เรื่อง 'ตร.' สองหูไม่พอฟัง

มีเรื่องราวที่น่าสนใจ อาจจะไม่เกี่ยวกับคดีสินบนทองคำที่กำลังดังอยู่ตอนนี้ แต่สำหรับคนในแวดวงสีกากี ได้อ่านน่าจะรู้...ว่าคือใคร?

เมื่อ 3-4 วันก่อนได้อ่านที่ "ธวัชชัย ไทยเขียว" หนึ่งในคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ หรือ ก.พ.ค.ตร. ถ่ายทอดออกมาผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเอาไว้อย่างน่าสนใจ เลยขออนุญาตนำมาเผยแพร่...

อดีตรองปลัดกระทรวงยุติธรรม ตั้งหัวข้อเอาไว้เรื่อง "#เสียงลือเสียงเล่าอ้างในวงการตำรวจที่สองหูไม่พอฟัง" เนื้อหาระบุ "เมื่อปลาหลงน้ำอย่างผมเข้ามาทำงานในฐานะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ การพิจารณาวินิจฉัยสำนวนร้องทุกข์ ในเรื่องการแต่งตั้ง ทำให้เรียนรู้พฤตินิสัยของผู้มีอำนาจที่ก้าวพลาดไม่เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และใช้ดุลพินิจที่ไม่เหมาะสมนั้น เกิดการเรียนรู้และพัฒนามาจากสิ่งใด

นอกจากอุปนิสัยที่นักการเมืองเข้ามาแทรกแซง และผู้บริหารบางคนบางช่วงเวลาสนใจแต่รักษาตำแหน่งของตนเอง มากกว่าคำนึงถึงประโยชน์ขององค์กรและประโยชน์สาธารณะแล้ว ยังมีเหตุโดยอาศัยลมใต้ปีกคำสั่ง คสช. ออกคำสั่งที่ 7/2559 เพื่อยกเลิกตำแหน่งพนักงานสอบสวนที่เป็นแท่งเฉพาะทาง และให้พนักงานสอบสวนสามารถโยกย้ายไปดำรงตำแหน่งอื่นในสายงานปกติได้

ทำให้พนักงานสอบสวนจำนวนมากขอย้ายออกไปสายงานอื่นที่ภาระงานน้อยกว่าแต่ความก้าวหน้าเท่ากัน นำไปสู่ปัญหาพนักงานสอบสวนขาดแคลนอย่างหนักจนเป็นวิกฤตขาดแคลนในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน และทำให้เกิดหลุมตำแหน่งที่เกิดยกเลิกแท่งดังกล่าวจำนวนมาก

ในเวลาเดียวกัน คสช.ได้มีคำสั่งให้การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจทุกกรณีชอบด้วยกฎหมายเป็นการชั่วคราว โดยคำสั่ง คสช. ที่ 88/2557 และ 89/2557 เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง และให้ใช้หลักอาวุโส จนกว่าจะมี พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565

ข่าวว่ามีผู้กว้างขวางมากด้วยบารมีได้อาศัยคำสั่งดังกล่าวใช้เป็นฐานทางกฎหมายรับรองในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในช่วงเวลาที่ผ่านมาเพื่อเลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้นตามอำเภอใจก่อนที่จะมี พ.ร.บ.ใหม่ โดยมีการเรียกรับผลประโยชน์ตอบแทนโกยเงินเข้าสู่กระเป๋าตนเองและพรรคพวก พร้อมทั้งมีการออกกฎ ระเบียบให้มีการสร้างบันไดไปยุบเลิกหน่วยงานบางหน่วยมาตั้งหน่วยใหม่ เพื่อรองรับให้มีการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นชนิดมาแบบทั้งเหาะเหินหรือหายตัวกันมาเลยทีเดียว

ครั้นเมื่อได้สมใจแล้วก็กลับแก้กฎหมายรื้อบันไดทิ้งไปใช้เหมือนเดิมแบบหน้าตาเฉยไม่อายฟ้าดินและอินทร์พรหมเพียงชั่วข้ามคืน ด้วยอาศัยฐานคำสั่ง คสช. ที่ออกรองรับไว้ให้การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจทุกกรณีชอบด้วยกฎหมายจนกว่าจะมี พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ดังกล่าว ไม่รู้ คสช.รู้เท่าทันกระบวนการดังกล่าวหรือไม่ ผมลองนับระยะเวลาการเล่นแร่แปรธาตุจนองค์กรย่อยยับมาจนถึงปัจจุบันว่ากี่ปี จึงค่อยๆ พัฒนาจากพฤติกรรมเป็นพฤตินิสัยเสมือนเป็นเรื่องปกติธรรมดา

ทั้งหมดทั้งมวลนี้คือปฐมเหตุซ้ำเติมทำให้เกิดวิกฤตในสถาบันตำรวจในปัจจุบัน ปลาหลงน้ำอย่างผม และคณะกรรมการ ก.พ.ค.ตร.ทุกท่านยังคงต้องยืนตัวตรง และตรงยิ่งขึ้นเพื่อกอบกู้องค์กรตำรวจภายใต้อำนาจหน้าที่ที่มี #ไม้แก่ดัดยากคงต้องนำเข้าไฟบางท่อนอาจหักกลางคันก็คงต้องยอมและรับผล"

ยิ่งได้อ่าน ยิ่งรับรู้เกี่ยวกับวงการ "สีกากี" และได้แต่ถอนหายใจ...เฮ้อ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาตรฐาน 'สีกากี'

ยกมือสนับสนุนเต็มที่ ให้ "ตำรวจ" กวาดล้างพวก "นักบุญคนบาป" หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง มีพยานหลักฐานที่ชัดเจน ต้องจับติดคุก ติดตะรางให้เข็ด!!!

ตำรวจทำดีทำได้

เก็บตกช่วง "สงกรานต์" ที่มีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน แม้การเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัด หรือออกท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ จะไม่คึกคักเหมือนหลายปีที่ผ่านมา

พี่หวาน...มีลุ้น!

หรือสถานการณ์จะสร้างวีรบุรุษ ในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตพลังงาน จากผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง ก็มี "ไอ้โม่ง" กักตุนน้ำมัน จนชาวบ้านเดือดร้อน

เมษาแต่งตั้งฉ่ำ!

ยิ่งกว่าสายน้ำ "สงกรานต์" ที่ชุ่มฉ่ำเดือนเมษายน ก็ต้องการแต่งตั้ง "สีกากี" ที่ไม่ใช่แค่ชุ่มฉ่ำ แต่เรียกว่า "กระชุ่มกระชวย" เพราะการแต่งตั้งตำรวจต่อคิวคลอดยาวกันเป็นหางว่าว

'นายพล' นอกวาระ!

อาจจะดูฮือฮาพอสมควร เมื่อมีชื่อ "อดีตหมอใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ" พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้ขยับเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น จาก "ผู้ช่วย ผบ.ตร." เป็น "ที่ปรึกษาพิเศษ ตร." ติดยศ "พล.ต.อ." ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

เปลี่ยนสีตำรวจ!

ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา "บิ๊กกรมปทุมวัน" นั่งกันไม่ติดเก้าอี้ ก็จู่ๆ มีข่าวสะพัด "ตำรวจ" จะเปลี่ยนสีเครื่องแบบ