
ไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกเพิ่งเรียนรู้บทเรียนสำคัญข้อหนึ่งพร้อมกัน ว่าประเทศอาจไม่ได้พังจากระเบิด แต่พังจาก “ข้อมูล” ก็ได้ ตั้งแต่การแฮ็กหน่วยงานรัฐในยุโรปตะวันออกช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน การเจาะระบบโครงสร้างพื้นฐานในสหรัฐ ไปจนถึงกรณีข้อมูลราชการหลุดของหลายประเทศในเอเชีย สิ่งที่เหมือนกันคือ เป้าหมายไม่ใช่เงิน แต่คือความเชื่อมั่นของรัฐ
ซึ่งในโลกยุคปี 2026 ที่ "ข้อมูล" มีค่าดั่งทองคำและมีความอันตรายดั่งอาวุธ การที่ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) จับมือกับ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) ประกาศใช้มาตรฐาน มสขช. 01-2569 ไม่ใช่เพียงการปรับปรุงระเบียบงานสารบรรณทั่วไป แต่คือการขยับตัวครั้งสำคัญของไทยเพื่อรับมือกับสงครามข้อมูลที่กำลังระอุไปทั่วโลก
ในอนาคตยุคใหม่ หากไม่มีการปรับตัวอาจจะทำให้เกิดสงครามที่ทำให้รัฐตัดสินใจผิด ประชาชนสับสน และความมั่นคงถูกสั่นคลอนโดยที่ไม่ต้องยิงกระสุนแม้แต่นัดเดียว หากเราย้อนมองเหตุการณ์ระดับโลกในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าภัยคุกคามไม่ได้มาในรูปแบบของการจารกรรมทางกายภาพเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการโจมตีแบบ Hybrid Warfare ทั้ง Cyber Espionage กรณีการเจาะระบบฐานข้อมูลหน่วยงานรัฐในหลายประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อขโมยพิมพ์เขียวโครงสร้างพื้นฐานหรือข้อมูลพลเมือง
Data Leakage ข่าวการรั่วไหลของข้อมูลลับทางการทูตและแผนความมั่นคงในยุโรป ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นระหว่างประเทศ และ Deepfake & Social Engineering การใช้ AI ปลอมแปลงตัวตนบุคลากรระดับสูงเพื่อเข้าถึงระบบภายใน ซึ่งเป็นภัยที่มาตรฐานความปลอดภัยแบบเดิมรับมือได้ยาก ซึ่งมาตรฐาน มสขช. 01-2569 ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาไซเบอร์เพียงอย่างเดียว แต่มองความมั่นคงแบบ 360 องศา โดยเป็นการนำความเชี่ยวชาญด้าน "มาตรฐานระบบ" มาบวกกับ "สัญชาตญาณการข่าว" เพื่อปิดช่องโหว่เหล่านั้น
จุดที่น่าสนใจที่สุดของมาตรฐาน มสขช. 01-2569 คือความครอบคลุมที่มองความมั่นคง เป็นองค์รวม ซึ่งสามารถวิเคราะห์เชื่อมโยงกับสถานการณ์จริงได้ดังนี้ 1.คัดกรองบุคลากร ในยุคที่ "คนใน" คือความเสี่ยงสูงสุด การตรวจสอบประวัติและการสร้างจิตสำนึกด้านความมั่นคงคือด่านแรกที่สำคัญที่สุด 2.การจัดการข้อมูลลับและไซเบอร์ การเชื่อมโยงมิติที่ 2 และ 3 เข้าด้วยกัน สะท้อนถึงการปรับตัวเข้าสู่ยุค Digital Transformation ที่ข้อมูลลับไม่ได้อยู่แค่ในกระดาษ แต่อยู่บน Cloud และระบบเครือข่าย 3.การควบคุมสถานที่และจุดยุทธศาสตร์ แม้โลกจะก้าวสู่ดิจิทัล แต่การเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์หรือห้องควบคุมทางกายภาพ ยังคงเป็นช่องโหว่ที่แฮ็กเกอร์ทั่วโลกนิยมใช้
- 4. มาตรฐานการประชุมลับ ท่ามกลางเทคโนโลยีการดักฟังที่ล้ำสมัย (เช่น เลเซอร์ตรวจจับการสั่นสะเทือนของกระจก) การมีมาตรฐานห้องประชุมที่ป้องกันการรั่วไหลจึงเป็นเรื่องวิกฤต 5. กลไกการตอบโต้ เมื่อเกิดเหตุ "ต้องระงับให้ไว" ลดความเสียหายต่อความมั่นคงชาติและภาพลักษณ์บนเวทีโลก และ 6.แนวปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุละเมิดความปลอดภัย เพื่อระงับเหตุได้อย่างรวดเร็วในยุคที่สงครามข้อมูล และภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ทวีความรุนแรงเป็นอย่างมาก มาตรฐาน มสขช. 01-2569 จะเปรียบเสมือนการ"สร้างเกราะป้องกัน" ให้กับหน่วยงานรัฐฝ่ายพลเรือนไทย ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลที่มีความเข้มข้นในแง่ของกฎหมายความมั่นคงภายในประเทศ
การที่ สมอ. เข้ามาสนับสนุนให้ สขช. เป็นหน่วยรับรองตามมาตรฐานสากล ถือเป็นการยกระดับ Soft Power ด้านความมั่นคงของไทย ความน่าเชื่อถือที่ตรวจสอบได้ คือหัวใจหลัก เพราะหากหน่วยงานรัฐไทยได้รับใบรับรองที่ผ่านการตรวจสอบโดยหน่วยงานข่าวกรองที่มีมาตรฐานสากลรองรับ จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับพันธมิตรต่างชาติในการแลกเปลี่ยนข้อมูลสำคัญ รวมถึงการลงทุนในโครงการยุทธศาสตร์ต่างๆ
เท่ากับการประกาศใช้ มสขช. 01-2569 คือก้าวสำคัญที่เปลี่ยนบทบาทของหน่วยงานรัฐจาก "ฝ่ายรับ" ที่คอยแก้ปัญหาเมื่อข้อมูลรั่ว มาเป็น "ฝ่ายรุก" ที่สร้างระบบป้องกันเชิงรุก อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่แท้จริงหลังจากนี้คือ "การนำไปปฏิบัติจริง" ในหน่วยงานส่วนภูมิภาคที่อาจมีทรัพยากรจำกัด
ก้าวต่อไปที่น่าจับตาคือ การบูรณาการมาตรฐานนี้เข้ากับเทคโนโลยีเกิดใหม่ เช่น บล็อกเชน เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล และการใช้ AI เพื่อตรวจสอบการทำงานให้เป็นไปตามมาตรฐาน มสขช. ตลอด 24 ชั่วโมง.
ณัฐวัฒน์ หาญกล้า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ลุยบูสต์ตลาดนทท.จีนเต็มสูบ
จากวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ที่สงขลา ทำให้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าฟื้นฟูและกระตุ้นการท่องเที่ยวในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลังภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568
ฝากการบ้านรัฐบาล
โฉมหน้าของรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีมีผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุน พร้อมกันนี้อยากเห็นการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อให้การบริหารประเทศและการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง
เปิดเทรนด์และนิยาม‘การท่องเที่ยว’ปี69
การเดินทางเป็นเรื่องเฉพาะตัวมาโดยตลอด ทว่าในปี 2569 การเดินทางจะเปลี่ยนไปจากแผนการเดินทางเดียวที่เข้ากับผู้ร่วมทริปทุกคนให้เป็นแผนการเดินทางที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น
ถึงเวลาพลิกฟื้น‘เอสเอ็มอี’
ท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจที่เปราะบาง เศรษฐกิจไทยในปี 2569 ถูกประเมินว่าจะเติบโตเพียง 1.8% สะท้อนการชะลอตัวที่ชัดเจนและต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม ASEAN-6 โดยเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่อัตราการเติบโตอาจต่ำกว่า 2%
ญี่ปุ่นไม่ถอยชูไทยฐานหลักในอาเซียน
ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังผันผวน ทั้งจากสงครามการค้า นโยบายประเทศมหาอำนาจ และความไม่แน่นอนรอบด้าน การตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนต่างชาติถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า “ประเทศไหนยังน่าเชื่อถือ”
‘LISA Effect’บูมท่องเที่ยวไทย
ปัจจุบัน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ ท่ามกลางพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ควบคู่กับแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์

