพิ่มมหาศาล

สงกรานต์ส่อแววหงอย

เมื่อเริ่มเข้าสู่เดือนเมษายนของทุกปี บรรยากาศแห่งความสุขและการรอคอยก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง กับเทศกาล “สงกรานต์” หรือ วันปีใหม่ไทย ถือเป็นช่วงเวลาของวันพักผ่อนหยุดยาวที่หลายคนเฝ้ารอ

ท่องเที่ยวกับการปรับเกมรับวิกฤต

เริ่มต้นเพียงไตรมาสแรกของปี 2569 ก็ดูเหมือนจะมีวิกฤตให้รับมือกันหลายอย่าง โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่มักจะมีผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจอยู่ตลอดจากสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น

เศรษฐกิจไทยปีม้าส่อหลุดต่ำ 2%

ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน หลังสหรัฐและอิสราเอลโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและกลุ่มผู้นำของอิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในภูมิภาค ทำให้เกิดความเสี่ยงที่ความขัดแย้งในระดับภูมิภาคจะขยายวงมากขึ้น

‘ตลาดที่อยู่อาศัย’ยังไม่พ้นจุดต่ำสุด

ในปี 2569 ภาพรวมเศรษฐกิจยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากปัจจัยเสี่ยงทั้งในและต่างประเทศ โดยเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงจากความไม่แน่นอนของภาวะการเงินโลก ต้นทุนทางการเงินที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงความผันผวนของเศรษฐกิจในหลายประเทศ ขณะเดียวกันเศรษฐกิจภายในประเทศยังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่งผลให้การใช้จ่ายของภาคครัวเรือนและการลงทุนของภาคเอกชนยังคงอยู่ในกรอบที่ระมัดระวังมากขึ้น