
ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net "แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท รายหนึ่ง 250 ล้าน อีกราย 200 ล้าน แถมแตกแบงก์ม่วงอีกต่างหาก จึงออกคำสั่งด่วนไปยังสถาบันการเงิน ทั้งธนาคารพาณิชย์ และธนาคารของรัฐ "ขอความร่วมมือจากธนาคารยกระดับการติดตาม และตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน หรือพฤติกรรมการใช้บริการทางการเงินที่มีลักษณะผิดปกติให้เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยขอให้ติดตามตรวจจับธุรกรรม หรือพฤติกรรมที่มีลักษณะผิดปกติตามรูปแบบและมาตรฐานขั้นต่ำที่ ธปท. ธนาคารพาณิชย์ และธนาคารของรัฐได้ร่วมกันกำหนด
หรือที่ ธปท.กำหนด โดยเก็บรวบรวมและตรวจสอบข้อมูลธุรกรรมดังกล่าว พร้อมนำส่งข้อมูลและหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ ธปท. ตามวิธีการและระยะเวลาที่ ธปท.กำหนด ซึ่งจะแจ้งให้ทราบต่อไป เพื่อให้ ธปท.มีข้อมูลที่สามารถใช้ประโยชน์ในการเชื่อมโยงติดตามและตรวจจับธุรกรรม หรือพฤติกรรมการใช้บริการทางการเงินที่ผิดปกติที่เกิดขึ้นในระบบสถาบันการเงินและระบบการเงินได้ ตลอดจนสามารถส่งต่อข้อมูลดังกล่าวให้แก่หน่วยงานที่มีอำนาจที่เกี่ยวข้องในแต่ละกรณีด้วย" ช่วยปลุก กกต. ที่กำลังงัวเงีย เด้งรับลูกทันที ทั้งที่ตัวเองต้องเป็นแม่งานแท้ๆ แต่ชุดเคลื่อนที่เร็วที่ส่งลงพื้นที่สีแดงโซนเสี่ยงซื้อเสียง ป่านนี้ยังคว้าน้ำเหลว
๐ วันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. ได้ฤกษ์ประเดิมเลือกตั้งล่วงหน้า โดยมีผู้ลงทะเบียน 2,410,425 คน แบ่งเป็นนอกเขตเลือกตั้ง : 2,262,463 คน นอกราชอาณาจักร : 139,535 คน ในเขตเลือกตั้ง : 8,247 คน เทียบแล้วประมาณ 4.55% จากจำนวนผู้ใช้สิทธิทั้งหมด 52,922,923 คน สิ่งที่ควรรู้คือ จะได้รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ บัตรสีเขียว สำหรับเลือก สส.แบบแบ่งเขต โดยผู้ใช้สิทธิจะกาบัตร (X) ได้เพียง 1 เบอร์ เลือกคนที่ใช่ และบัตรสีชมพู สำหรับเลือก สส.บัญชีรายชื่อ จะกาบัตร (X) ได้เพียง 1 เบอร์ เลือกพรรคที่ชอบ แต่จะไม่ได้บัตรสีเหลือง สำหรับออกเสียงประชามติ เพราะไม่มีการออกเสียงประชามติล่วงหน้า โดย "แสวง บุญมี" เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เคยชี้แจงไว้แล้ว การออกเสียงประชามติไม่มีล่วงหน้า เนื่องจากกฎหมายกำหนดไว้เพียงวันเดียว ซึ่งหากเกินที่กฎหมายกำหนดอาจทำให้การทำประชามติเป็นโมฆะ ทำได้เพียงออกเสียงนอกเขตจังหวัดเท่านั้น แต่ถ้าไม่ได้ลงทะเบียนไว้ ก็ต้องมาใช้สิทธิอีกรอบในหน่วยเลือกตั้งตัวเองวันที่ 8 ก.พ.
๐ ยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง ทางกองทัพบกพยายามแสดงจุดยืนความเป็นกลางทางการเมือง ไล่ตั้งแต่ "พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์" ผู้บัญชาการทหารบก ได้กำชับในที่ประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชี้แจงและสร้างความเข้าใจแก่กำลังพลและครอบครัวในการวางตัวเป็นกลางทางการเมือง ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ส่วน "พล.ต.วินธัย สุวารี" โฆษกกองทัพบก ตอกย้ำถึงภารกิจหลัก 4 ด้าน ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลก็ตาม ล่าสุดเพจ "ทีมโฆษกกองทัพบก" โพสต์น่าสนใจเรื่อง "เลือกตั้งนี้ ทหารต้องรู้” ในลักษณะถาม-ตอบ 17 ข้อ แบ่งเป็น 6 หมวด อาทิ จุดยืนของกองทัพบกต่อการเลือกตั้งคืออะไร? : "กองทัพบก วางตัว “เป็นกลางทางการเมือง” อย่างเคร่งครัด ไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นคุณหรือโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม ทั้งในส่วนตัวและราชการ อีกทั้งสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และรณรงค์ให้กำลังพลและครอบครัวไปใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากที่สุด" สามารถใช้รถทหาร ขนย้าย “หีบบัตรเลือกตั้ง” ได้หรือไม่? : "ห้ามเด็ดขาด! ห้ามใช้ยานพาหนะและอากาศยานของ ทบ. ขนย้ายหีบบัตร ข้อยกเว้นกรณีเดียว คือในพื้นที่ก่อความไม่สงบ หาก กกต. ร้องขอสามารถทำได้ (อนุมัติโดย แม่ทัพภาค/ผอ.รมน.ภาค) แต่ต้องมีเจ้าหน้าที่ กกต. นั่งไปด้วย และต้องบันทึกภาพเป็นหลักฐานทุกขั้นตอน" การแจกใบปลิว หรือติดป้ายหาเสียงในหน่วย ทำได้แค่ไหน? : "ห้ามแจกใบปลิวตามบ้านพักหรือที่ทำงาน" กำลังพลที่ปฏิบัติราชการสนาม จะไปเลือกตั้งอย่างไร? : "หากไม่สามารถกลับไปเลือกตั้งวันจริงได้ ให้หน่วยดำเนินการพากำลังพลไปลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า เพื่อรักษาสิทธิ" ทหารกองประจำการผลัดใหม่ ต้องทำอย่างไร? : "ให้หน่วยพาไปลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต หากลงทะเบียนไม่ทัน ให้พิจารณาอนุญาตลาพัก เพื่อกลับไปใช้สิทธิ ณ ภูมิลำเนาเดิม".
ลี้คิมฮวง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
ไม่แข่งยิ่งแพ้! บรรดา FC สีฟ้า แทบไม่ต้องลุ้นแล้ว แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ที่พรรคประชาธิปัตย์นัดเปิดตัวในวันเสาร์นี้ เผยโฉมล่วงหน้า ในงาน "AI Demo Day : Bangkok Build AI" เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทีแรกฮือฮาหลายคนคิดว่า ปชป. น่าจะส่งหน้าใหม่กิ๊กที่ไม่ใช่นักการเมืองมาลงสนาม เหมือนสมัยที่ส่ง "หล่อเล็ก" อภิรักษ์ โกษะโยธิน นักบริหารที่เชี่ยวชาญด้านการตลาด สามารถเอาชนะใจคนกรุงได้สำเร็จ ชนิดทิ้งห่างคู่แข่งหลายแสนคะแนน ทำให้สปอตไลต์หลายดวงจับจ้องไปที่ "ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา" ที่ปรึกษาฝ่ายบริหาร LINE Plus อดีตซีอีโอ LINE
บันทึกหน้า 4
ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และสร้างความปีติแก่พสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะเกษตรกร เมื่อ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี” เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พุทธศักราช 2569 ณ
บันทึกหน้า 4
ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ถือว่ามีผลบังคับใช้แล้ว รัฐบาลพร้อมเดินหน้าโครงการช่วยเหลือเยียวยา 2 แสนล้านบาท และการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 2 แสนล้านบาทได้เลย
บันทึกหน้า 4
การกลับบ้านจันทร์ส่องหล้าของ ทักษิณ ชินวัตร หลังได้รับการพักโทษและเข้ารับทราบเงื่อนไขคุมประพฤติจากกรมคุมประพฤติ ทำให้บรรยากาศการเมืองกลับมาคึกคักอีกครั้งทันที
บันทึกหน้า 4
11 พฤษภาคม 2569 นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกจำคุกจากคดีโกงบ้านกินเมือง จะได้รับการพักโทษ กลับไปนอนบ้านจันทร์สองหล้า ติดกำไล EM ที่ขา ขอให้สังคมไทยจดจำเป็นบทเรียน นักการเมืองจะยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ตาม หากคดโกงจุดจบคือคุก บางคนกรรมตามทันเป็นติดจรวด บางคนได้ใจเพราะคิดว่า โกงมานานไม่เห็นมีใครทำอะไรได้ ก็โกงต่อเนื่อง จดชื่อใส่บัญชีหนังหมาไว้เลยคนพวกนี้อนาคตมีแต่ทุกข์ ไม่โดนเข้ากับตัวเองก็โดนกับครอบครัว ชีวิตหาความสุขมิได้ ...๐
บันทึกหน้า 4
คิดช้า! พรรคประชาชนเพิ่งเคาะส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ "พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน" หรือชื่อเต็มๆ ว่า ร่างพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.

