ระวัง! Effect คำสั่งลดค่าการกลั่น อาจเกิดกักตุนน้ำมันระลอกใหม่

วิกฤตความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงปี 2567-2569 ได้กลายเป็นปัจจัยหลักที่สั่นคลอนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากภูมิภาคนี้เปรียบเสมือน “หัวใจ” ของพลังงานโลก โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบกว่า 20% ของความต้องการใช้ทั่วโลก เมื่อเกิดภาวะสงคราม ความกังวลด้านอุปทานหยุดชะงัก (Supply Disruption) จึงผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบเป็นโดมิโนไปยังหลากหลายอุตสาหกรรม และบีบให้ภาคพลังงานไฟฟ้าต้องเร่งปรับตัวขนานใหญ่เพื่อความอยู่รอด

หากพิจารณาถึงอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ จะพบว่ามีหลายภาคอุตสาหกรรมที่ได้ผลกระทบอย่างรุนแรง กลุ่มแรก กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่คิดเป็นสัดส่วนกว่า 40% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด เมื่อราคาน้ำมันโลกขยับสูงขึ้น ค่าระวางเรือและค่าธรรมเนียมน้ำมันในการขนส่งทางอากาศจะปรับตัวขึ้นทันที ส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วโลกแพงขึ้นตามไปด้วย

กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและพลาสติก ซึ่งใช้ผลิตภัณฑ์จากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเป็นวัตถุดิบตั้งต้น ต้นทุนที่สูงขึ้นทำให้ส่วนต่างกำไรแคบลง และกระทบต่อเนื่องไปยังอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์และชิ้นส่วนยานยนต์ กลุ่มอุตสาหกรรมการเกษตรและปุ๋ยเคมี ก๊าซธรรมชาติเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตแอมโมเนียและปุ๋ยไนโตรเจน เมื่อพลังงานแพง ราคาปุ๋ยจะพุ่งสูงขึ้น กลุ่มวัสดุก่อสร้าง ซึ่งล้วนแล้วแต่ใช้พลังงานในกระบวนการผลิต ส่งผลให้ผู้ผลิตรายใหญ่ ทั้งคอนกรีต ปูนซีเมนต์ สี เคมีภัณฑ์ เหล็ก ยิปซัม ถึงกระเบื้อง ยางมะตอยต่างพาเหรดประกาศขึ้นราคาถ้วนหน้า และ ภาคการท่องเที่ยวและการบิน ราคาน้ำมันเจ็ตที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้ราคาตั๋วเครื่องบินปรับเพิ่มสูงขึ้นตาม

จากผลกระทบที่สร้างความเดือดร้อนกระจายไปทั่ว ทำให้ภาครัฐเข้ามากำกับดูแลอย่างเข้มข้น เพื่อต้องการกดราคาน้ำมัน หวังจะช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชน การปรับลดค่าการกลั่น จึงเป็นอีกกลไกหนึ่งในการเข้ามาพยุงราคาน้ำมันและลดค่าครองชีพให้กับประชาชน รัฐมนตรีป้ายแดง เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ก็ทำงานแบบรวดเร็ว ถึงลูกถึงคนตามฉายา “สุดซอย” อาจได้ใจประชาชนไปมากพอควร เพราะเข้ามาก็แอ็กชันหั่นราคาน้ำมันดีเซล น้ำมันกลุ่มเบนซินลดลง และล่าสุดยังเข้าไปช่วยเขย่าโครงสร้างราคาหน้าโรงกลั่นน้ำมันใหม่ทั้งระบบ

​โดยดำเนินการประชุมผ่านคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มา 2 รอบแล้ว รอบแรกใช้ราคาน้ำมันดีเซลสำเร็จรูปสิงคโปร์ (MOBS) ลบด้วย 2 บาทต่อลิตร และนำส่วนลดนี้ไปช่วยลดราคาดีเซลหน้าปั๊ม มารอบสอง กบง.ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 ประชุมปุ๊บประกาศลดราคาหน้าโรงกลั่นปั๊บ จาก 2 บาท เป็น 5 บาทต่อลิตร มีผลตั้งแต่ 24 เมษายน ถึง 9 พฤษภาคม 2569 และช่วงวันที่ 10 ถึง 19 พฤษภาคม 2569 จะประชุมปรับลดราคาเป็น 3 บาทต่อลิตร

​อย่างไรก็ดี การประกาศเช่นนี้อาจจะกำลังส่งผลต่อเนื่องต่อระบบจัดจำหน่ายน้ำมันในประเทศ ต้องระวังความเสี่ยงที่อาจเกิดการกักตุนน้ำมัน ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนขึ้นอีกระลอก โดยเฉพาะหากปรับลดในอัตราที่สูงๆ เช่น อัตรา 5 บาทล่าสุดก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์สูง เพราะพฤติกรรมผู้คนก็จะ “ชะลอเติม” เมื่อราคาจ่อลด หรือการ “แห่เติม” เมื่อราคาจ่อพุ่ง ทำให้เกิดภาวะอุปสงค์และอุปทานที่ไม่สอดคล้องกัน อาจเกิดภาวะสะดุดในระบบขนส่งและการบริหารจัดการสต๊อกของปั๊มน้ำมัน

​กรอบสำคัญเรื่องหนึ่งที่กระทรวงพลังงานต้องชัดเจน คือ การบริหารจัดการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งกับประชาชนและผู้ประกอบการโรงกลั่น ต้องสื่อสารให้เห็นว่าการทบทวนค่าการกลั่นทุกสัปดาห์ หรือทุก 2 สัปดาห์ เป็นกลไกดูแลเสถียรภาพ ไม่ใช่มาตรการควบคุมราคา โดยต้องให้เกิดความต่อเนื่องของระบบ Supply ป้องกันการขาดแคลน อีกทั้งต้องมีความโปร่งใส การใช้สูตรคำนวณ หรือข้อมูลอ้างอิงใดๆ ควรชี้แจงให้สังคมรับรู้ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ไม่ได้เกิดจากดุลพินิจ

การมีความสม่ำเสมอในการรายงานสถานการณ์ความคืบหน้าราคาหน้าโรงกลั่นเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว แต่ต้องไม่ส่งสัญญาณล่วงหน้าว่าจะขึ้นหรือลง ต้องชี้ให้เห็นว่าประกาศมีผลระยะสั้นในช่วงวิกฤต เพื่อลดแรงจูงใจในการกักตุนน้ำมัน อีกทั้งอาจต้องทำให้ผู้ประกอบการโรงกลั่นสบายใจได้ว่าจะมีการชดเชยให้โรงกลั่นด้วยหากค่าการกลั่นลดต่ำลงจนอาจกระทบต่อต้นทุนดำเนินงานและการจัดหาน้ำมันดิบ เพราะโรงกลั่นเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ต้องคำนึงถึงความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้นและนักลงทุนด้วย

​สำหรับประชาชนทั่วไป การติดตามประกาศราคาน้ำมันล่วงหน้าเป็นเรื่องที่ดีในการวางแผนเงินในกระเป๋า แต่การ “แห่เติม” หรือ “ชะลอเติม” อาจส่งผลด้านลบเช่นกัน เช่น การขับรถตระเวนหาปั๊มหรือเข้าคิวยาวเหยียดเพื่อประหยัดเงินเพียงไม่กี่สิบบาท อาจไม่คุ้มกับเวลาและน้ำมันที่เสียไประหว่างการรอคอย หรือการปล่อยให้น้ำมันหมดถังเพียงเพื่อรอเติมราคาถูกในวันรุ่งขึ้น เสี่ยงต่อการเกิดเหตุฉุกเฉินบนท้องถนน การปรับพฤติกรรมเติมน้ำมันตามการใช้งานจริงย่อมมีส่วนช่วยให้ระบบการกระจายน้ำมันตามปั๊มเป็นไปอย่างราบรื่น ซึ่งสุดท้ายจะส่งผลดีต่อเสถียรภาพพลังงานในภาพรวม​.

 

บุญช่วย ค้ายาดี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เจาะกลไกพยุงราคา‘ก๊าซหุงต้ม’

ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ร้อนระอุ โดยเฉพาะความตึงเครียดและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางการขนส่งพลังงานสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ

ทำความรู้จัก Financial Optionality

เคยไหม...รายได้เข้าทุกเดือน แต่เมื่อต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญของชีวิตกลับรู้สึกว่า “ยังทำไม่ได้” เพราะรายได้ในอนาคตส่วนหนึ่งถูกผูกไว้กับค่าบ้าน ค่ารถ และภาระผ่อนต่างๆ นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไม “มีรายได้” จึงไม่ได้แปลว่า “มีอิสระทางการเงิน” เสมอไป

อายุยืนบนโจทย์‘เงินออม’ที่ยาวขึ้น

การมีอายุยืนยาวขึ้นสะท้อนความก้าวหน้าด้านสาธารณสุขและคุณภาพชีวิต แต่ในอีกด้านหนึ่งกำลังเปลี่ยนโจทย์สำคัญของการใช้ชีวิตในระยะยาว โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมสำหรับวันที่รายได้จากการทำงานลดลงหรือสิ้นสุดลง เมื่อช่วงชีวิตหลังเกษียณอาจกินเวลายาวนานกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ การวางแผนอนาคต จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการมีเงินเพียงพอสำหรับวันหยุดทำงาน แต่เป็นการออกแบบความมั่นคงให้สอดคล้องกับระยะเวลาของชีวิตที่ยืดยาวขึ้น

แรงงานไทยหาตัวเองให้เจอ

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะการดำเนินธุรกิจที่ต้องการแรงงานที่มีความพร้อมที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความทันสมัยของเทคโนโลยี และตลาดแรงงานยังต้องการคนที่พร้อมทำงานได้ทันที แต่คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยกลับยังไม่แน่ใจว่าตัวเองถนัดอะไร และอยากเติบโตไปในเส้นทางใด สำหรับเคทีซี การพัฒนาคนไม่ใช่เพียงการสร้างบุคลากรให้กับองค์กร แต่คือการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ค้นพบศักยภาพของตนเอง และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทยในอนาคต

ชูโมเดลจัดการน้ำไม่ท่วมไม่แล้ง

ภาพจำมหาอุทกภัยปี 2554 คือบทเรียนราคาแพงของภาคอุตสาหกรรมไทย แต่ในปัจจุบัน ท่ามกลางสภาพอากาศสุดขั้วจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ยุทธศาสตร์การจัดการน้ำในพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่าง “พระนครศรีอยุธยา” ได้ก้าวข้ามจากการตั้งรับเฉพาะหน้า ไปสู่ระบบบริหารจัดการความเสี่ยงแบบ 360 องศา เพื่อสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ ให้นักลงทุนมั่นใจว่าโรงงานผลิตจะไม่สะดุด ไม่ว่าธรรมชาติจะเหวี่ยงมาทาง “น้ำหลาก” หรือ “เอลนีโญ”

Gastech 2026 ขับเคลื่อนพลังงานมั่นคง

งาน Gastech 2026 ซึ่งเป็นมหกรรมนิทรรศการและการประชุมด้านก๊าซธรรมชาติ LNG โซลูชันคาร์บอนต่ำ และเทคโนโลยีพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของโลก กำลังจะจัดขึ้นที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 14-17 กันยายน 2569 โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเป็นครั้งที่สองในรอบเกือบสองทศวรรษ งานนี้คาดว่าจะดึงดูดผู้เข้าร่วมกว่า 50,000 คน จากกว่า 150 ประเทศ พร้อมบริษัทชั้นนำกว่า 1,000 ราย และวิทยากรระดับโลกกว่า 800 คน ครอบคลุมทั้งระดับรัฐมนตรี ผู้บริหารซีอีโอ และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ภายใต้การเป็นเจ้าภาพของกระทรวงพลังงานไทย ร่วมกับพันธมิตรสำคัญอย่าง EGAT ปตท. และ Gulf ในฐานะ National Consortium Partners