บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง รวมทั้งสำนักโพลต่างๆ มองว่าพลิกล็อก แต่ความจริงแต่ละพรรคก็ทำผลสำรวจภาคสนาม หรือ "ฟิวส์โพล" (Fuse Poll) กันทั้งนั้น โดยเฉพาะหน่วยงานข่าวกรองของตำรวจ ทหาร เป็นโพลที่แม่นที่สุด สำหรับโพลของ ภท.จะได้ สส.เขต 150 สส.บัญชีรายชื่อ 20 รวมแล้ว 170 เกินเป้าประมาณ 20 เสียง ส่วน ปชน.-ด้อมส้ม คุยโวว่าจะได้ 180-200 เสียง

ก็มโนกันไปเอง เป็น จินตนาการหมู่ทางการเมือง ที่ฟังแต่คนรอบข้างที่คิดเหมือนกัน ไม่ได้ฟังเสียงประชาชนในพื้นที่เขมรจะบุกยึดดินแดนชาวบ้านที่อยู่ติดชายแดนไทย-กัมพูชา จะเลือกพรรคที่ด้อยค่าทหารได้อย่างไร ก็ต้องเลือกพรรคที่กล้าสู้รบกับศัตรู ชาวไร่ชาวนาก็ต้องเลือกพรรคที่มีนโยบายช่วยเหลือเกษตรกร แต่ "นักวิชาเกิน" บางคนกล่าวหา ภท.ชนะเพราะ "ธนบัตรนิยม" บางคนคิดว่าเสียงตัวเองมีคุณค่ากว่าเสียงคนอื่น ย้อนแย้งหลักความเชื่อ "คนเท่ากัน" อย่างสิ้นเชิง...0

ทิศทางการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้า ภท. บอกว่า "ยึดหลักคือฟังเสียงประชาชนที่เลือกพรรคภูมิใจไทยเข้ามา รอการยืนยันจำนวน สส.ของแต่ละพรรคเรียบร้อยก่อน เพราะยังต้องคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อด้วย ขอให้นิ่งก่อน"  แต่ล่าสุดมีกระแสข่าวว่า ภท.จะดัดหลัง กธ.ไม่ดึงมาร่วมรัฐบาล เพราะผิดข้อตกลงตอนหาเสียงที่ ภท.หลบให้บางเขต แต่ กธ.ไม่หลบให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในฐานะที่ปรึกษา กธ. กล่าวว่า "กระแสข่าวก็คือกระแสข่าว มันยังไวเกินไปที่จะพูดเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล ถ้าผมเป็นพรรคภูมิใจไทย ตอนนี้จะนั่งตีขิมอยู่ที่บ้าน ไม่จำเป็นจะต้องไปคุยกับพรรคโน้นพรรคนี้ แต่พรรคบางพรรคที่อยากจะร่วมรัฐบาลก็อาจจะพูดมากหน่อย ก็เป็นเรื่องปกติ" ตอนนี้นายอนุทินก็ยังเป็นนายกฯ อยู่แล้ว และมีเสียงท้วมท้นจึงไม่ต้องเร่งรีบ แตกต่างจากเลือกตั้งปี 66 ปชน.ชนะอันดับหนึ่งต้องรีบตั้งรัฐบาลเพื่อไล่รัฐบาลประยุทธ์ออกไป และตามกฎหมายคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีเวลา 60 วันในการประกาศผลเลือกตั้ง นายอนุทินสามารถดึงเกมรอพรรคอื่นวิ่งมาหาแล้วให้ทำตามเงื่อนไขที่ตัวเองกำหนดได้...0   

ที่น่าสนใจ นายอนุทิน กล่าวว่า "เที่ยวนี้ถ้าตั้งรัฐบาลได้ การทำงานไม่ใช่ตรงนี้ นายกฯ จะไม่เซ็น เพราะคนทำงานอยู่คนละพรรค ถ้าคลัสเตอร์เรื่องน้ำต้องทำงานทีมเดียวกันจนถึงนายกฯ คลัสเตอร์เรื่องมั่นคงก็ต้องทีมเดียวกันจนถึงนายกฯ" ซึ่งเป็นแนวทางที่ถูกต้อง ประเทศที่เจริญแล้วก็จัด ครม.ตามกลุ่มคนที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ไม่ใช่ตามโควตาพรรค เช่น กระทรวงเกษตรฯ ก็ดึงคนที่เชี่ยวชาญด้านเกษตรของแต่ละพรรคมาเป็น รมต.แล้วขึ้นตรงกับนายกฯ ส่วนจะดึงพรรคใดร่วมรัฐบาล แกนนำ ภท.คงคิดหลายมิติ พท.เคยทำให้ ภท.เจ็บแค้นไว้เยอะ อาจปล่อยไปเป็นฝ่ายค้านให้เหี่ยวเฉาไปเลย แต่หาก พท.ไปร่วมกับ ปชน.อาจทำให้ ส้ม-แดง กลับมาเข้มแข็งขึ้น จะเป็นอันตรายต่อกลุ่มอนุรักษนิยมได้ ส่วน กธ.มีโอกาสสูง แต่ภาพลักษณ์ของ ธรรมนัส จะเป็นอุปสรรคให้ ภท.ต้องคิดรอบคอบ ขณะ ปชป. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ตั้งเงื่อนไขจะไม่ร่วมกับ กธ. ก็ต้องรักษาสัจจะวาจา สำหรับเก้าอี้ประธานสภาฯ ภท.คงไม่ยกให้นายอภิสิทธิ์ เพราะคุมยาก ต้องให้คนของตัวเองไว้คุมเกมในสภา ทางด้าน พรรคส้ม เป็นฝ่ายค้านอีกยาว รอ ผู้นำจิตวิญญาณ กลับมานำทัพปี 72 สู้กันอีกยก...0    

เกิดข้อสงสัยผลคะแนนในหลายเขตเลือกตั้้ง กกต.โดนทัวร์ลงยับ นายแสวง บุญมี เลขาฯ กกต.หลบหน้าไป ปล่อยให้ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร กับ นายครรชิต เจริญอินทร์ ในฐานะรองเลขาธิการ กกต.แถลงชี้แจง กรณีปัญหาเขต 2 ปทุมธานี นับใหม่แล้วเป็นเรื่องของบัตรเสีย แตกต่างแค่ 1-2 คะแนน ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลง ส่วนเขต 1 ชลบุรี ให้รองเลขาฯ ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จใน 2 วัน แล้วรายงาน กกต.ชุดใหญ่ 7 คน ที่มี นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต.จะพิจารณาว่า "จะงดประกาศผลหรือไม่ สั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่หรือไม่ หรือสั่งนับคะแนนใหม่หรือไม่ เป็นไปตามเงื่อนไข ต้องเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย" งานนี้ กกต.ทั้ง 7 ต้องลงมากำกับด้วยตนเอง อย่ามัวแต่นั่งรอรายงานในห้องแอร์ ก่อนจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวลุกลามไปทั่วประเทศ!...0.

 

แซมซาย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กำลังส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลก หนึ่งในประเด็นที่เริ่มถูกจับตาในประเทศไทยคือ ความเสี่ยงเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงเริ่มออกมาตรการประหยัดพลังงานในภาครัฐ เช่น การให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home (WFH) ลดการเดินทาง รวมถึงชะลอการดูงานต่างประเทศ

บันทึกหน้า 4

เลือกกันไปเรียบร้อยตำแหน่งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร โผไม่พลิก “โสภณ ซารัมย์” จากพรรคภูมิใจไทยนั่งตำแหน่งประธาน เอาชนะ “ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ” จากพรรคประชาชนไปด้วยคะแนน 289 ต่อ 123 คะแนน ที่น่าสนใจคือ มีผู้งดออกเสียงมากถึง 80 เสียง และบัตรเสียอีก 5 ใบ

บันทึกหน้า 4

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาฯ อีกสองคน ก็ชัดเจนลงตัวแล้ว โดยประธานสภาฯ คือ โสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์หลายสมัย สายตรงเนวิน ชิดชอบ

บันทึกหน้า 4

ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พุทธศักราช 2569 แล้วโดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ.2569 เป็นต้นไป ซึ่ง “ศิโรจน์ แพทย์พันธุ์” เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็ระบุว่า

บันทึกหน้า 4

ประชุม ครม.เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ลาป่วย มอบหมายให้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ เป็นประธานแทน ต่อมาเวลา 11.45 น. นายกฯ

บันทึกหน้า 4

การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ใกล้ได้ข้อสรุป หลังการเจรจาพรรคร่วมรัฐบาลคืบหน้าอย่างชัดเจน โดยสูตรรัฐบาลที่มี “พรรคภูมิใจไทย” เป็นแกนนำสามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนได้ 291 เสียง ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาชาติ และพรรคขนาดเล็กบางส่วน