ดนตรี..ช่วย(ซ่อม)สมองพัง?

 “แก้วตาหันมาฟังพี่จะบอก

เจ้าจงตั้งใจฟังไว้ให้ดี ความลับที่เจ้าเปิดเผยมานี้ สเปกเตอร์ซี ชั้นสี่ ที่เจ้าชี้ทาง

ไอโอพรรคส้มนิสัยหัวหมอ

จงแฉต่อราวีไม่มีจืดจาง วอนน้องอย่าให้พี่ต้องผิดหวัง ความแค้นอย่าได้ปล่อยวาง พี่ขอสั่งนาง แก้วตา

ตำแหน่งนี้อย่าให้ใครมาถอด

ไฟแค้นนี้อย่าให้ใครมาดับ พอตนี้มีส้มกี่คนที่สูบ คมนี้อย่าให้ใครลูบคลำ

แก้วตาเจ้าอย่าลืมที่พี่สั่ง

ความถูกหักหลังของเจ้าจงเฝ้าจดจำ อีน้ำแข็งอีแก่ที่เจ้าเอ่ยคำ จงซัดให้คว่ำจดจำอย่าได้ปล่อยวาง”

เนี่ย..แปลงเนื้อเพลงมาจากเพลงสั่งนาง (ต้นฉบับ) โดย “เพลงผ้า ปรพากย์” ที่ย้ำว่าไม่ได้เพื่อการค้า-ธุรกิจ แต่เพื่อความบันเทิงเท่านั้น!

ซึ่งผมก็เห็นว่าเป็น “ความบันเทิง” จริงๆ ด้วยเนื้อหาสนุกสนานดี ก็เลยขออนุญาตนำมาให้ผู้อ่านได้ฟัง เอ๊ยฮัมเผื่อจะได้เพลิดเพลิน ผ่อนคลายในท่ามกลางความเครียดมากมาย..

 ทั้งเรื่องบาร์โค้ด ทั้งเรื่องเลเซอร์โค้ดหลังบัตรประชนชน ทั้งเรื่องพรรคกล้าธรรมจะได้-ไม่ได้ร่วมรัฐบาล!

ยังดีที่มีข่าว คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เปิดตัวเป็นแฟนกับคุณก้อย-อรัชพร โภคินภากร เข้ามาแทรกให้พอได้ชุ่มชื้นหัวใจ หรือจะมีใคร “ใจแตกสลาย” ก็ให้รีบเยียวยา-ซ่อมซะ!

เออ..แล้วนี่ “คุณแก้วตา” จะรับมือไหวไหม? มีคนแสดงความเป็นห่วง-เป็นใยปรารภกับผม ซึ่งก็ได้บอกไปว่า “อย่าห่วงไปเลย” ให้คิดเสียว่าเป็นเรื่องภายในพรรคส้มเค้า..

ยิ่งแฉ ยิ่งขุด ยิ่งคุ้ย ยิ่งสาวไส้กันมากเท่าไหร่ ประโยชน์ก็จะเกิดกับสังคม-ประชาชนมากเท่านั้น..นั่งบนภูดูหมีกัดกันให้สบายใจเถิด ศึกนี้ไม่จบง่ายหรอก!

อ้อ..ส่วนนั่นใครจะไปคิดว่าได้ประโยชน์ ก็ที่ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ศาสตราจารย์เชี่ยวชาญทางอายุรกรรมและสมองฯ โพสต์..

“สมองพัง...ดนตรีช่วยท่านได้” ไงล่ะ!..เห็นปุ๊บผมงี้รีบอ่านปั๊บ คุณหมอวีระวัฒน์อธิบายต่ออย่างนี้ครับ (ข้อคัดบางช่วงตอนเพื่อความเหมาะสมกับเนื้อที่)..

“การเกิดสุนทรียภาพทางดนตรีรวมถึงอารมณ์ร่วมในขณะฟังดนตรีนั้น เป็นผลมาจากการที่ผู้ฟังสามารถรับรู้ได้ถึงบริบทของดนตรีที่ตนกำลังฟังอยู่  

เป็นที่ยอมรับกันแล้วว่า การฝึกซ้อมดนตรีในระยะยาว รวมถึงการเรียนรู้ทักษะ และการสร้างสรรค์งานดนตรีมีผลอย่างยิ่ง

ในการส่งเสริมศักยภาพของสมอง (Music and the brain สถาบันนิวยอร์ก อคาเดมีออฟไซแอนซ์) อาศัยการประสานกันของสมองส่วนต่างๆ นอกเหนือจากที่เกี่ยวกับการฟัง การเคลื่อนไหว 

ดนตรียังช่วยฟื้นฟูและเสริมสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่นและผู้ฟังในลักษณะเหมือนเช่น การให้ความสุข สนุกเบิกบานเป็นการตอบแทนซึ่งกันและกัน

การรักษาตามปกติร่วมกับการบำบัดด้วยดนตรี ไม่ได้เป็นเพียงแต่ช่วยให้เป็นกิจกรรมที่สนุกสนานสำหรับผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังมีผลเพิ่มประสิทธิภาพในการฟื้นฟูอีกด้วย

กลไกทางประสาทวิทยาศาสตร์ เริ่มตั้งแต่การมีจินตนาการทางดนตรี ขณะที่กำลังฟังดนตรีนั้นนอกจากสมองที่เกี่ยวกับการได้ยินแล้ว

 ยังมีสมองที่ก่อให้เกิดจินตภาพว่ากำลังร้องหรือเล่นเครื่องดนตรีนั้นๆ ควบคู่ไปด้วย (perception-action mediation)” 

ครับ..อ่านแล้วก็อยากนำความไปบอกกับคุณเด๋อ ดอกสะเดา ให้ฟังเสียงดนตรีให้มากๆ หรือหากขยับเล่นดนตรีได้ยิ่งดีโดยเฉพาะ “เปียโน” ด้วย คุณหมอธีระวัฒน์บอกว่า..

“การเรียนเปียโนช่วยผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ด้านการเคลื่อนไหวที่ต้องอาศัยทักษะอย่างละเอียด

การเรียนเปียโนภายในระยะเวลาเพียง 3 สัปดาห์สามารถเหนี่ยวนำให้เกิดการทำงานอย่างมีทักษะของนิ้วมือโดยผ่านการกระตุ้น ทางการฟังและการได้ยิน”

เนี่ย..สั่งนาง เอ๊ย สั่ง ดร.เป็ด เชิญยิ้ม รีบซื้อเปียโนให้พี่เด๋อ.. บัดนาว!.

 

สันต์ สะตอแมน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยุติธรรมแต่ไม่ตรงใจ

ดูเหมือนไม่ได้ดั่งใจนักวิชาการ (บางคน) กับสื่อ (บางสำนัก) เลยสักอย่าง! ผมหมายถึงรัฐบาล-ครม.ชุดใหม่ที่ยังไม่ได้เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณน่ะ โดยเฉพาะโฉมหน้า “รัฐมนตรี” (บางส่วน) ก็ถูกมองว่าเป็น “รัฐมนตรีลูกเทพ” ที่ไม่มีความรู้ ความสามารถ..

ผู้คุมใบอนุญาตที่ 2?

ขึ้นต้น (โพสต์).. “พิมพ์ด้วยความหงุดหงิด โมโห โกรธ หดหู่และสังเวชในอนาคต”! พอได้ระบายอารมณ์ไปสักแป๊บ คุณไอซ์-รักชนก ศรีนอก ก็บอกให้.. “ทุกคนตั้งสตินะคะ เรากำลังจะเสียบุคลากรคุณภาพจำนวนมากไป

วิกฤตโลกใกล้แล้ว!

จำขี้ปากเขามา.. ทำหนัง..ถ้าโดนใจคนดูก็เหมือนนั่งพิมพ์แบงก์ กลับกันทำแล้วไม่มีคนดู ก็เหมือนนั่งเผาเงินทิ้ง!

ฐานันดร4ตายแล้ว?

 “จริงๆ สิ่งที่พวกเราทำได้คือการประท้วงด้วยการไม่เข้าใช้บริการปั๊ม PT และร้านกาแฟพันธุ์ไทย อย่างน้อยๆ ถ้าประชาชนไม่ทำอะไร ประชาชนก็น่าจะส่งสัญญาณได้ว่าผลประโยชน์ทับซ้อนแบบนี้ไม่โอเค..”

กระบอกเสียง..อาสา!

“#อินฟลูฯ คือ ผู้มีอิทธิพล คำถามคือมีอิทธิพลกับใคร ถ้าเป็นดาราแล้วมีอิทธิพลกับคนดู อันนี้เข้าใจได้ แล้วถ้าเป็นครูแล้วมีอิทธิพลกับเด็กนักเรียน แบบนี้เป็นอินฟลูฯ ไหม

สังคมของวาทกรรม

ไม่รู้จะทำได้กันสักกี่มื้อ? ผมหมายถึงการหิ้วปิ่นโตก็ดี การจัดอาหารแบบบุฟเฟต์ก็ดี การซื้อ (ข้าว) กินเองก็ดีของบรรดาท่าน สส.ผู้ทรงเกียรติที่รัฐสภานั่นแหละ