บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด สถานการณ์การเมืองหลังเลือกตั้งยังร้อนแรงไม่คลาย เมื่อพรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของอนุทิน ชาญวีรกูล คว้า 192 เสียง ทิ้งห่างทุกพรรค และก้าวขึ้นเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอย่างเต็มตัว สมการตัวเลขเบื้องต้นรวมพรรคเล็กเกิน 290 เสียง เพียงพอโหวตนายกรัฐมนตรี และเดินหน้า “อนุทิน 2” ได้ไม่ยาก เหลือเพียงจังหวะประกาศความชัดเจนในการประชุมใหญ่ 8 มีนาคม ที่บุรีรัมย์

แม้โครงสร้าง ครม.ส่วนใหญ่จะเป็นหน้าเดิมในสัดส่วนของภูมิใจไทย แต่ยังมีหลายกระทรวงหลักที่ฝุ่นตลบ ได้แก่ พลังงาน อุตสาหกรรม และยุติธรรม ซึ่งถือเป็นหัวใจเชิงยุทธศาสตร์ทั้งด้านเศรษฐกิจและอำนาจรัฐ

กระทรวงอุตสาหกรรมกลายเป็นจุดโฟกัส เมื่อชื่อของ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ถูกพูดถึงอย่างหนัก แต่กลับมีแรงสะท้อนจากบางกลุ่มที่เสียผลประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม ขณะที่ วราวุธ ศิลปอาชา ซึ่งเพิ่งขยับหมากทางการเมือง ก็ยังไม่มีเก้าอี้ชัดเจน ความเป็นไปได้จึงเหลือระหว่างใครจะได้อุตสาหกรรมหรือพลังงาน หรือจะขยับไปนั่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ เพื่อประคองสมดุลภายใน

ขณะที่กระทรวงยุติธรรมยิ่งเงียบยิ่งน่าจับตา มีข่าวสะพัดว่าอาจดึงคนนอกเข้ามาคุม หรืออาจเป็นคนเดิมที่ทำงานเข้าเป้า โดยเฉพาะบทบาทในการปราบทุนเทา จนศาลแพ่งสั่งอายัดทรัพย์เครือข่ายกว่าหมื่นล้านบาท บทบาทยุติธรรมยุคนี้จึงต้องรับมือโจทย์อ่อนไหวหลายด้าน ทั้งการเมืองและคดีความ

ชื่อที่มาแรงแบบไม่ต้องปั่นกระแสกลับเป็น สุขสมรวย วันทนียกุล หรือ เจ๊รวย สส.อำนาจเจริญ 2 สมัย อดีตเลขานุการรัฐมนตรีคมนาคม ที่ผู้ใหญ่ในพรรคไว้วางใจในสไตล์ “งานยาก งานชน ทำได้หมด” ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอทำงานเงียบ แต่ผลงานชัด เป็นสายลุยที่ไม่เกี่ยงบทบาท

ในจังหวะที่ภูมิใจไทยต้องการภาพ ทีมทำงานมืออาชีพ มากกว่านักการเมืองสายวาทกรรม ชื่อของ เจ๊รวย จึงตอบโจทย์ หากได้เก้าอี้รัฐมนตรีจริง ย่อมเป็นรางวัลของคนทำงาน และเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลใหม่จะเน้นประสิทธิภาพมากกว่าดีลการเมืองและตัวเลข สส. ล้วนๆ หลายคนในสีน้ำเงินยอมรับตรงกันว่า เธอเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ “เอาไปวางตรงไหนก็เดินได้”

หันมาที่พรรคเพื่อไทย ซึ่งแม้เสียงลดเหลือ 75 แต่ยังเป็นพรรคร่วมหลัก ได้โควตา 4–5 กระทรวงสำคัญ ทั้งเกษตรฯ อว. ศึกษาธิการ พม. หรือแรงงาน เพื่อรักษาฐานอำนาจรัฐและขับเคลื่อนนโยบายต่อเนื่อง สัญญาณจากฝั่งสีน้ำเงินจึงเหมือนบอกว่า “ดีลจบแล้ว” เหลือเพียงพิธีกรรมทางการเมือง

จุดอ่อนไหวของเพื่อไทยอยู่ที่แรงกดดันรอบด้าน โดยเฉพาะสถานการณ์ของ ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งยังมีคดีและกระบวนการพิจารณาหลายเรื่อง รวมถึงคดีของแพทองธาร ชินวัตร ที่อยู่ในชั้นตรวจสอบขององค์กรอิสระ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้พื้นที่ต่อรองของพรรคไม่สูงนัก

คำสัมภาษณ์ของแพทองธารที่ระบุว่าบิดา “น่าจะวางมือ” จึงถูกอ่านเป็นสัญญาณลดแรงกระเพื่อม เพื่อไม่ให้กระทบจังหวะจัดตั้งรัฐบาล ในเกมที่ภูมิใจไทยถือไพ่เหนือกว่า การถอยหนึ่งก้าวอาจเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าเผชิญหน้า

อีกด้านหนึ่ง พรรคกล้าธรรม 58 เสียง กลับอยู่ในภาวะก้ำกึ่ง แม้ตัวเลขไม่น้อย แต่ปัญหาฐานเสียงทับซ้อนและแรงกระเพื่อมช่วงเลือกตั้ง ทำให้ยังไม่ได้รับสัญญาณชัดเจนในการเข้าร่วมรัฐบาล ชื่อของ ธรรมนัส พรหมเผ่า หรือ “ผู้กอง” แม้ส่งสัญญาณลดเงื่อนไข ไม่ยึดติดกระทรวง และพร้อมโหวตสนับสนุน แต่คำตอบจากฝั่งแกนนำยังไม่ชัด

ล่าสุดผู้กองประกาศชัด “ต้องมีศักดิ์ศรี ไม่วิ่งหา” พร้อมรับบทฝ่ายค้าน หากไม่ได้รับการติดต่อ ท่าทีเช่นนี้ทำให้เกมของกล้าธรรมเหลือสองทาง หนึ่ง เป็นฝ่ายค้านเต็มตัว เสี่ยงแรงดูดและแรงกดดันทางคดี สอง โหวตนายกฯ ไปก่อน แล้วรอจังหวะปรับ ครม.ในอนาคต

การเมืองรอบนี้ไม่ใช่แค่เกมตัวเลข สส. เพียงอย่างเดียว แต่คือเกมของโอกาส ความนิ่ง ความไว้วางใจ และการทำงาน ส่วนบทสรุปใครจะได้ ใครจะผิดหวัง หรือสมหวัง อีกไม่นานคงทราบกัน.

 

คางดำ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ดูเหมือนสถานการณ์ระดับโลกไปๆ มาๆ ก็ต้องมี “ไทยแลนด์แดนสยาม” เข้าไปมีเอี่ยวไม่มากก็น้อย โดยล่าสุดเมื่อ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ “ยูเอเอี” ขอถอนตัวจากสมาชิกโอเปก

บันทึกหน้า 4

จังหวะการเมืองฝั่งฝ่ายค้านเริ่มขยับอย่างมีนัยสำคัญ หลังพรรคประชาชน (ปชน.) เดินหน้าปรับโครงสร้างภายในอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการเติมเต็มตำแหน่งในคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ภายใต้การนำของ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ที่ยังคงยืนเป็นแกนนำหลัก และเตรียมก้าวขึ้นสู่บทบาทผู้นำฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการตามขั้นตอนรัฐธรรมนูญ

บันทึกหน้า 4

เปิดบันทึกในวันที่เกิดเหตุการณ์ "ช็อกโลก" อีกคำรบ เมื่อมีเสียงปืนดังกลางงานเลี้ยงประจำปีของสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว (WHCA) ระหว่างที่ผู้นำสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังนั่งอยู่บนเวทีต่อหน้าแขกผู้มีเกียรตินับร้อยในชุดราตรีและทักซิโด พร้อมด้วย เมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง คณะรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล

บันทึกหน้า 4

ประเดิมเขย่าขวัญส้ม! สิบโมงครึ่งรู้ผล ศาลฎีกานัดฟังคำสั่งคดีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง กับ 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล

บันทึกหน้า 4

ต้องบอกว่าสงครามตะวันออกกลางของคนบ้าที่อยากจารึกชื่อในประวัติศาสตร์ชาติตนเอง ที่ทำให้ปั่นป่วนไปทั่วโลก นอกจากทำให้ราคาพลังงานอย่างน้ำมันและก๊าซ รวมถึงปุ๋ยและเม็ดพลาสติกพุ่งแล้ว ล่าสุดก็มีรายงานว่า “คาเร็กซ์”

บันทึกหน้า 4

งานเข้า นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ กรณีให้สัมภาษณ์ว่ารัฐบาลจะออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ก่อนประชุม ครม.เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา จึงกวักมือเรียกสื่อมาชี้แจงว่า สื่อถามว่าทำได้หรือไม่ ตนจึงตอบว่าทำได้ตามรัฐธรรมนูญ ม.172