บันทึกหน้า 4

เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย

แต่ก็มีนักวิชาการนำเสนอ “รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล” อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งประเด็นว่า ไทยควรมี “ผู้ช่วย สส.” จากเงินภาษีประชาชน…กี่คน?!  

ระเบียบรัฐสภากำหนดให้สมาชิกรัฐสภา 1 คน มีผู้ช่วยงานรวมจำนวน 8 อัตรา ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญประจำตัว 1 อัตรา ผู้ชำนาญการประจำตัว 2 อัตรา และผู้ช่วยดำเนินงาน 5 อัตรา นอกจากนี้ เมื่อต้นปี 2568 ยังมีการแก้ไขระเบียบ เพื่อปรับเพิ่มเงินเดือนผู้ช่วยงานทั้ง 8 อัตรา โดยสมาชิกรัฐสภาจำนวน 1 คน จะใช้เงินงบประมาณแผ่นดินในการมีผู้ช่วยทำงานปีละเกือบ 2 ล้านบาท รวมเป็นเงินเกือบ 1,400 ล้านบาท สำหรับสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด

ประเทศที่ถูกจัดอันดับในปี 2567 โดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสระหว่างประเทศ ว่าเป็นประเทศที่มีการทุจริตคอร์รัปชันต่ำที่สุดในโลก 20 ลำดับแรกประเทศเหล่านี้ต่างมีหลักการที่ชัดเจนว่า “งบประมาณแผ่นดินไม่ใช่เงินส่วนตัว แต่เป็นเงินที่มาจากการจ่ายภาษีอากรของคนทั้งประเทศ” การพิจารณาใช้จ่ายเงินจึงต้องเป็นไปอย่างประหยัด รอบคอบ โปร่งใส และคุ้มค่า ระบบจึงถูกออกแบบมาให้สมาชิกรัฐสภามีสิทธิพิเศษต่ำในทุกมิติ เดนมาร์ก นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ และสวีเดน ประเทศที่ถูกจัดว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันต่ำที่สุดในโลกลำดับที่ 1, 4, 5, และ 8 สมาชิกรัฐสภาไม่มีผู้ช่วยส่วนตัว แต่ในการปฏิบัติหน้าที่สามารถใช้บริการจากเจ้าหน้าที่ของรัฐสภาหรือของพรรคการเมือง             

สำหรับสิงคโปร์ ประเทศที่ได้รับการจัดอันดับว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันต่ำที่สุดลำดับที่ 3 ของโลก กฎหมายให้สิทธิสมาชิกรัฐสภาแต่ละคน สามารถจ้างผู้ช่วยและเลขานุการเป็นจำนวนเงินรวม 1,800 ดอลลาร์สิงคโปร์ คิดเป็นประมาณ 44,000 บาทต่อเดือน ในขณะที่ไทย ซึ่งเป็นประเทศที่มีการทุจริตคอร์รัปชันแย่กว่าสิงคโปร์ถึง 104 อันดับ ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินในการจ่ายค่าตอบแทนให้กับผู้ช่วยทำงานเป็นเงินเดือนละ 154,800 บาทต่อสมาชิกรัฐสภา 1 คน สูงกว่าสิงคโปร์ถึง 3.5 เท่า

สวิตเซอร์แลนด์ ประเทศรายได้สูงซึ่งมีการทุจริตคอร์รัปชันต่ำที่สุดลำดับที่ 5 ของโลก มีการกำหนดวงเงินในการจ่ายค่าตอบแทนผู้ช่วยงานปีละประมาณ 1.4 ล้านบาทต่อสมาชิกรัฐสภา 1 คน ซึ่งต่ำกว่าประเทศไทยถึง 6 แสนบาท และน่าสนใจว่า สมาชิกรัฐสภาของสวิตเซอร์แลนด์ส่วนใหญ่ไม่ได้มีผู้ช่วยงานส่วนตัวแต่อย่างใด

ฟินแลนด์และเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมีการทุจริตคอร์รัปชันต่ำที่สุดเป็นลำดับที่ 2 และ 9 ของโลก ตามลำดับ สมาชิกรัฐสภา 1 คนมีผู้ช่วยได้ 1 คน ในขณะที่ออสเตรเลีย แคนาดา และญี่ปุ่น ซึ่งมีการทุจริตคอร์รัปชันต่ำที่สุดเป็นลำดับที่ 10, 15 และ 20 ของโลก สมาชิกรัฐสภา 1 คน จะมีผู้ช่วยจำนวน 3-5 คน

จะเห็นได้ว่า ในประเทศที่มีการทุจริตคอร์รัปชันต่ำจะมีกฎหมายเพื่อจำกัดสิทธิประโยชน์ของสมาชิกรัฐสภา ในขณะที่ประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่ถูกจัดอันดับจากองค์กรระหว่างประเทศว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันในระดับสูงมาก ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารมักออกกฎหมาย/นโยบายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับตนเองและพวกพ้อง เช่น การมีผู้ช่วยงานส่วนตัวจำนวนมาก หรือการปรับเพิ่มอัตราค่าตอบแทนให้กับผู้ช่วยงานของตน โดยมิได้คำนึงถึงสถานะทางการคลังของประเทศ ...๐

อีกประเด็นกำลังร้อนฉ่าในสำนักงานประกันสังคม ทีมประกันสังคมก้าวหน้า นำโดย ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ที่เครือข่ายพรรคส้มเสนอให้แรงงานข้ามชาติมีสิทธิเลือกตั้ง และสมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมได้ หลังเป็นประเด็นถกเถียง บรรดาแกนนำพรรคส้มโดยเฉพาะ “ไอซ์ รักชนก” ปฏิเสธเสียงแข็ง ไม่ใช่นโยบายพรรคประชาชน แต่พบว่า 2 ใน 7 ทีมประกันสังคมก้าวหน้า “ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี” และ “นลัทพร ไกรฤกษ์” คือผู้ร่วมก่อตั้งของพรรคอนาคตใหม่ กับ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ส่วนคนในทีมที่ชูนโยบายให้แรงงานข้ามชาติมีสิทธิเลือกตั้งและสมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมได้ คือ “ธนพร วิจันทร์” ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 32 ของพรรคประชาชน

แนวคิดนี้มีที่มาอย่างไรมิทราบได้ แต่ออกไปในแนวสังคมนิยม รัฐสวัสดิการ คนเท่ากัน บวกกับรัฐไร้พรมแดน ไม่คำนึงถึงปัญหาด้านความมั่นคงที่จะตามมา แม้จะไม่ใช่นโยบายพรรคประชาชน แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า คนของพรรคประชาชนสายแรงงานคิดจะทำเรื่องนี้มานานแล้ว หากพรรคประชาชนชนะเลือกตั้งถล่มทลาย ได้ สส.เกินครึ่งสภา เรื่องนี้ก็อาจกลายเป็นจริง แรงงานต่างด้าวจะเข้ามาร่วมกำหนดทิศทาง “ประกันสังคม” ในไทย ...๐

 

นายชื่น ประชา

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

"หนังหน้าไฟ" ได้ไปต่อ! หลัง 7 เสือ กกต. ลงมติพิจารณาการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2568 ของ "แสวง บุญมี" เลขาธิการ กกต. ปรากฏว่าเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 โหวตผ่านการประเมิน อยู่ต่อจนครบสัญญาในวันที่ 31 มี.ค.2570

บันทึกหน้า 4

ต้องยอมรับว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นหนึ่งในนายกฯ ที่ถูกสังคมและฝ่ายตรงข้ามจับผิดมากที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ ไม่ว่าจะขยับตัวหรือเอ่ยอ้างเรื่องใด ก็มักมีคนจองกฐินเป็นทิวแถว ซึ่ง ล่าสุดก็คงไม่พ้นเรื่อง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ซึ่งเจ้าตัวพูดถึงเรื่องการควบคุมอาวุธปืน โดยหลังจากเผยแพร่ออกไปทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายแค้น รวมถึงคนอยากมีแสงก็รุมเข้ามายิ่งกว่าแร้งเห็นศพอย่างไรอย่างนั้น ...๐

บันทึกหน้า 4

ช่วงนี้สังคมไทยมี คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญอย่างต่อเนื่อง เป็นข่าวฉาวไปทั่วโลก ล่าสุด นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี หลังก่อเหตุนายฉลอง

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด วิกฤตการณ์ทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นถือเป็นบททดสอบสำคัญของกระทรวงมหาดไทยภายใต้การกำกับดูแลของ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ออกมาประกาศความคืบหน้าในการดำเนินการทางอาญาต่อกลุ่มผู้ทุจริต

บันทึกหน้า 4

เป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ต้องเริ่มต้นด้วยการแสดงความเสียใจและอาลัยจากใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุโศกนาฏกรรมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ...เหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์จบลง แต่คำถามของสังคมยังวนเวียนหลอกหลอน “เราจะทำอย่างไร...ไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก?!?”

บันทึกหน้า 4

ไร้นักการเมืองโกง! ยังเป็นประเด็นคาใจที่ฝ่ายค้านตั้งคำถามทุกวัน ตัดตอนจบแค่บิ๊กข้าราชการ "รังสิมันต์ โรม" รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรรมและสิทธิมนุษยชน