
จังหวะการเมืองในช่วงต้นรัฐบาล อนุทิน 2 กำลังสะท้อนภาพการชิงเหลี่ยมกันอย่างเข้มข้นระหว่างพรรคร่วมและพรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะปมร้อนระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ ที่ดูเหมือนเป็นเพียงเรื่องแต่งตั้งบุคคล แต่แท้จริงกลับแฝงเกมอำนาจและการวัดใจกันในเชิงโครงสร้างทางการเมือง
ชนวนปัญหาเริ่มจากการตัดสินใจของ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ดึงตัว วีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เข้ามาเป็นคณะที่ปรึกษา ทั้งที่ยังคงสถานะเป็นแกนนำพรรคฝ่ายค้านอยู่เต็มตัว จึงไม่ใช่แค่คำถามเรื่องกฎหมาย หากแต่เป็น “เส้นแบ่งทางการเมือง” ที่ถูกข้ามอย่างไม่ทันตั้งตัว
ด้าน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จำต้องออกมาอธิบายเพื่อลดแรงกระเพื่อม โดยวางกรอบข้อเท็จจริง 3 ประเด็นสำคัญ หนึ่งในนั้นคือการย้ำให้จัดการ “สถานะทางการเมือง” ให้ชัดเจน ซึ่งในภาษาการเมือง นั่นคือการส่งสัญญาณว่า ไม่อาจยืนสองขาในเวลาเดียวกันได้ ระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายบริหาร
แม้สุดท้ายวีระพงษ์จะตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค แต่คำถามไม่ได้จบลงง่ายๆ เพราะเบื้องลึกยังมีอีกชั้นของปัญหาที่สำคัญกว่า นั่นคือ “คุณสมบัติทางการเมือง” ที่อาจเป็นระเบิดเวลามากกว่าความขัดแย้งเชิงมารยาทเสียอีก
ประเด็นนี้ถูกขยายความโดยนักวิชาการอย่าง อัษฎางค์ ยมนาค ที่ชี้ให้เห็นว่า วีระพงษ์อาจติดเงื่อนไขการถูกจำกัดสิทธิทางการเมือง จากกรณีไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อปี 2568 ซึ่งตามกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นจะส่งผลให้ถูกจำกัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 2 ปี
จุดนี้กลายเป็น “ล็อกสำคัญ” เพราะตำแหน่งผู้แทนการค้าไทย ซึ่งเดิมถูกมองว่าเป็นทางลงที่สวยงามนั้น ถูกตีความโดยคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าเป็น “ตำแหน่งทางการเมือง” ดังนั้น หากยังติดเงื่อนไขดังกล่าว ก็อาจหมดสิทธิรับตำแหน่งโดยปริยาย
เท่ากับว่า จากตำแหน่งที่ควรเป็นบันไดสู่บทบาทระดับชาติ กลับกลายเป็นเพียง “เก้าอี้ชั่วคราว” ในฐานะที่ปรึกษา ที่ไม่แน่ว่าจะพาไปสู่จุดหมายได้จริง
ในอีกด้านหนึ่ง กระแสการเมืองไม่ได้หยุดแค่ข้อกฎหมาย แต่ลุกลามไปถึง วัฒนธรรมทางการเมือง เมื่อ นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.ประชาธิปัตย์ ออกมาเปรียบเปรยอย่างเผ็ดร้อนว่า การดึงตัวบุคคลจากฝ่ายค้านไปร่วมทีมรัฐบาล เสมือน “สึกพระกลางวัด” ที่แม้ไม่ผิดกฎหมาย แต่ไม่เกรงใจโครงสร้างและธรรมเนียมที่ควรมี
คำเปรียบเปรยนี้สะท้อนภาพการเมืองไทยที่ยังคงให้ความสำคัญกับ “ความเหมาะสม” ไม่แพ้ “ความถูกต้อง” และยิ่งตอกย้ำว่า เกมนี้ไม่ใช่แค่การแย่งตัวบุคลากร แต่คือการทดสอบขอบเขตของมารยาททางการเมือง
ขณะที่อีกฟากหนึ่ง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ก็เข้ามาเติมเชื้อไฟทางการเมืองผ่านคอมเมนต์สั้นๆ ว่า “เวลาเปลี่ยน ใจคนเปลี่ยน” ใต้ภาพอดีตการจับมือกันระหว่าง เนวิน ชิดชอบ และอภิสิทธิ์ ซึ่งเป็นภาพสะท้อนความสัมพันธ์ทางอำนาจที่ไม่เคยหยุดนิ่ง
ประโยคสั้นๆ แต่มีนัยทางการเมืองสูง เพราะไม่เพียงย้อนอดีต แต่ยังสะท้อนปัจจุบันว่า การเมืองไทยยังคงเป็นเกมของ “จังหวะ” และ “โอกาส” มากกว่าความยึดมั่นในขั้วเดิม
สุดท้ายแล้ว ในเกมชิงเหลี่ยมที่ซับซ้อนนี้ คนที่ดูจะ “เสียมากกว่าได้” กลับเป็นวีระพงษ์ ประภา เพราะไม่เพียงต้องสละตำแหน่งในพรรค แต่ยังอาจไม่ได้รับตำแหน่งทางการเมืองที่ถูกวางไว้ให้ตั้งแต่แรก จากข้อจำกัดด้านคุณสมบัติของตัวเอง
ยิ่งไปกว่านั้น กรณีนี้ยังสะท้อนอีกมิติหนึ่งคือ บทเรียนทางการเมือง สำหรับนักการเมืองรุ่นใหม่ ว่าการก้าวเข้าสู่เวทีระดับชาติ ไม่ได้วัดกันแค่ความสามารถหรือโอกาส แต่ยังรวมถึงความเข้าใจในกติกา
อีกด้านของสังคมไทยกลับสะท้อนความสูญเสียที่จับต้องได้มากกว่า สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 3 วันของการรณรงค์ (10–12 เม.ย.69) เกิดอุบัติเหตุรวม 515 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 486 คน ผู้เสียชีวิต รวม 95 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ ลำปาง (25 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ ลำปาง (25 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (6 ราย) จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 30 จังหวัด.
คางดำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
ขอบันทึกกราบถวายความอาลัยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากหัวใจของประชาชนคนหนึ่ง ขอพระองค์เสด็จสู่สุคติ พระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณจะอยู่ในความทรงจำของพวกเราตลอดไป
บันทึกหน้า 4
เคาะฉลุย! จบดรามาลูกอกตัญญู ในเมื่อกระแสแรงขนาดนี้ใครจะกล้าขวาง รัฐบาลหนูต้องสั่งถอยกรูด "บอร์ดบัตรคนจน" คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ที่มี "เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ" รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง
บันทึกหน้า 4
ต้องจับตากันให้ดีในการประชุม “คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม” วันพฤหัสบดีที่ 11 มิ.ย.นี้ โดย “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
บันทึกหน้า 4
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาไม่มีการประชุม ครม. โดยเลื่อนไปประชุมวันพุธ เนื่องจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุม ASEAN Future Forum ครั้งที่ 3 ที่ประเทศเวียดนาม
บันทึกหน้า 4
ตรวจสอบความเคลื่อนไหวในแวดวงเศรษฐกิจฐานรากตามนโนบายรัฐบาล อย่างบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจน ที่เป็นดรามาอยู่ในขณะนี้ เมื่อ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขยับรับนโยบายโดยตรงจากนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล
บันทึกหน้า 4
แม้เทศกาลมหาสงกรานต์จะจบลงไปแล้ว แต่ก็เหมือน “โฆษกรัฐบาล” อย่าง “รัชดา ธนาดิเรก” บอกนั่นแลว่า สงกรานต์ไทยกลายเป็นมรดกโลก หรือเป็นเวิลด์อีเวนต์ไปแล้ว เพราะมันสะท้อนพลังวัฒนธรรมของคนในวิถีเอเชียที่จะอยู่

