
เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย
แต่ก็มีนักวิชาการนำเสนอ “รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล” อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งประเด็นว่า ไทยควรมี “ผู้ช่วย สส.” จากเงินภาษีประชาชน…กี่คน?!
ระเบียบรัฐสภากำหนดให้สมาชิกรัฐสภา 1 คน มีผู้ช่วยงานรวมจำนวน 8 อัตรา ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญประจำตัว 1 อัตรา ผู้ชำนาญการประจำตัว 2 อัตรา และผู้ช่วยดำเนินงาน 5 อัตรา นอกจากนี้ เมื่อต้นปี 2568 ยังมีการแก้ไขระเบียบ เพื่อปรับเพิ่มเงินเดือนผู้ช่วยงานทั้ง 8 อัตรา โดยสมาชิกรัฐสภาจำนวน 1 คน จะใช้เงินงบประมาณแผ่นดินในการมีผู้ช่วยทำงานปีละเกือบ 2 ล้านบาท รวมเป็นเงินเกือบ 1,400 ล้านบาท สำหรับสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด
ประเทศที่ถูกจัดอันดับในปี 2567 โดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสระหว่างประเทศ ว่าเป็นประเทศที่มีการทุจริตคอร์รัปชันต่ำที่สุดในโลก 20 ลำดับแรกประเทศเหล่านี้ต่างมีหลักการที่ชัดเจนว่า “งบประมาณแผ่นดินไม่ใช่เงินส่วนตัว แต่เป็นเงินที่มาจากการจ่ายภาษีอากรของคนทั้งประเทศ” การพิจารณาใช้จ่ายเงินจึงต้องเป็นไปอย่างประหยัด รอบคอบ โปร่งใส และคุ้มค่า ระบบจึงถูกออกแบบมาให้สมาชิกรัฐสภามีสิทธิพิเศษต่ำในทุกมิติ เดนมาร์ก นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ และสวีเดน ประเทศที่ถูกจัดว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันต่ำที่สุดในโลกลำดับที่ 1, 4, 5, และ 8 สมาชิกรัฐสภาไม่มีผู้ช่วยส่วนตัว แต่ในการปฏิบัติหน้าที่สามารถใช้บริการจากเจ้าหน้าที่ของรัฐสภาหรือของพรรคการเมือง
สำหรับสิงคโปร์ ประเทศที่ได้รับการจัดอันดับว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันต่ำที่สุดลำดับที่ 3 ของโลก กฎหมายให้สิทธิสมาชิกรัฐสภาแต่ละคน สามารถจ้างผู้ช่วยและเลขานุการเป็นจำนวนเงินรวม 1,800 ดอลลาร์สิงคโปร์ คิดเป็นประมาณ 44,000 บาทต่อเดือน ในขณะที่ไทย ซึ่งเป็นประเทศที่มีการทุจริตคอร์รัปชันแย่กว่าสิงคโปร์ถึง 104 อันดับ ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินในการจ่ายค่าตอบแทนให้กับผู้ช่วยทำงานเป็นเงินเดือนละ 154,800 บาทต่อสมาชิกรัฐสภา 1 คน สูงกว่าสิงคโปร์ถึง 3.5 เท่า
สวิตเซอร์แลนด์ ประเทศรายได้สูงซึ่งมีการทุจริตคอร์รัปชันต่ำที่สุดลำดับที่ 5 ของโลก มีการกำหนดวงเงินในการจ่ายค่าตอบแทนผู้ช่วยงานปีละประมาณ 1.4 ล้านบาทต่อสมาชิกรัฐสภา 1 คน ซึ่งต่ำกว่าประเทศไทยถึง 6 แสนบาท และน่าสนใจว่า สมาชิกรัฐสภาของสวิตเซอร์แลนด์ส่วนใหญ่ไม่ได้มีผู้ช่วยงานส่วนตัวแต่อย่างใด
ฟินแลนด์และเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมีการทุจริตคอร์รัปชันต่ำที่สุดเป็นลำดับที่ 2 และ 9 ของโลก ตามลำดับ สมาชิกรัฐสภา 1 คนมีผู้ช่วยได้ 1 คน ในขณะที่ออสเตรเลีย แคนาดา และญี่ปุ่น ซึ่งมีการทุจริตคอร์รัปชันต่ำที่สุดเป็นลำดับที่ 10, 15 และ 20 ของโลก สมาชิกรัฐสภา 1 คน จะมีผู้ช่วยจำนวน 3-5 คน
จะเห็นได้ว่า ในประเทศที่มีการทุจริตคอร์รัปชันต่ำจะมีกฎหมายเพื่อจำกัดสิทธิประโยชน์ของสมาชิกรัฐสภา ในขณะที่ประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่ถูกจัดอันดับจากองค์กรระหว่างประเทศว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันในระดับสูงมาก ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารมักออกกฎหมาย/นโยบายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับตนเองและพวกพ้อง เช่น การมีผู้ช่วยงานส่วนตัวจำนวนมาก หรือการปรับเพิ่มอัตราค่าตอบแทนให้กับผู้ช่วยงานของตน โดยมิได้คำนึงถึงสถานะทางการคลังของประเทศ ...๐
อีกประเด็นกำลังร้อนฉ่าในสำนักงานประกันสังคม ทีมประกันสังคมก้าวหน้า นำโดย ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ที่เครือข่ายพรรคส้มเสนอให้แรงงานข้ามชาติมีสิทธิเลือกตั้ง และสมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมได้ หลังเป็นประเด็นถกเถียง บรรดาแกนนำพรรคส้มโดยเฉพาะ “ไอซ์ รักชนก” ปฏิเสธเสียงแข็ง ไม่ใช่นโยบายพรรคประชาชน แต่พบว่า 2 ใน 7 ทีมประกันสังคมก้าวหน้า “ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี” และ “นลัทพร ไกรฤกษ์” คือผู้ร่วมก่อตั้งของพรรคอนาคตใหม่ กับ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ส่วนคนในทีมที่ชูนโยบายให้แรงงานข้ามชาติมีสิทธิเลือกตั้งและสมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมได้ คือ “ธนพร วิจันทร์” ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 32 ของพรรคประชาชน
แนวคิดนี้มีที่มาอย่างไรมิทราบได้ แต่ออกไปในแนวสังคมนิยม รัฐสวัสดิการ คนเท่ากัน บวกกับรัฐไร้พรมแดน ไม่คำนึงถึงปัญหาด้านความมั่นคงที่จะตามมา แม้จะไม่ใช่นโยบายพรรคประชาชน แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า คนของพรรคประชาชนสายแรงงานคิดจะทำเรื่องนี้มานานแล้ว หากพรรคประชาชนชนะเลือกตั้งถล่มทลาย ได้ สส.เกินครึ่งสภา เรื่องนี้ก็อาจกลายเป็นจริง แรงงานต่างด้าวจะเข้ามาร่วมกำหนดทิศทาง “ประกันสังคม” ในไทย ...๐
นายชื่น ประชา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
ไม่แข่งยิ่งแพ้! บรรดา FC สีฟ้า แทบไม่ต้องลุ้นแล้ว แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ที่พรรคประชาธิปัตย์นัดเปิดตัวในวันเสาร์นี้ เผยโฉมล่วงหน้า ในงาน "AI Demo Day : Bangkok Build AI" เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทีแรกฮือฮาหลายคนคิดว่า ปชป. น่าจะส่งหน้าใหม่กิ๊กที่ไม่ใช่นักการเมืองมาลงสนาม เหมือนสมัยที่ส่ง "หล่อเล็ก" อภิรักษ์ โกษะโยธิน นักบริหารที่เชี่ยวชาญด้านการตลาด สามารถเอาชนะใจคนกรุงได้สำเร็จ ชนิดทิ้งห่างคู่แข่งหลายแสนคะแนน ทำให้สปอตไลต์หลายดวงจับจ้องไปที่ "ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา" ที่ปรึกษาฝ่ายบริหาร LINE Plus อดีตซีอีโอ LINE
บันทึกหน้า 4
ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และสร้างความปีติแก่พสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะเกษตรกร เมื่อ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี” เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พุทธศักราช 2569 ณ
บันทึกหน้า 4
ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ถือว่ามีผลบังคับใช้แล้ว รัฐบาลพร้อมเดินหน้าโครงการช่วยเหลือเยียวยา 2 แสนล้านบาท และการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 2 แสนล้านบาทได้เลย
บันทึกหน้า 4
การกลับบ้านจันทร์ส่องหล้าของ ทักษิณ ชินวัตร หลังได้รับการพักโทษและเข้ารับทราบเงื่อนไขคุมประพฤติจากกรมคุมประพฤติ ทำให้บรรยากาศการเมืองกลับมาคึกคักอีกครั้งทันที
บันทึกหน้า 4
11 พฤษภาคม 2569 นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกจำคุกจากคดีโกงบ้านกินเมือง จะได้รับการพักโทษ กลับไปนอนบ้านจันทร์สองหล้า ติดกำไล EM ที่ขา ขอให้สังคมไทยจดจำเป็นบทเรียน นักการเมืองจะยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ตาม หากคดโกงจุดจบคือคุก บางคนกรรมตามทันเป็นติดจรวด บางคนได้ใจเพราะคิดว่า โกงมานานไม่เห็นมีใครทำอะไรได้ ก็โกงต่อเนื่อง จดชื่อใส่บัญชีหนังหมาไว้เลยคนพวกนี้อนาคตมีแต่ทุกข์ ไม่โดนเข้ากับตัวเองก็โดนกับครอบครัว ชีวิตหาความสุขมิได้ ...๐
บันทึกหน้า 4
คิดช้า! พรรคประชาชนเพิ่งเคาะส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ "พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน" หรือชื่อเต็มๆ ว่า ร่างพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.

