บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด ขอเข้าโหมดเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ หลังคำสั่งยุบสภาเมื่อ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้สนามการเมืองที่อุ่นๆ กลายเป็นเตาแก๊สเปิดไฟแรงในพริบตา เลือกตั้งต้นปี 2569 ยังไม่ทันมาถึง แต่เกมช่วงชิงอำนาจเริ่มเดือดเกินองศา

ภาพรวมการเมืองรอบนี้หนีไม่พ้นการปะทะของ 3 สี 3 ขั้ว “น้ำเงิน–ส้ม–แดง” ที่ต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่า รอบนี้ไม่ใช่แค่แข่งนโยบาย แต่แข่ง “ตัวบุคคล” ใครมีหน้า ใครมีแผล ใครมีดรามา ตอบโจทย์อารมณ์สังคมมากกว่ากัน

ฝั่งน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรัฐบาลรักษาการ เดินเกมไวแบบไม่รอฤกษ์ นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล ชิงประกาศตัวเองเป็นแคนดิเดตนายกฯ อันดับหนึ่ง พร้อมเทียบเชิญกูรูเศรษฐกิจอย่าง “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” และ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” มานั่งรายชื่อเสริมบารมี แม้เจ้าตัวทั้งสองจะยังไม่ตอบรับชัดเจน แต่ก็พอทำให้ภาพลักษณ์พรรคดูมีของ มีสมองเศรษฐกิจมาช่วยอุ้มปากท้อง

เกมนี้อ่านไม่ยาก ภูมิใจไทยต้องการตอกย้ำว่า “มีผู้นำ มีความเด็ดขาด” พร้อมใช้กระแสชาตินิยม โดยเฉพาะท่าทีแข็งกร้าวต่อกัมพูชา มาปิดจุดอ่อนเรื่องยุบสภาหนีซักฟอกเรื่องน้ำท่วมหาดใหญ่ และเรื่องสแกมเมอร์ที่ลากโยงคนใกล้ตัวในรัฐบาล การเมืองแบบนี้ไม่ต้องชนะทุกประเด็น ขอแค่กลบข่าวและชนะศึกใหญ่ก็พอ

ตัดภาพมาที่พรรคส้ม พรรคประชาชน คะแนนนิยมในหมู่คนรุ่นใหม่ยังแน่นเหมือนเดิม อุดมการณ์ชัด ทีมยุทธศาสตร์แหลมคม คำพูดเรื่องทุนเทา สแกมเมอร์ ความโปร่งใส ยังคมกริบ พร้อมสโลแกน “มีเราไม่มีเทา” ที่โดนใจแฟนคลับ

แต่ปัญหาใหญ่ไม่ใช่นโยบาย หากเป็น “หน้าแคนดิเดต” การเปิดตัว 3 รายชื่อ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ–ศิริกัญญา ตันสกุล–วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร” ยังไม่สามารถดึงคะแนนนอกฐานเดิมได้ แถมยังมีเงาใหญ่ชื่อ “คดี 44 สส.” จากการแก้มาตรา 112 ที่แขวนคอแคนดิเดตตัวหลักถึง 2 คนไว้บนเส้นด้ายการเมือง

ยังไม่รวมบาดแผลทางความรู้สึกของสังคม จากการถูกมองว่าเป็นฝ่าย “ค้ำโหวต” ให้อนุทินเป็นนายกฯ จนเกิดวาทกรรมต้มส้ม และถูกโยงว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ต้องยุบสภา ทั้งที่ตั้งใจจะเล่นเกมแก้รัฐธรรมนูญ แต่สุดท้ายเกมพลาด กลายเป็นโดนทัวร์ลงยับ

๐ ล่าสุดดรามาร้อนฉ่าเข้าไปอีก เมื่อ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ออกมาระบุว่า หากพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้เป็นนายกฯ สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา คงไม่มาถึงจุดนี้ เล่นเอาเสียงด่ากระจายทั่วสารทิศ เพราะสวนทางกับความรู้สึกสังคมในห้วงอารมณ์ชาตินิยมแบบสุดลิ่ม

งานนี้ นายธนกร วังบุญคงชนะ รมว.อุตสาหกรรม ไม่พลาดสวนกลับแบบจัดเต็ม ไล่ตั้งแต่ประโยค “ทหารมีไว้ทำไม” นโยบายลดขนาดกองทัพ ตัดงบอาวุธ ยันสรุปแรงๆ ว่า ถ้าพิธาเป็นนายกฯ วันนี้บ้านเมืองอาจ “ลุกเป็นไฟ” ไปแล้ว พร้อมปิดท้ายด้วยการอวยนายกฯ อนุทินว่าเด็ดขาด จริงจัง ไม่อ่อนข้อให้ใคร

แต่ไฮไลต์จริงๆ ของเรื่องนี้ ดันไม่ใช่คำสัมภาษณ์ หากเป็นคอมเมนต์ในโซเชียล ที่ชาวเน็ตแห่พิมพ์ตัวอักษร “ค.” เต็มไปหมด จนคนงงเป็นไก่ตาแตก ว่ามันคืออะไร

สุดท้ายต้องถึงมือนายกฯ อนุทิน โผล่เข้าไปเฉลยด้วยตัวเองว่า “ค. = คร้าบ!” เล่นเอาคนอ่านถึงกับบางอ้อ บางรายสารภาพตรงๆ ว่าเคยเข้าใจผิด คิดว่าเป็น “กรวย” มาตลอด

การเมืองไทยก็แบบนี้ ดรามาใหญ่ผสมมุกเล็ก วิกฤตชายแดนยังไม่จบ แต่สงครามคอมเมนต์เริ่มก่อนใครเพื่อน

ปิดท้ายที่พรรคแดง พรรคเพื่อไทย เลือกยืนเกมนิ่ง ปล่อยให้น้ำเงินกับส้มตีกันเอง ค่อยๆ เก็บแต้มเงียบๆ เตรียมเปิดตัวแคนดิเดต 3 คน “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์–จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์–สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” หรือผู้บริหารเก่าบริษัทเอกชนเครือข่ายตระกูลชิน  

เกมนี้ชัดว่าเน้นประคองอำนาจในพรรคมากกว่าสร้างแรงกระเพื่อมข้างนอก อาศัยคะแนนสงสารจากคดีทักษิณ และรอจังหวะที่อีกสองขั้วพลาด แต่หาก “สุริยะ” ไม่ได้เป็น ก็ต้องดูว่าหากสบช่องจะย้ายไปไหนอีกไหม 

เมื่อเหลือเวลาไม่ถึง 60 วันก่อนเลือกตั้ง ทุกพรรคยังมีสิทธิ์ปรับเกม ใช้ทั้งยุทธศาสตร์และวิชามาร ปัจจัยนอกสภา ชายแดน สแกมเมอร์ และดรามาโซเชียล อาจเป็นตัวแปรสำคัญ

สนามนี้ยังไม่มีใครชนะขาด มีแต่ใครพลาดก่อน…แพ้ก่อน เท่านั้นเอง.

 

คางดำ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

"หนังหน้าไฟ" ได้ไปต่อ! หลัง 7 เสือ กกต. ลงมติพิจารณาการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2568 ของ "แสวง บุญมี" เลขาธิการ กกต. ปรากฏว่าเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 โหวตผ่านการประเมิน อยู่ต่อจนครบสัญญาในวันที่ 31 มี.ค.2570

บันทึกหน้า 4

ต้องยอมรับว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นหนึ่งในนายกฯ ที่ถูกสังคมและฝ่ายตรงข้ามจับผิดมากที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ ไม่ว่าจะขยับตัวหรือเอ่ยอ้างเรื่องใด ก็มักมีคนจองกฐินเป็นทิวแถว ซึ่ง ล่าสุดก็คงไม่พ้นเรื่อง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ซึ่งเจ้าตัวพูดถึงเรื่องการควบคุมอาวุธปืน โดยหลังจากเผยแพร่ออกไปทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายแค้น รวมถึงคนอยากมีแสงก็รุมเข้ามายิ่งกว่าแร้งเห็นศพอย่างไรอย่างนั้น ...๐

บันทึกหน้า 4

ช่วงนี้สังคมไทยมี คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญอย่างต่อเนื่อง เป็นข่าวฉาวไปทั่วโลก ล่าสุด นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี หลังก่อเหตุนายฉลอง

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด วิกฤตการณ์ทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นถือเป็นบททดสอบสำคัญของกระทรวงมหาดไทยภายใต้การกำกับดูแลของ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ออกมาประกาศความคืบหน้าในการดำเนินการทางอาญาต่อกลุ่มผู้ทุจริต

บันทึกหน้า 4

เป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ต้องเริ่มต้นด้วยการแสดงความเสียใจและอาลัยจากใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุโศกนาฏกรรมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ...เหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์จบลง แต่คำถามของสังคมยังวนเวียนหลอกหลอน “เราจะทำอย่างไร...ไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก?!?”

บันทึกหน้า 4

ไร้นักการเมืองโกง! ยังเป็นประเด็นคาใจที่ฝ่ายค้านตั้งคำถามทุกวัน ตัดตอนจบแค่บิ๊กข้าราชการ "รังสิมันต์ โรม" รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรรมและสิทธิมนุษยชน