
ดูเหมือนสำนวนไทยที่ว่า "ขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่ พอเหลาลงไปกลายเป็นบ้องกัญชา" กำลังถูกนำมาค่อนแคะ เหน็บแนม การแต่งตั้งโยกย้าย "ตำรวจ" ทั้งในระดับ "นายพล" และระดับ "นายพัน" ที่ผ่านมา
เข้าตำรา "ทิ้งทวน" หรือไม่ อย่างไร???
เพราะเมื่อปีก่อนในการแต่งตั้งทุกระดับ สร้างมาตรฐานการแต่งตั้งเอาไว้แบบเข้มข้น ยึดตามกฎ ตามกติกา ถึงครบเกณฑ์แต่อาวุโสน้อย อาวุโสจ้อย แบบเพิ่งโผล่หัว ก็ต้องรอคิว รอแจ้งเกิดไปก่อน จนได้รับเสียงชื่นชม เสียงปรบมือสนั่นหวั่นไหว
เหมือนเป็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ของเหล่าสีกากีไร้เส้น ไร้สาย ที่รอกันมา
แต่พอมาปีนี้ ทุกการแต่งตั้ง ดูจะถูกตั้งคำถาม ตั้งข้อสงสัย ตั้งข้อสังเกต จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันขรม มีอะไรในกอไผ่มากกว่าหน่อไม้หรือไม่???
ตั้งแต่มีการแต่งตั้ง "นอกวาระประจำปี" ที่อาศัยช่องว่าง ช่องโหว่ตามกฎ ตามระเบียบ ที่กำหนด "..การแต่งตั้งนอกวาระประจำปีจะกระทำมิได้ เว้นแต่เป็นกรณีที่มีเหตุผลความจำเป็นของทางราชการอย่างยิ่ง โดยต้องได้รับความเห็นชอบจาก ก.ตร. ..."
จนได้ไฟเขียวแต่งตั้ง "นายพลนอกวาระ" ด้วยเงื่อนไขความจำเป็น เพราะ พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต รองจเรตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ รองจเรตำรวจ พล.ต.ต.นิรันดร์ ทองฤทธิ์ ผู้บังคับการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 หรือ ผบก.ศพฐ.3 สมัครใจเข้าโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล หรือเออร์ลีรีไทร์
แต่พอแต่งตั้งจริงๆ ปรากฏว่า พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี (ผบช.กมค.) อาวุโสลำดับที่ 1 แทนที่จะขยับขึ้นไปเป็น รองจเรตำรวจแห่งชาติ เทียบเท่าผู้ช่วย ผบ.ตร. แทนตำแหน่งว่าง กลับมีการโยกสลับ พล.ต.ท.ธนพล ศรีโสภา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ไปเป็น รองจเรตำรวจแห่งชาติ แล้วให้ พล.ต.ท.กฤษฎา ขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร.
เลยมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เพราะ พล.ต.ท.กฤษฎาใกล้ชิดขั้วอำนาจการเมืองหรือไม่ ถึงได้ตำแหน่งหลัก ทั้งๆ ที่ พล.ต.ท.ธนพล ก็เพิ่งโยกจาก รองจเรตำรวจแห่งชาติ มาเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร. เมื่อการแต่งตั้งนายพลวาระประจำปี 2568 ได้เพียงแค่ 2 เดือนเอง
เช่นเดียวกับการแต่งตั้ง "นายพัน" วาระประจำปี 2568 ที่ตามไทม์ไลน์กำหนดให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 พ.ย. คำสั่งมีผล 1 ธ.ค. และให้ตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งไปรายงานตัวรับตำแหน่งใหม่ภายในวันที่ 8 ธ.ค.
ปรากฏว่า บัญชีคำสั่งแต่งตั้งที่ประกาศผ่านเว็บไซต์กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นเว็บไซต์หลัก เว็บไซต์ทางการ
บางคำสั่ง บางกองบัญชาการ ประกาศออกมาไม่กี่นาที ก็โดนดึงหายไปจากเว็บไซต์ พอนำกลับมาใหม่ บางชื่อหาย บางชื่อมี บางชื่อถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง
เข้าใจทุกตำแหน่ง ทุกเก้าอี้ อยู่ในกฎ อยู่ในเกณฑ์ ตามระเบียบ ตามข้อกฎหมาย แต่ในแง่มุม "คุณธรรม" ยังเป็นคำถามคาใจเหล่าสีกากีไร้เส้น ไร้สาย ถึงแม้คำสั่งจะมีผลผ่านมาแล้วเกือบ 1 สัปดาห์
แต่เสียงวิจารณ์ยังดังเซ็งแซ่.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อย่าขยันแค่ชิงเก้าอี้!
เมื่อตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ไม่ได้กำหนดกฎ กติกา "ล็อกสเปก" คุณสมบัติผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." แบบยึดเรียงลำดับอาวุโส หรือยึดแค่ความรู้ความสามารถ
นักวิ่งตาเป็นมัน!
โหมโรงแต่งตั้ง “นายพลสีกากี” รวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม กันตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย. หลัง ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แม่ทัพใหญ่สีกากี ขยับปากกาลงนามประกาศลำดับอาวุโสระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และรอง จตช. ลงมาถึง รอง ผบก. ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในแต่ละระดับครั้งที่ 1
โหมโรงชิง 'ผบ.ตร.'
หากยึดตามคำสัมภาษณ์ โฆษกตำรวจ-พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ หลังประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.
‘ตั้งนอกวาระ’ หัวทิ่ม!
เข้าใจวงประชุม ก.ตร. ที่นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล มานั่งหัวโต๊ะประธาน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ต้องถอนวาระแต่งตั้งข้าราชการตำรวจนอกวาระประจำปี ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเสนอชื่อ พล.ต.ท. นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) โรงพยาบาลตำรวจ ขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร.
ปี๊บคลุมหัวตำรวจ
อุ้ย! ขาสั่น มือสั่น ไม่กล้าจะเขียนถึง "ตำรวจโจร" ที่อาศัยเครื่องแบบ อาศัยกฎหมายในมือไปทำผิดเยี่ยงโจร กลัวจะต้องขึ้นโรง ขึ้นศาล ได้ไปกินข้าวผัด ได้ไปกินโอเลี้ยง
แก้หนี้ ตร.กี่โมง
ต้องตั้งคำถามตัวโตๆ อีกครั้ง "หนี้สินตำรวจ" จะแก้กันได้กี่โมง หลังจากได้ยิน ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้นำตำรวจ พูดตอนหนึ่งในระหว่างเป็นประธานการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำชับด้านสวัสดิการสั่งปรับปรุงระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจทั่วประเทศ

