
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด ภายใต้วิกฤตหาดใหญ่ครั้งนี้ ผู้นำรัฐบาลอย่าง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ถูกเรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบ แม้ต้นตอของปัญหาไม่ได้มาจากเขาคนเดียว ทั้งที่ความจริงต่อให้ เป็น ทักษิณ ชินวัตร หรือ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก็อาจจะรับมือไม่ได้เช่นกัน ฉะนั้นหากจะถามหาความรับผิดชอบ ก็ต้องดูว่าเขาได้ทำอะไรผิดพลาด และควรรับผิดชอบในระดับใดบ้าง
ในการทำงานของผู้นำประเทศ ไม่ว่าจะที่ใดในโลก มาตรฐานขั้นพื้นฐานคือความสามารถในการประมวลข้อมูลจากพื้นที่อย่างแม่นยำ และเลือกใช้ผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพลงไปทำงานในจุดวิกฤต
ในมาตรฐานการเมืองของประเทศพัฒนาแล้ว ความรับผิดชอบต่อวิกฤตไม่ใช่เรื่องถกเถียงกันยืดยาว เพราะเป็นหลักสากลที่ถูกยึดถือมานาน บางประเทศ เช่น ญี่ปุ่น หรือหลายประเทศในยุโรป เมื่อผู้นำบริหารผิดพลาดในวิกฤต ประชาชนเดือดร้อนรุนแรง การลาออกเป็นเรื่องปกติ เป็นสัญลักษณ์ของจริยธรรมทางการเมือง แต่บางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ตำแหน่งผู้นำถูกผูกไว้กับการเมืองแบบประธานาธิบดี การลาออกจึงไม่ใช่วัฒนธรรมทางการเมือง กระนั้นการตรวจสอบและการลงโทษทางการเมืองก็ยังเกิดขึ้นผ่านสภาและการเลือกตั้ง
กรอบความรับผิดชอบในสังคมประชาธิปไตยมีข้อพิจารณาเช่นเดียวกันว่า เมื่อ “แม่ทัพ” ทำเมืองเสียหาย สมัยก่อนคือการลงโทษขั้นสูงสุด สมัยนี้คือการลาออกเพื่อยอมรับความผิดพลาดและปกป้องมาตรฐานของระบบการเมือง การพังของกลไกหลักที่เกิดจากความผิดพลาดชัดเจนจึงต้องมีผู้รับผิดชอบ หนึ่งคือ ตัวผู้ที่ลงไปควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ ซึ่งต้องผละจากตำแหน่งเพื่อยืนยันคุณค่าทางการเมืองที่ให้ความสำคัญกับประชาชนมากกว่าอำนาจ
สองคือ ผู้บริหารระดับท้องถิ่น ที่พุ่งตรงไปที่ นายกแป้น-ณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่ ที่ถูกวิจารณ์อย่างหนัก จนทำให้การจัดการวิกฤตขาดประสิทธิภาพ ก็ต้องรับผิดชอบเช่นกัน
ทั้งหมดนี้เป็นภาพสะท้อนของคำถามใหญ่กว่าว่า ผู้มีอำนาจรักชาติจริงหรือไม่ หรือเพียงสนใจรักษาอำนาจของตนเอง ประชาชนจะเป็นผู้สรุปด้วยสายตาของตนเองเมื่อทุกอย่างคลี่คลาย
๐ ในอีกมุมหนึ่ง เวทีการเมืองระดับชาติยังเดินหน้าเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ การประชุมรัฐสภาช่วงเดือนธันวาคมหลังสภาเปิดในวันที่ 12 ธ.ค. ถูกจับตาว่าอาจเป็นสนามต่อสู้ของ 3 พรรคใหญ่ คือ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน และ พรรคเพื่อไทย ในการชิงพื้นที่นำทางการเมือง
โดยตัวแปรสำคัญคือการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระสาม เสียงสนับสนุนจากวุฒิสภาเป็นตัวชี้ขาด เพราะการแปรญัตติในวาระสองทำให้ร่างสุดท้ายอาจได้เปรียบพรรคหนึ่งและเสียเปรียบอีกพรรคหนึ่ง หากวุฒิสภามองว่าเนื้อหาที่ปรับแล้วกระทบผลประโยชน์ทางการเมือง ผลลงมติอาจออกได้ทั้งผ่านและไม่ผ่านอย่างพอสูสี
หลังการลงมติวาระสาม วันที่ 26 ธันวาคม เส้นทางการเมืองอาจพลิกผัน พรรคใหญ่บางพรรคเตรียมใช้เวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเครื่องมือชิงคะแนนก่อนเข้าสู่ฤดูกาลเลือกตั้ง
ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลเองอาจพิจารณายุบสภาเมื่อไม่เหลือเงื่อนไขทางรัฐสภาให้ผูกมัดอีก การยุบสภาหลังผ่านวาระสามจึงกลายเป็นบทวิเคราะห์ที่เริ่มหนักแน่นขึ้นเรื่อยๆ เพราะเป็นช่วงที่สัญญาณความไม่พอใจของประชาชนต่อการบริหารโดยเฉพาะวิกฤตหาดใหญ่ ถูกคาดว่าจะใช้เป็นประเด็นโจมตีหลักทั้งในสภาและบนเวทีเลือกตั้ง ขณะที่พรรคเพื่อไทย นำโดย จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ก็คาดว่าจะยังไม่ยื่นจนกว่ารัฐธรรมนูญจะจบวาระสาม เพราะไม่เช่นนั้นอาจถูกประชาชนประณามได้
ขณะเดียวกัน การเมืองภาคใต้เองก็เกิดการขยับตัวครั้งใหญ่ ผลสำรวจความคิดเห็นของนิด้าโพลล่าสุดชี้ว่าพรรคเก่าในภูมิภาคอย่างพรรคประชาธิปัตย์ เริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจน เมื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำพรรค ได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้น ฐานเสียงเดิมที่เคยแปรพักตร์ใน 2 การเลือกตั้งก่อนเริ่มกลับมาอีกครั้ง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคะแนนนิยมของพรรคการเมืองอีกพรรคที่เคยครองพื้นที่มาก่อน การแข่งขันระหว่างกลุ่มอุดมการณ์ใกล้เคียงกันจึงยิ่งดุเดือด เพราะต้องชิงฐานเสียงเดียวกัน.
คางดำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
นับถอยหลัง 16 วัน ทุกพรรคยกทัพลงพื้นที่ลุยหาเสียงกันหนักหน่วง ท่ามกลางกระแสซื้อเสียงหนักไม่แพ้กันถึง 2 แสนล้านบาท แบงก์ร้อยแทบไม่เห็น มีแต่แบงก์เทาปลิวว่อน เรียกว่าเปิดตัวเลขรายภาค "กทม." ค่าตัวแพงสุดหัวละ 7.5 พัน
บันทึกหน้า 4
.... ยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง 8 ก.พ.เข้ามา ก็ทำให้แกนนำพรรคการเมืองต่างๆ ต้องเร่งลงพื้นที่หาเสียงอย่างหนัก อย่างในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ที่กำลังไล่เบียดสู้กับพรรคประชาชนอย่างเข้มข้น พบว่าเมื่อวันพุธที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา
บันทึกหน้า 4
กระแสข่าวมีการใช้เงินซื้อเสียงเลือกตั้งสูงถึงหัวละ 7,500 บาท ทำเอา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ต้องย้อนถามว่า “หัวละ 7,500 บาท
บันทึกหน้า 4
ก่อนวันตัดสิน 8 กุมภาพันธ์ 2569 เกมการเมืองที่เคยดูเหมือนจะไหลไปตามกระแส “เปลี่ยนประเทศ” ของพรรคประชาชน หรือ “พรรคส้ม” ที่นำโดย หัวหน้าเท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กลับเกิดอาการสะดุดอย่างแรง จนหลายฝ่ายเริ่มตั้งคำถามดังขึ้นเรื่อยๆ ว่า กระแสที่เคยนำโด่ง จะเพียงพอพาไปถึงฝั่งฝันจริงหรือไม่
บันทึกหน้า 4
บันทึกในวันที่บรรยากาศบ้านเมืองเต็มไปด้วยป้ายหาเสียง และเวทีปราศรัยผุดเป็นดอกเห็ด เรียกว่า พรรคการเมืองต่างๆ งัดนโยบายออกมาแข่งกันอย่างดุเดือด โดยเน้นเรื่องเศรษฐกิจ การศึกษา เทคโนโลยี ความมั่นคง และปัญหาปากท้องประชาชน
บันทึกหน้า 4
โศกนาฏกรรมซ้ำซาก! คนไทยทั้งประเทศยังไม่หายช็อกกับเครนไฮสปีดเทรนถล่มทับม้าเหล็ก 32 ศพ ที่สีคิ้ว แค่ชั่วข้ามคืน เครนพังร่วงซ้ำอีกที่พระราม 2 มีทั้งผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ แย่กว่านั้นก็คือ ทั้งสองโครงการรับผิดชอบโดย บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)

