
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด การเมืองไทยในห้วงเวลานี้ยังคงเต็มไปด้วยภาพซ้ำที่สังคมเห็นจนชินตา พรรคการเมืองจำนวนไม่น้อยเริ่มต้นด้วยคำประกาศแข็งกร้าว ย้ำอุดมการณ์ ยืนยันว่าจะ “ไม่ถอย” ไม่ว่าจะเจอแรงต้านแบบใด
แต่เมื่อวันหนึ่งอำนาจเริ่มอยู่ใกล้มือมากขึ้น หลักการที่เคยยึดมั่นกลับค่อยๆ ถูกลดน้ำหนักลงอย่างเงียบๆ กรณีของพรรคประชาชน โดย “หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กับการออกมาประกาศว่า “ไม่แก้ไขมาตรา 112” จึงถูกมองว่าเป็นอีกบทหนึ่งของการเมืองแบบเดิม ที่ต้องการอำนาจ มากกว่ารักษาอุดมการณ์
การเปลี่ยนท่าทีของพรรคประชาชน อาจไม่ได้เกิดจากการทบทวนและเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันที่คนเคารพ หรือผลกระทบทางสังคมอย่างรอบด้าน หากแต่เป็นผลโดยตรงจากแรงกดดันทางการเมืองที่ชัดเจน โดยเฉพาะเงื่อนไขที่ถูกวางไว้ก่อนเกมอำนาจจะเริ่มเดิน
หนึ่งในตัวแปรสำคัญที่ถูกพูดถึงมาก คือบทบาทของ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ยืนเส้นในประเด็นนี้มาอย่างต่อเนื่อง และทำให้เส้นดังกล่าวกลายเป็น “เพดาน” ที่ใครก็ตามซึ่งหวังจะเข้าใกล้อำนาจรัฐ ไม่อาจก้าวข้ามไปได้
สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงการต่อรองทางการเมือง แต่สะท้อนการตั้งคำถามเชิงโครงสร้างว่า พรรคการเมืองที่พร้อมจะถอยในประเด็นหลักตั้งแต่ยังไม่ได้บริหารประเทศ จะรักษาสัญญาอื่นๆ กับประชาชนได้มากน้อยเพียงใด
โดยเฉพาะเมื่อประเด็นนี้เคยถูกใช้เป็นหัวใจของอุดมการณ์ และเป็นเครื่องมือสร้างความหวังให้กับผู้สนับสนุนจำนวนมาก ความเจ็บปวดของเรื่องนี้อยู่ตรงที่ ผลจากวาทกรรมทางการเมืองไม่ได้ตกอยู่กับนักการเมืองที่ยืนพูดบนเวที และยุยงอยู่เบื้องหลัง แต่ตกอยู่กับเยาวชนและคนรุ่นใหม่ที่หลงเชื่อต้องเผชิญคดี ประวัติ และเสียโอกาสในชีวิต บางคนถึงกับหนีคดีไปนอกประเทศ ขณะที่คนปล่อยคำพูดสวยหรูยังคงกล่าวประโยคเดิมว่า “ไม่มีใครควรติดคุกเพราะคำพูด”
เมื่อแรงกดดันเดินมาถึงจุดหนึ่ง พรรคประชาชนจึงเลือกถอย ถอยโดยไม่อธิบายอย่างตรงไปตรงมากับฐานเสียง และบรรดาด้อม ยอมถอยทั้งที่เคยย้ำว่าจะไม่ยอมถอย และถอยเพราะรู้ดีว่าหากยังยืนกรานต่อไป ประตูสู่อำนาจจะปิดลงทันทีอีกครั้ง
ภาพนี้ทำให้คำถามเดิมๆ กลับมาอีกครั้ง วันนี้ถอยเรื่องมาตรา 112 พรุ่งนี้จะถอยเรื่องใด และเมื่อได้เป็นรัฐบาลจริง คำสัญญาใดจะยังคงเดิม หรือจะถูกตีความใหม่ การเมืองอาจเปลี่ยนจุดยืนได้ แต่ความทรงจำของประชาชนที่เคยเชื่อมั่นไม่ลบเลือนได้ง่ายนัก
๐ ในอีกมุมหนึ่ง ภาพของรัฐบาลภายใต้การนำของ นายกฯ อนุทิน ในสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา กลับสะท้อนการบริหารแบบเน้นเสถียรภาพ หลังข้อตกลงหยุดยิง 72 ชั่วโมงใกล้ครบกำหนด รายงานจากฝ่ายความมั่นคงยืนยันตรงกันว่า สถานการณ์โดยรวมสงบเรียบร้อยก่อนถึงเส้นตาย แม้ระดับความรุนแรงจะลดลงจนแทบเป็นศูนย์ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดคิด โดยย้ำว่าความปลอดภัยของประชาชนต้องมาก่อนประเด็นอื่น และภาพของผู้อพยพที่เริ่มทยอยกลับบ้าน โดยเฉพาะในจังหวัดบุรีรัมย์ จากหลักหมื่นเหลือเพียงไม่กี่พันคน จึงถูกมองว่าเป็นสัญญาณบวกของเสถียรภาพที่กำลังฟื้นตัว
ขณะเดียวกัน ในมิติเศรษฐกิจ รัฐบาลกำลังเร่งเครื่องในช่วงโค้งสุดท้ายของปี ผ่านโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ซึ่งกระทรวงการคลังออกมาเตือนผู้ใช้สิทธิกว่า 13.6 ล้านคน ให้เร่งใช้จ่ายก่อนหมดเขตวันที่ 31 ธันวาคมนี้ ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า แม้จะมียอดเงินหมุนเวียนในระบบมากกว่า 8 หมื่นล้านบาท แต่ผู้ใช้สิทธิที่ใช้วงเงินครบตามเงื่อนไขยังมีเพียงราวหนึ่งในสาม สะท้อนว่ายังมีเงินคงเหลือในระบบอีกจำนวนมาก
ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเกือบหนึ่งล้านราย ทั้งร้านค้าทั่วไปและร้านอาหารผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ ยังคงพร้อมรองรับการใช้จ่ายในช่วงปลายปี รัฐจึงเชิญชวนให้ประชาชนที่ยังมีสิทธิ เหลือวงเงินอยู่ วางแผนออกมาใช้จ่ายให้ทันเวลา ไม่เพียงเพื่อรักษาสิทธิของตนเอง แต่ยังช่วยเพิ่มแรงส่งให้เศรษฐกิจในช่วงปลายปีที่กำลังต้องการกำลังซื้อจากฐานราก ฉะนั้นในอีกไม่กี่วัน ไม่ควรปล่อยให้โอกาสหลุดมือ ก่อนกำหนดวันสุดท้าย 31 ธันวาคมนี้.
คางดำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
เคาะฉลุย! จบดรามาลูกอกตัญญู ในเมื่อกระแสแรงขนาดนี้ใครจะกล้าขวาง รัฐบาลหนูต้องสั่งถอยกรูด "บอร์ดบัตรคนจน" คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ที่มี "เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ" รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง
บันทึกหน้า 4
ต้องจับตากันให้ดีในการประชุม “คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม” วันพฤหัสบดีที่ 11 มิ.ย.นี้ โดย “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
บันทึกหน้า 4
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาไม่มีการประชุม ครม. โดยเลื่อนไปประชุมวันพุธ เนื่องจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุม ASEAN Future Forum ครั้งที่ 3 ที่ประเทศเวียดนาม
บันทึกหน้า 4
ตรวจสอบความเคลื่อนไหวในแวดวงเศรษฐกิจฐานรากตามนโนบายรัฐบาล อย่างบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจน ที่เป็นดรามาอยู่ในขณะนี้ เมื่อ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขยับรับนโยบายโดยตรงจากนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล
บันทึกหน้า 4
แม้เทศกาลมหาสงกรานต์จะจบลงไปแล้ว แต่ก็เหมือน “โฆษกรัฐบาล” อย่าง “รัชดา ธนาดิเรก” บอกนั่นแลว่า สงกรานต์ไทยกลายเป็นมรดกโลก หรือเป็นเวิลด์อีเวนต์ไปแล้ว เพราะมันสะท้อนพลังวัฒนธรรมของคนในวิถีเอเชียที่จะอยู่
บันทึกหน้า 4
ศึกสนามเสาชิงช้าร้อนฉ่า! เจอ "ระบบอากง" เขย่าขวัญ เล่นเอาบุรุษผู้แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี ที่เคยเยือกเย็น ถึงกับเดือดปฏิเสธลั่นไม่มีระบบนี้ พร้อมท้าโชว์ใบเสร็จ ก่อน "ชัชชาติ สิทธิพันธุ์" เฉลยตัวจริงของอากง

