'รบ.หนู' ถึง 'ผบ.ตร.คนใหม่'

ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่เพิ่งผ่านพ้นไป พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ภายใต้การนำของ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท.และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ได้จำนวนเสียง สส.ท่วมท้น เป็นแกนนำจัดตั้ง "รัฐบาล" รวมทั้ง "อนุทิน" น่าจะได้ดำรงตำแหน่ง "นายกรัฐมนตรี" อีกหนึ่งสมัย ทำให้แวดวงสีกากีต่างโฟกัสไปถึงเก้าอี้ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." คนที่ 16 ต่อจาก บิ๊กต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 ก.ย. 2569 โดยคาดว่าจะมีการคัดเลือกในช่วงเดือน ส.ค.นี้ ดูเหมือน "แคนดิเดต" ที่น่าจะเข้าป้าย 

"ผู้นำสีกากีคนใหม่" สปอตไลต์สาดส่องไปเมื่อครั้ง "นายกฯ หนู" มามอบนโยบายโครงการสัมมนาผู้นำหน่วยระดับผู้บัญชาการหรือเทียบเท่า และระดับผู้บังคับการหรือเทียบเท่า ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 แก่ผู้บริหารและข้าราชการตำรวจ 338 นาย เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เล่าถึงความคุ้นเคยกับตำรวจ เพราะเคยมาวิ่งอยู่แถวห้องสำนักงานของ พล.ต.อ.สนอง วัฒนวรางกูร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ ซึ่งเป็นพ่อตา และเคยมานั่งที่สำนักงาน พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ อดีต ผบ.ตร. ก็น่าจะรู้จัก น่าจะคุ้นเคยกับตำรวจสำนักงานเป็นอย่างดี แบบนี้ดูท่าถึงช่วงเวลาแต่งตั้ง โผน่าจะไม่พลิก น่าจะไม่ผิดไปจากลูกน้องเก่า ผบ.สันต์แน่ๆ ๐

น่าจะเป็นอีกหนึ่งเคสที่ต้องถอดบทเรียน แม้ พล.ต.ต.อาชาน จันทร์ศิริ รอง ผบช.ภ.9 จะออกมาบอกคดีที่ สภ.ทุ่งลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา คนร้ายนำอาวุธปืนของตำรวจบุกเข้าไปจับนักเรียนเป็นตัวประกันและยิง ผอ.โรงเรียนจนเสียชีวิต มาจากขณะตำรวจ 2 นายไประงับเหตุผู้ก่อเหตุอยู่ในอาการคลุ้มคลั่งที่บ้านพัก ใช้ไม้ง่ามเข้าประชิดตัว แต่ถูกมีดไล่ฟันเคราะห์ดีที่ติดเสื้อเกราะ และขณะถอยร่อนมาที่รถสายตรวจเพื่อหยิบปืนไฟฟ้า แต่ถูกผู้ก่อเหตุตามมาทำร้ายจึงต้องกระโดดหลบหนี จากนั้นผู้ก่อเหตุก็เข้าไปชิงปืนไปก่อเหตุสลดที่โรงเรียน นั้นเป็นเหตุสุดวิสัย แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นก็ต้องนำมาทบทวน เหมือนที่ ผบ.ต่ายบอกต้องนำข้อเท็จจริงมาถอดบทเรียน เน้นย้ำปรับการฝึกยุทธวิธีให้เข้มข้นและรัดกุมยิ่งขึ้น รวมทั้งอีกส่วน พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีตำรวจถูกชิงปืนว่าเป็นความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ หรือเป็นเหตุสุดวิสัยจากสถานการณ์หน้างานที่บีบคั้น  ก็ต้องเร่งดำเนินการ เพื่อให้สังคมรับรู้ข้อเท็จจริงอย่าให้คลุมเครือ ไม่เช่นนั้นจะมีคำถามต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจอีก

เมื่อทำผิดทำพลาดก็ต้องสอบหาข้อเท็จจริง ถ้าทำดีก็ย่อมต้องชื่นชม ในงานวันสถาปนากองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ครบรอบ 85 ปี บิ๊กต่อ-พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. มอบรางวัลเชิดชูเกียรติตำรวจที่มีผลงานโดดเด่นประจำปี 2568 ตอกย้ำความเป็นตำรวจมืออาชีพ แบ่งเป็นรางวัลสาขา​ด้านอำนวยการดีเด่น .ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.สทล.4 กก.2 บก.ทล., .ต.ท.ทัตพงศ์ เทพไชย สว.สน.เรือ 4 กก.4 บก.ปน. และเจ้าหน้าที่ระดับรองสารวัตรถึงชั้นประทวนรวม 6 นาย ด้านจิตอาสาดีเด่น .ต.ท.ศุภเสริฐ ภู่ประเสริฐ รอง ผกก.ฝอ.4 บก.อก.บช.ก. และ .ต.ท.สมชาย ปรักมาส สว.ฝอ.บก.ปปป. ​ด้านสอบสวนดีเด่น อาทิ .ต.อ.ภูมิพัฒน์ นามพุทธา ผกก.(สอบสวน) บก.ป. และ .ต.อ.ปริญญา ปาละ  ผกก.(สอบสวน) บก.ปคบ. ​ด้านสืบสวนปราบปรามดีเด่น อาทิ .ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล., พ.ต.อ.ภานุภัท กิตติพันธ์ ผกก.1 บก.ปอท. และ .ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป. ​ด้านพัฒนางานสืบสวนและประชาสัมพันธ์ .ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ รอง ผบก.ป.,ด้านสื่อสารองค์กร .ต.ต.หญิง กนกวรรณ รามด้วง สว.กก.2 บก.ปอท. และด้านคดียอดเยี่ยมแห่งปี มี 3 นายตำรวจได้รับ คือ .ต.อ.วนัสชัย ยิ่งยงสมสวัสดิ์ ผกก.2 บก.ปปป., พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป. และ .ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป. ๐

สำหรับความเป็นไปของกองทัพในช่วงนี้ ยังคงเน้นหนักไปที่การเตรียมความพร้อมของหน่วยในพื้นที่ และในส่วนของกองทัพในภาพรวม หลังจากจบภารกิจในการสู้รบตามแนวชายแดนในยกที่สอง และเมื่อดูจากความต่อเนื่องของรัฐบาลที่จะเข้ามา และการยืนยันของ "นายกฯ อนุทิน" ในการสนับสนุนเหล่าทัพเพื่อเพิ่มเติมศักยภาพด้านยุทโธปกรณ์ และการเดินหน้าเพื่อสร้างรั้วชายแดน ก็เชื่อว่าความมุ่งหมายด้งกล่าวจะเกิดผลเป็นรูปธรรม โดยมีความเป็นไปได้สูงที่ นายกฯ จะควบตำแหน่ง รมว.กลาโหม โดยอาจจะมี รมช. เข้ามาทำหน้าที่ ซึ่งก็มีทั้งชื่อ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ,  พล.ร.อ.สุวิน แจ้งยอดสุข หรือแม้กระทั่งมีข่าวว่าชื่อ พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ก็ติดโผนี้อยู่เหมือนกัน แต่หากโควตา รมต.ไม่พอ ก็อาจจะวางตัวนายทหารที่ไว้ใจนั่งเป็นเลขานุการ รมว.กลาโหม ที่สำคัญคือ ยุทธศาสตร์ของรัฐบาลต่อจากนี้ น่าจะเดินหน้าเต็มสูบด้วยกลไกของกระทรวงการต่างประเทศที่ต้องปลดล็อกเรื่องใหญ่ๆ หลังจากที่เรากำลังจะยกเลิก MOU 44 ปมประเด็นระหว่างไทยกับกัมพูชา จึงยังเป็นไฮไลต์ในปีนี้ที่ต้องกลับไปใช้กลไกทวิภาคีในการเจรจา โดยมีเรื่องของการใช้กำลังทหารเป็นทางเลือกสุดท้าย

โดยระหว่างที่ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ไปเยี่ยมอาการของพลทหารปริวัตร์ มีมานะ กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุเหยียบทุ่นระเบิดในพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 69  และนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลสุรินทร์ อ.เมืองสุรินทร์ โดยให้กำลังใจแก่ผู้บาดเจ็บและครอบครัว พร้อมยืนยันว่ากองทัพบกจะดูแลช่วยเหลือให้สามารถกลับมาดำรงชีวิตประจำวันได้ตามปกติอย่างดีที่สุด ขณะเดียวกันก็เน้นย้ำกำลังพลในพื้นที่ ทบทวนและปฏิบัติตามแผนยุทธการอย่างเคร่งครัด คงการเตรียมกำลังให้มีความพร้อมอยู่เสมอ ควบคู่กับการยกระดับมาตรการความปลอดภัย และเพิ่มความรอบคอบในการปฏิบัติภารกิจ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของกำลังพล  จากนั้นลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกำลังพล ที่ปฏิบัติราชการสนามบริเวณชายแดนในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และกองกำลังสุรนารี รวมถึงหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) พร้อม พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์  คัมภีระ  ผู้ช่วย ผบ.ทบ. และ พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ต่อด้วย

ทางด้านกองทัพอากาศ พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ เยี่ยมชมการทดสอบระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม (SATCOM) กับอากาศยานไร้คนขับแบบ SIKAN ซึ่งเป็นผลงานการวิจัยและพัฒนาโดยศูนย์วิจัยพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีการบินและอวกาศกองทัพอากาศ (ศวอ.ทอ.) ร่วมกับ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ที่สนามบินเล็กกองทัพอากาศ (ทุ่งสีกัน) โดยมี พล.อ.ท.ชเนนทร์ สุขวารี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีการบินและอวกาศกองทัพอากาศ พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา บรรยายสรุปถึงทิศทางการบูรณาการขีดความสามารถทั้ง 3 มิติ คือมิติทางอากาศ (Air Domain) มิติไซเบอร์ (Cyber Domain) และมิติอวกาศ (Space Domain) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้อากาศยานไร้คนขับ (UAV) โดยใช้ช่องทางการสื่อสารที่มีการเข้ารหัส (Encryption) ผ่านดาวเทียมไทยคม 4 (Thaicom 4) ทำให้ก้าวข้ามขีดจำกัดด้านระยะทางของการส่งสัญญาณแบบ Line-of-Sight (LOS) สามารถควบคุมและสั่งการอากาศยานไร้คนขับได้จากระยะไกลและครอบคลุมพื้นที่ปฏิบัติการทั้งหมด ถือเป็นการเพิ่มขีดความสามารถการปฏิบัติของ ทอ.ไปอีกระดับหนึ่ง

ส่วนกองทัพเรือ พล.ร.อ.ไพโรจน์  เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ นั่งหัวโต๊ะประชุมการฝึกการวางแผนทางทหาร ในการฝึกกองทัพเรือประจำปี 2569 โดย ผบ.ทร. ได้ทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการทหารเรือของการฝึก เพื่อร่วมวางแผนการฝึกเผชิญสถานการณ์วิกฤต (CAP) และจัดทำคำสั่งยุทธการรองรับแผนป้องกันชายแดน เพื่อให้สามารถนำไปใช้ในสถานการณ์ได้จริง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกตามกระบวนการวางแผนทางทหาร พร้อมมอบนโยบาย กรอบแนวความคิดในการปฏิบัติเบื้องต้นเพื่อให้หน่วยต่างๆ นำไปวางแผนปฏิบัติการในขั้นพัฒนาแผนเพิ่มเติมต่อไป โดย กองทัพเรือเน้นย้ำเรื่องทำการฝึกให้เสมือนการรบจริง เมื่อรบจริงต้องชนะ โดยทำการฝึกการวางแผนทางทหาร การจัดทำคำสั่งยุทธการ โดยใช้แนวความคิดการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุ รวมทั้งแนวทางการใช้กำลังของ ทร. การอำนวยการยุทธ์ การทดสอบความพร้อมของกำลังรบ ทำการฝึกปฏิบัติการตามสาขาต่าง ๆ ตามรูปแบบและการปฏิบัติการนอกแบบ เพื่อให้สามารถนำไปใช้ในสถานการณ์จริงได้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เจเนอเรชันที่โง่ที่สุดในประวัติศาสตร์!!!

เมื่อไม่กี่วันมานี้...มี ข่าวต่างประเทศ อยู่ชิ้นหนึ่ง ที่แม้จะไม่ได้ดังระเบิดระเบ้อ ได้รับความสนใจเหมือนข่าวอื่นๆ แต่ต้องถือเป็นเรื่องที่น่าคิด น่าสะกิดใจ เอามากๆ นั่นคือเรื่องของ อดีตครู ชาวอเมริกันที่ผันตัวเองไปเป็นนักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ด้านประสาทวิทยา ผู้มีนามว่า Dr. Jared Coomey Horvath

คาดผลดาวโทษทุกข์เดินในราศีมีนต่อคนทุกลัคนาราศี (ตอนที่2)

มาต่อกันกับคำทำนายที่ผู้เขียนสกัดออกมาจากคำทำนายรายปีที่ทำไปก่อนหน้านี้ เพื่อบอกผลจากการที่พระเสาร์จร (7) หัวหน้าดาวร้าย ตั

'การเลือกตั้ง'กับภาวะ'จิตวิปลาสหมู่'!!!

อาทิตย์นี้ 8 กุมภา.ตรงกับวัน เลือกตั้ง พอดิบพอดี ดังนั้น...การจะไป ด่าใคร-เชียร์ใคร หรือชี้แนะ ชี้นำ ให้ไปเลือกพรรคไหน-ไม่เลือกพรรคไหน จึงไม่น่าจะเหมาะกับกาละ-เทศะไปด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งปวง

วัดใจ Gen Z ในรั้วทหาร

ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จะออกหัวหรือก้อย นับถอยหลังไม่กี่ชั่วโมงก็จะได้รู้กัน แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังการเลือกตั้ง ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ "ตำรวจ"

คาดผลดาวโทษทุกข์เดินในราศีมีนต่อคนทุกลัคนาราศี(ตอนที่1)

ก่อนอื่นผู้เขียนต้องขออภัย ดร.ทักษิณ ชินวัตร และแฟนประจำทุกท่าน ที่บทความตอนที่แล้วเกิดอาการ หลงปี เสียเพลิน แม้จะได้แก้ไขไปแล้วก็ตาม

โลกและประเทศไทย...บ้าก็บ้าวะ!!!

เห็นว่า... ราคาทอง ช่วงนี้ ปาเข้าไปถึงเจ็ดหมื่น-แปดหมื่นต่อทองคำน้ำหนัก 1 บาทไปแล้วถึงขั้นนั้น หรือถ้าว่ากันตามราคาตลาดโลก พุ่งขึ้นไปถึง 5,100-5,300 ดอลลาร์ต่อทองคำ 1 ออนซ์