
ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net ยังไม่ถึงเวลา! วันศุกร์นี้ "รัฐบาลอนุทิน" ยังคาดเข็ดขัดนิรภัยต่อ แม้ "นายกฯ หนู" จะบอกว่าพร้อมยุบสภาทุกเมื่อ เตรียมพระราชกฤษฎีการอไว้แล้ว ถึงจะเลื่อนเร็วขึ้นจากไทม์ไลน์เดิม 31 ม.ค. 69 แต่ไม่ใช่ 12 ธ.ค. หลังแกนนำเพื่อไทยล้มแผนเดิมอ้างไม่อยากเป็นแพะ รอเวลาที่เหมาะสมค่อยยื่นซักฟอก ยิ่งสถานการณ์ชายแดนไทย-เขมรยังเดือดปุดๆ ขืนเป็นตัวเร่งให้ยุบสภา ทัวร์ลงแน่ จบวาระสามแก้รัฐธรรมนูญเอาแน่ สอดรับกับท่าทีของพรรคประชาชน "เท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน ย้ำชัดเรื่องรัฐธรรมนูญคือเงื่อนไขสำคัญในการพิจารณาอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่แปลกที่ "ภูมิใจไทย" กับ สว.น้ำเงิน ประสานเสียงยื้อโหวตวาระ 3 ไปหลังปีใหม่
เพราะตัวแปรหลักที่จะทำให้เส้นทางยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เดินหน้าไปได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับสภาสูง ตามที่รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 มาตรา 256 บัญญัติไว้ "ต้องมีเสียง สว. เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา" โดยเวลานี้มีสมาชิกวุฒิสภาที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 199 คน เท่ากับต้องมี สว. อย่างน้อย 67 คน โหวตเห็นชอบ เมื่อดูท่าทีของ "พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์" หัวหอก สว.น้ำเงิน ที่เป็นกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ส่งสัญญาณคว่ำแน่ เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ได้ฤกษ์ยุบสภาทันที
๐ โชว์ฟิตก่อนใคร ต้องยกให้ "กกต." ชิงประกาศแบ่ง 400 เขตเลือกตั้งใหม่ตั้งแต่ต้นเดือน โดยใช้จำนวนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 ล่าสุดฟังน้ำเสียงนายกฯ ส่อยุบสภา ม.ค.69 ไม่ใช่ ธ.ค.68 "แสวง บุญมี" เลขาธิการ กกต. โร่แจง "กรณีต้องจัดเลือกตั้งอยู่ภายในปีเดียวกันกับปีที่มีประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง กรณีนี้ในทางปฏิบัติจะมีความชัดเจนอยู่แล้ว ให้ใช้จำนวนราษฎรในปีสุดท้ายก่อนมีการเลือกตั้ง แต่อาจมีปัญหาอยู่บ้าง หากยุบสภาในต้นปี ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทยจะประกาศประมาณกลางเดือน ม.ค.ของทุกปี กกต.ต้องนำจำนวนราษฎร มาคำนวณเขตที่พึงมีให้เสร็จก่อน 5 วัน นับแต่มีพระกฤษฎีกาประกาศให้มีการเลือกตั้ง เพื่อให้มีเขตให้ผู้สมัคร และพรรคการเมืองได้มีเขตในการคัดสรรลงสมัคร ว่าจะส่งสมาชิกผู้ใดลงสมัครในเขตเลือกตั้งใด แต่หากมีกรณีเกิดขึ้นจริง สำนักงานก็ได้เตรียมรับมือไว้แล้ว" เรียกว่าพร้อมรับทุกสถานการณ์ เลือกตั้งได้ฉลุย
๐ เพื่อไทยประกาศดีเดย์ 16 ธ.ค. เปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ โหมโรงในธีม “ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้!" วิสัยทัศน์ที่เราจะได้เห็นภาพการ “ยกเครื่องประเทศไทย” ที่ไม่ใช่แค่พาประเทศไปรอด แต่ต้อง “ขยับไปข้างหน้า” อย่างมั่นคง-แข็งแรง เราจะมี “เศรษฐกิจ” ที่โตพอให้คนไทยหลุดพ้นจากความจนได้จากอะไร? เราจะมี “โครงสร้างพื้นฐาน” ที่แข็งแรงพอที่จะรองรับการพัฒนาประเทศในอนาคตได้อย่างไร? เราจะมี “ประเทศ” ที่น่าอยู่และภาคภูมิใจสำหรับทุกคนได้อย่างไร? พร้อมตีปี๊บผลงานรัฐบาล 2 ปี ยุคเศรษฐา-แพทองธาร ก่อนตบท้าย "ปีหน้าฟ้าใหม่ เพื่อไทยจะกลับมา และเราจะขออาสาสานต่อนโยบาย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้ดีขึ้นต่อไป" แทบอดใจไม่ไหวที่จะรอดูโฉมหน้าว่าที่นายกฯ คนที่ 33 อย่างที่ พท.ว่า แว่วมาว่า เขยคนโตของ "นายใหญ่" ที่มีชื่อมาตั้งแต่ไก่โห่ "ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์" สามีพินทองทา ชินวัตร น่าจะบอกผ่าน หันมาดันหลานชายแทน “ดร.เชน” ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ลูกชายคนโตของ "เจ๊แดง" เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และ “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” ที่มีดีกรีด้านวิชาการที่ไม่ธรรมดา เป็นนักวิจัยด้านสมองและวิศวกรรมชีวการแพทย์ เคยชิมลางการเมืองด้วยการลงเลือกตั้ง สส.เชียงใหม่ ปี 57 แต่เลือกตั้งโมฆะ ก่อนจะคัมแบ็กเวทีเพื่อไทย เมื่อ 29 พ.ย. ในงานอบรมโครงการ Pheu Thai Young Professionals Program (YPP) รุ่นที่ 2 แต่โปรไฟล์ไม่ใช่มือเศรษฐกิจ ตามยุทธศาสตร์ของเพื่อไทย ส่วนแคนดิเดตคนที่สอง "จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์" ก็ไม่ใช่จุดขาย ต้องรอลุ้นคนที่สาม ที่แพลมมาแค่ว่าเป็นบุคคลภายนอกที่เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ แต่ยังไม่ตอบรับ เลยไม่รู้สุดท้ายใช่คนเดียวกับเขยใหญ่หรือเปล่า.
ลี้คิมฮวง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
ไม่แข่งยิ่งแพ้! บรรดา FC สีฟ้า แทบไม่ต้องลุ้นแล้ว แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ที่พรรคประชาธิปัตย์นัดเปิดตัวในวันเสาร์นี้ เผยโฉมล่วงหน้า ในงาน "AI Demo Day : Bangkok Build AI" เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทีแรกฮือฮาหลายคนคิดว่า ปชป. น่าจะส่งหน้าใหม่กิ๊กที่ไม่ใช่นักการเมืองมาลงสนาม เหมือนสมัยที่ส่ง "หล่อเล็ก" อภิรักษ์ โกษะโยธิน นักบริหารที่เชี่ยวชาญด้านการตลาด สามารถเอาชนะใจคนกรุงได้สำเร็จ ชนิดทิ้งห่างคู่แข่งหลายแสนคะแนน ทำให้สปอตไลต์หลายดวงจับจ้องไปที่ "ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา" ที่ปรึกษาฝ่ายบริหาร LINE Plus อดีตซีอีโอ LINE
บันทึกหน้า 4
ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และสร้างความปีติแก่พสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะเกษตรกร เมื่อ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี” เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พุทธศักราช 2569 ณ
บันทึกหน้า 4
ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ถือว่ามีผลบังคับใช้แล้ว รัฐบาลพร้อมเดินหน้าโครงการช่วยเหลือเยียวยา 2 แสนล้านบาท และการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 2 แสนล้านบาทได้เลย
บันทึกหน้า 4
การกลับบ้านจันทร์ส่องหล้าของ ทักษิณ ชินวัตร หลังได้รับการพักโทษและเข้ารับทราบเงื่อนไขคุมประพฤติจากกรมคุมประพฤติ ทำให้บรรยากาศการเมืองกลับมาคึกคักอีกครั้งทันที
บันทึกหน้า 4
11 พฤษภาคม 2569 นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกจำคุกจากคดีโกงบ้านกินเมือง จะได้รับการพักโทษ กลับไปนอนบ้านจันทร์สองหล้า ติดกำไล EM ที่ขา ขอให้สังคมไทยจดจำเป็นบทเรียน นักการเมืองจะยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ตาม หากคดโกงจุดจบคือคุก บางคนกรรมตามทันเป็นติดจรวด บางคนได้ใจเพราะคิดว่า โกงมานานไม่เห็นมีใครทำอะไรได้ ก็โกงต่อเนื่อง จดชื่อใส่บัญชีหนังหมาไว้เลยคนพวกนี้อนาคตมีแต่ทุกข์ ไม่โดนเข้ากับตัวเองก็โดนกับครอบครัว ชีวิตหาความสุขมิได้ ...๐
บันทึกหน้า 4
คิดช้า! พรรคประชาชนเพิ่งเคาะส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ "พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน" หรือชื่อเต็มๆ ว่า ร่างพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.

