เล่นเอา “ตำรวจสอบสวนกลาง” ตาตื่นกันไปทั่ว เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา จู่ๆ “JB” พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ก็เซ็นคำสั่งมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบให้ รอง ผบช.ก.ครั้งใหม่
แบบไม่มีปี่ ไม่มีขลุ่ย
ทั้งๆ ที่ตามปกติการแบ่งงาน การแบ่งหน้าที่ส่วนใหญ่ จะมีก็ต่อเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งในหน่วยงาน เช่นหลังการแต่งตั้ง “นายพล” วาระประจำปี หรือการแต่งตั้ง “นายพลแก้มลิง” เดือนเมษายน ไม่ค่อยเห็นเปลี่ยนกันกลางคัน เปลี่ยนกันกลางฤดูเช่นนี้
หลายคนเลยสงสัย หลายคนเลยข้องใจ มีอะไรในกอไผ่มากกว่าหน่อไม้หรือเปล่า???
เริ่มจากจัดแท่งสายงานใหม่
เดิมมีอยู่ 8 หน้างาน คืองานบริหาร (บร) งานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม (ปป) งานถวายความปลอดภัย (ถปภ) งานความมั่นคง (มค) งานกิจการพิเศษ (กศ) งานกฎหมายและสอบสวน (กม) งานสืบสวน (สส) และงานจเรตำรวจ (จต)
เปลี่ยนใหม่ยังยึด 8 หน้างาน แต่รวบงานจเรตำรวจกับงานบริหารอยู่ด้วยกัน แล้วมาเพิ่มหน้างานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม เป็น ปป1 กับ ปป2
พร้อมๆ กับเปลี่ยนผู้รับผิดชอบหน้างานใหม่ ให้ พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย มาคุมงานบริหารและจเรตำรวจ ขยับ พล.ต.ต.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ จากดูงานบริหาร มาคุมหน้างาน ปป2
เช่นเดียวกับการแบ่งหน่วยงานรับผิดชอบใหม่
พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ จากเดิมรับผิดชอบ บก.ปทส. ก็เพิ่ม บก.ปปป.เข้ามาอีกหน่วย พล.ต.ต.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ เดิมรับผิดชอบ บก.รน.และศูนย์ฝึกอบรม บช.ก. เปลี่ยนใหม่มารับผิดชอบ บก.รน.และ บก.รฟ. พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย เดิมรับผิดชอบ บก.อก.บช.ก.และ บก.ปคบ. เปลี่ยนใหม่มารับผิดชอบ บก.อก.บช.ก.และ บก.ปคบ. และเพิ่มศูนย์ฝึกอบรม บช.ก.เข้าไป พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม เดิมรับผิดชอบ บก.ป.และ บก.ปปป. เปลี่ยนใหม่มารับผิดชอบ บก.ป.หน่วยงานเดียว และ พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย เดิมรับผิดชอบ บก.รฟ.และ บก.ปอศ. เปลี่ยนใหม่มารับผิดชอบ บก.ปศอ. หน่วยงานเดียวเช่นกัน
หากมองแท่งโครงสร้างที่ “สอบสวนกลาง” ปรับเปลี่ยนใหม่ครั้งนี้ ดูเหมือน “JB” จะเน้นหน้างานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมเพิ่มมากขึ้น หรือเรียกว่างานสาย “บู๊” เพราะจัดแยกเป็น 2 สาย เพื่อเดินหน้าเชิงรุก แบบเจาะเฉพาะคดี เจาะเฉพาะงาน
แล้วมารวบงานบริหารไปรวมกับงานจเรตำรวจ ซึ่งถือเป็นงานสาย “บุ๋น” เข้าด้วยกัน
เป็นการจัดทัพงาน “ตำรวจสอบสวนกลาง” ใหม่ในเชิงรุกเพิ่มมากขึ้น
จนน่าจับตา “ผลงาน” ต่อจากนี้ไปภายใต้การกุมบังเหียนของ “JB” จะออกมาเป็นกอบเป็นกำ มีผลงานเข้ามาต่อยอดการก้าวเดินหน้าต่อไปในช่วงเดือนตุลาคมหรือเปล่า
ต้องติดตามๆ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อย่าขยันแค่ชิงเก้าอี้!
เมื่อตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ไม่ได้กำหนดกฎ กติกา "ล็อกสเปก" คุณสมบัติผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." แบบยึดเรียงลำดับอาวุโส หรือยึดแค่ความรู้ความสามารถ
นักวิ่งตาเป็นมัน!
โหมโรงแต่งตั้ง “นายพลสีกากี” รวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม กันตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย. หลัง ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แม่ทัพใหญ่สีกากี ขยับปากกาลงนามประกาศลำดับอาวุโสระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และรอง จตช. ลงมาถึง รอง ผบก. ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในแต่ละระดับครั้งที่ 1
โหมโรงชิง 'ผบ.ตร.'
หากยึดตามคำสัมภาษณ์ โฆษกตำรวจ-พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ หลังประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.
‘ตั้งนอกวาระ’ หัวทิ่ม!
เข้าใจวงประชุม ก.ตร. ที่นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล มานั่งหัวโต๊ะประธาน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ต้องถอนวาระแต่งตั้งข้าราชการตำรวจนอกวาระประจำปี ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเสนอชื่อ พล.ต.ท. นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) โรงพยาบาลตำรวจ ขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร.
ปี๊บคลุมหัวตำรวจ
อุ้ย! ขาสั่น มือสั่น ไม่กล้าจะเขียนถึง "ตำรวจโจร" ที่อาศัยเครื่องแบบ อาศัยกฎหมายในมือไปทำผิดเยี่ยงโจร กลัวจะต้องขึ้นโรง ขึ้นศาล ได้ไปกินข้าวผัด ได้ไปกินโอเลี้ยง
แก้หนี้ ตร.กี่โมง
ต้องตั้งคำถามตัวโตๆ อีกครั้ง "หนี้สินตำรวจ" จะแก้กันได้กี่โมง หลังจากได้ยิน ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้นำตำรวจ พูดตอนหนึ่งในระหว่างเป็นประธานการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำชับด้านสวัสดิการสั่งปรับปรุงระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจทั่วประเทศ


