
“รัฐธรรมนูญต้องแก้ไข” คำพูดที่ทุกพรรคต่างพูดตรงกันเหมือนนัด แต่พอถึงเวลาลงมือจริง ภาพที่เห็นกลับต่างออกไป โดยเฉพาะในชั้นกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เจอเหตุ “องค์ประชุมล่ม” จนฝ่ายค้านเริ่มตั้งคำถามถึงความจริงใจของรัฐบาลและวุฒิสภา ว่าคิดจะแก้จริงหรือแค่แสดงละครให้ประชาชนดูเล่น
พรรคเพื่อไทยออกโรงแรงสุด นำโดย หัวหน้าหนิม-จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวหาว่าฝ่ายรัฐบาลและ สว. กำลัง “เตะถ่วง” กระบวนการแก้รัฐธรรมนูญ
“กรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินหน้าไปอย่างช้าๆ โอกาสที่จะสำเร็จเป็นไปได้น้อย เพราะบรรยากาศในที่ประชุมของแต่ละฝั่งมันอ่านออกว่าโอกาสที่จะผ่านวาระ 3 มีมากน้อยแค่ไหน ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ความลับ มีบันทึกการประชุมอยู่ จะรู้ว่าใครพยายามผลักดันแก้ไขและติดขัดอะไร” หัวหน้าหนิมทิ้งท้ายไว้แบบไม่อ้อมค้อม
ด้านพรรคภูมิใจไทย โดย รมต.แบด-ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ จากพรรคสีน้ำเงิน ก็ไม่ปล่อยให้เงียบไว้นาน รีบออกมาปฏิเสธเสียงแข็ง ยืนยันว่า “ไม่มีใครถ่วง” พรรคพร้อมผลักดันเต็มที่ให้เสร็จ เพราะเข้าใจดีว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่คือทางออกของประเทศ
“ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยไม่มีใครขวางและถ่วงการแก้รัฐธรรมนูญ พวกผมมีแต่ผลักดัน และเสนอจะให้แก้รัฐธรรมนูญ ต้องมีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญ ส่วนที่พูดอยากให้เปิดเดือน พ.ย. ยอมรับว่า กรรมาธิการฯ ทำไม่ทัน และผมก็ไล่ไทม์ไลน์ หากจะเปิดสมัยวิสามัญเพื่อให้แก้รัฐธรรมนูญทันในสิ้นปีนี้ต้องอยู่ในวันที่ 8–11 ธ.ค. ซึ่งได้เสนอและบอกไทม์ไลน์กับทุกคนไว้หมดแล้ว” นายภราดรกล่าว
แต่หากกลับกัน หากไม่มีการเปิดสมัยประชุมพิเศษ หรือยังมีเหตุองค์ประชุมล่มอีก ความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อรัฐบาลและ สว. คงยากจะกู้คืน เพราะจะถูกมองว่า “พูดอย่างทำอย่าง” และเปิดช่องให้ฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคประชาชน ใช้เป็นเหตุผลยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจทันที
สำหรับพรรคประชาชนในฐานะผู้ร่วมเซ็น MOA กับรัฐบาล “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ ยังจับตาเส้นตายชัดเจน หากแก้รัฐธรรมนูญหมวด 15/1 ไม่เสร็จก่อนสิ้นปี 2568 หรือรัฐบาลไม่ยุบสภาภายใน 31 มกราคม 2569 ก็จะเดินหน้า “ซักฟอกโดยไม่ลังเล” เรียกได้ว่าขึงเส้นตายไว้แน่น หากไม่ทำตามที่ตกลงไว้ จะไม่มีการไว้หน้าใครทั้งนั้น
สุดท้าย “เกมความจริงใจ” ในการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องเนื้อหา แต่คือบทพิสูจน์เจตนาทางการเมืองของทุกฝ่าย ว่าจะยอมเดินหน้าเพื่อ “รัฐธรรมนูญของประชาชน” จริงหรือไม่ เพราะถ้ายังเล่นเกมเดิม ปล่อยให้ล่มซ้ำซาก วันเปิดประชุมสภาในวันที่ 12 ธ.ค. อาจกลายเป็นเสียงโห่ และแรงหนุนให้ฝ่ายค้านยื่นซักฟอกล้มรัฐบาลแทน
๐ กลับลำแทบไม่ทัน หลัง นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล ประกาศกลางงานสื่อแห่งหนึ่งว่า หากฝ่ายค้านยื่นซักฟอกด้วยเกมการเมือง “จะยุบสภาทันที” เพราะไม่ต้องการให้ใครมาด่าฟรีๆ แต่พอคำพูดนี้หลุดออกไป ก็โดนคอการเมืองรุมตำหนิทันทีว่า “รัฐบาลกลัวการตรวจสอบ” และกำลังจะใช้ข้ออ้างนี้ “หนีปัญหาเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ”
ไม่ถึงวัน นายกฯ เฉพาะกิจต้องรีบออกแถลงการณ์ชี้แจง ยืนยันว่า “ยินดีแก้รัฐธรรมนูญ” ตามข้อตกลง MOA กับพรรคส้ม พร้อมเปิดให้อภิปรายเพื่อแก้ปัญหาชาติ ไม่ใช่เพื่อล้างแค้นทางการเมือง และหากฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจจริง ก็พร้อมชี้แจงทุกข้อกล่าวหา แม้จะเป็น “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” ก็ตาม
คำถามจึงตามมาแบบตรงๆ ทำไม “นายกฯ หนู” ถึงกล้าท้าทาย ไม่ยุบสภา ทั้งที่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย และโดนขู่ซักฟอกรายวันจากพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเรื่องโมโตจีพี เขากระโดง หรือคดีสแกมเมอร์ ตั้งคนมีข้อครหาสีเทา ฯลฯ หรือจริงๆ “นายกฯ หนู” ประเมินสถานการณ์ไว้แล้วว่า ฝ่ายเพื่อไทย “ไม่กล้ายื่น” เพราะกลัวของเข้าตัว เพราะสมัยรัฐบาลเพื่อไทยที่มีสายสัมพันธ์อันดีกับผู้นำเขมรหลายเรื่องก่อนแตกหัก
นอกจากนี้ยังมีเสียงแว่วๆ ถึงเวลาจริงพรรคเพื่อไทยอาจมีเสียงไม่ถึง 1 ใน 5 เสียงตามเกณฑ์ แถมมีข่าวว่า สส.เพื่อไทยหลายคนเตรียมหอบผ้าหนีจากพรรคเก่า เพราะเรือเก่าผุพังจนยากจะฟื้น รวมถึงพรรคส้มที่รับบทประคอง MOA อาจ “งดออกเสียง” เพราะเป้าหมายแท้จริงของเขา คือการผลักดันให้แก้รัฐธรรมนูญผ่าน เพื่อเปิดทางให้ “ยกร่างใหม่” ในปี 2569–2570 พันธนาการต่างๆ พูดอีกอย่าง พรรคส้มอาจไม่ได้อยากล้มรัฐบาลตอนนี้ แต่อยากปูทางไว้ล่วงหน้า เพื่อรอใครบางคนกลับมาในปี 2572 ก็เป็นได้.
คางดำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
วันที่ 6 ตุลาคม 2569 ครบรอบ 50 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลา 19 ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีการจัดงานรำลึกเป็นประจำทุกปี ตัวแทนองค์กรต่างๆ ร่วมรำลึก ฝ่ายค้านนำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ
บันทึกหน้า 4
ความคิด สถานการณ์อุทกภัยในหลายภูมิภาคของประเทศไทย รวมถึงพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงเป็นวิกฤตการณ์ที่ต้องการการบริหารจัดการอย่างทันท่วงที การที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมากำชับให้เร่งเยียวยาผู้ประสบภัยภายในสัปดาห์นี้
บันทึกหน้า 4
บันทึกในวันที่คน กทม.ยังต้องลุ้นสถานการณ์ว่าฝนระลอกใหม่ตั้งแต่วันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะบริหารจัดการ “เอาอยู่” ไหม?!? กับภาวะน้ำรอการระบาย ท่ามกลางข้อถกเถียงถามหา “แก้มลิง” ที่หายไปในยุคผู้ว่าฯ กทม. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ...0
บันทึกหน้า 4
ขอส่งกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยทั่วประเทศที่ยังเผชิญวิกฤตน้ำท่วมที่ "เอาไม่อยู่" โดยเฉพาะมหาวิปโยคเมืองหลวง แต่ฝนเจ้ากรรมไม่ยอมหยุดถล่มรอบสองเมื่อวันพฤหัสฯ แถมเล่นเอาคนกรุงแตกตื่น
บันทึกหน้า 4
สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครยามนี้ต้องยอมรับว่าในเรื่องของพื้นที่นั้นมีมากกว่าเมื่อยุคปี 2554 อย่างเห็นได้ชัด เพราะ ยุค “เอาอยู่” ครั้งแรกยังมี 12 เขตไข่แดงชั้นในที่รอดบ่วงมาได้ แต่ครั้งนี้ “เอาอยู่ 2569” ทั้ง 50 เขตไม่มีใครรอดได้เลย
บันทึกหน้า 4
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สรุปสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 29 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร กระทบ 9.4 แสนครัวเรือน 2.6 ล้านคน เสียชีวิต 22 ราย แม้ภาพรวมทั่วประเทศรุนแรงน้อยกว่าปี 54 แต่กรุงเทพฯ หนักกว่าปี 54 เ

