
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด สถานการณ์การเมืองในห้วงเวลานี้ แม้จะยังมีแรงกระเพื่อมในหลายมิติ แต่ประเด็นที่ถูกจับตาหนักกลับหนีไม่พ้น ปากท้องประชาชน ที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพและเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จำเป็นต้องเร่งออกมาตรการขนาดใหญ่เพื่อประคองสถานการณ์ โดยเฉพาะการเตรียมเสนอพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน วงเงิน 400,000 ล้านบาท เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี คาดว่าในวันที่ 5 พ.ค.นี้ ซึ่งถือเป็นหมากสำคัญในการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบในระยะเร่งด่วน
แม้ตัวเลขสุดท้ายจะชัดเจนว่าอยู่ที่ 4 แสนล้านบาท ไม่ใช่ 5 แสนล้านบาทตามที่มีกระแสก่อนหน้า แต่สาระสำคัญไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินเพียงอย่างเดียว หากแต่อยู่ที่ “วิธีการ” และ “ความจำเป็นเร่งด่วน” ในการใช้อำนาจออก พ.ร.ก. ซึ่งเป็นเครื่องมือพิเศษของฝ่ายบริหารที่สามารถข้ามขั้นตอนการพิจารณาของรัฐสภาในเบื้องต้นได้ ภายใต้เงื่อนไขว่าต้องเป็นกรณีจำเป็น รีบด่วน และหลีกเลี่ยงไม่ได้
รัฐบาลยืนยันว่าการกู้เงินครั้งนี้มีเป้าหมายชัดเจน ทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่มีนโยบาย “คนละครึ่ง” ที่รัฐร่วมจ่าย 60% และประชาชน 40% รวมถึงการเติมเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อให้เม็ดเงินลงไปถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด ภายในเดือนมิถุนายนนี้ ขณะเดียวกัน ยังมีแผนใช้เงินบางส่วนสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด เช่น การส่งเสริมโซลาร์รูฟท็อปผ่านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งสะท้อนความพยายามวางรากฐานเศรษฐกิจระยะยาวควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายค้านโดยเฉพาะ ศิริกัญญา ตันสกุล สส.พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตอย่างมีนัยสำคัญต่อการออก พ.ร.ก.ครั้งนี้ โดยมองว่าอาจเป็นการ “ตีเช็คเปล่า” ให้ฝ่ายบริหารใช้อำนาจกู้เงินก้อนใหญ่โดยที่รายละเอียดโครงการยังไม่ชัดเจนเพียงพอ อีกทั้งยังตั้งคำถามว่ามาตรการบางส่วน เช่น การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว อาจไม่เข้าเกณฑ์ความจำเป็นเร่งด่วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ที่กำหนดไว้ชัดเจน
ข้อกังวลนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะการกู้เงินระดับหลายแสนล้านบาท ย่อมผูกพันกับภาระหนี้สาธารณะในระยะยาว ซึ่งสุดท้ายต้องใช้ภาษีของประชาชนเป็นผู้ชำระคืน หากการใช้เงินไม่ตรงเป้าหรือขาดประสิทธิภาพ ก็อาจกลายเป็นภาระซ้ำเติมในอนาคต ขณะเดียวกัน การเลือกใช้ พ.ร.ก. แทนที่จะเป็น พ.ร.บ. ซึ่งต้องผ่านการพิจารณาของสภา ก็ยิ่งทำให้เกิดคำถามเรื่องความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของฝ่ายนิติบัญญัติ
ในอีกมุมหนึ่ง แม้รัฐบาลจะเร่งเครื่องทางเศรษฐกิจ แต่เกมการเมืองระดับพื้นที่ก็เริ่มขยับ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ที่กำลังจะเข้าสู่ช่วงปลายวาระผู้ว่าฯ กทม. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ซึ่งยังคง “แทงกั๊ก” ไม่ประกาศชัดว่าจะลงสมัครอีกสมัยหรือไม่ ทั้งที่ในทางปฏิบัติแทบไม่มีใครสงสัยว่าเขาจะลงแข่งขันอีกครั้ง และยังถูกประเมินว่ามีโอกาสชนะสูงจากกระแสนิยมที่ยังคงแข็งแรง
คำถามคือ เหตุใดจึงยังไม่ประกาศให้ชัดเจน คำตอบอาจไม่ใช่เพียงเรื่องจังหวะเวลา แต่เป็นการ “รักษาพื้นที่ทางการเมือง” ให้ตัวเองยังคงอยู่ในสถานะผู้ว่าฯ ที่เป็นกลาง ไม่ผูกพันกับกลุ่มการเมืองใด และสามารถทำงานร่วมกับทุกฝ่ายได้อย่างคล่องตัว และยังมีเวลาดูหน้าตาคู่แข่ง และการประกาศเร็วเกินไปอาจทำให้ตกเป็นเป้าทางการเมือง หรือถูกดึงเข้าไปอยู่ในเกมแข่งขันก่อนเวลาอันควร
ขณะเดียวกัน ความนิยมของ ชัชชาติ กลับกลายเป็น “ดาบสองคม” เมื่อมีผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) บางกลุ่มพยายามอาศัยภาพลักษณ์และชื่อเสียงไปใช้ในการหาเสียง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ภาพถ่ายร่วม หรือหยิบยืมนโยบายและสโลแกนที่คล้ายคลึงกัน เช่น “Better Bangkok” จนเสี่ยงทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าได้รับการสนับสนุน
ชัชชาติ ออกมาชี้แจงชัดว่าไม่ได้สนับสนุนผู้สมัครรายใดเป็นพิเศษ และย้ำจุดยืนการเป็นผู้ว่าฯ ที่ต้องวางตัวเป็นกลาง การสื่อสารในลักษณะที่ทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อนจึงไม่ใช่สิ่งที่ควรเกิดขึ้น แม้จะเปิดกว้างให้ทุกฝ่ายนำนโยบายไปต่อยอดได้ แต่การ “แอบอ้าง” หรือสร้างภาพว่ามีสายสัมพันธ์ทางการเมือง ย่อมกระทบต่อความเป็นธรรมในการแข่งขัน
ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นว่าการเมืองท้องถิ่นเองก็มีความเข้มข้นไม่แพ้ระดับชาติ และประชาชนจำเป็นต้อง “รู้เท่าทัน” กลยุทธ์หาเสียงที่อาจใช้ความนิยมของบุคคลเป็นเครื่องมือ การตัดสินใจเลือก สก. จึงควรพิจารณาจากผลงานและนโยบายเป็นหลัก มากกว่าพวกห้อยโหน.
คางดำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
ผ่านที่ประชุม ครม.เรียบร้อยแล้วสำหรับร่าง พ.ร.ก.ให้กระทรวงการคลังกู้เงิน พ.ศ.2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานจากการสู้รบในตะวันออกกลาง โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล
บันทึกหน้า 4
บันทึกในวันฉัตรมงคล วันหยุดราชการที่ระลึกถึงวันพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 แล้วพรุ่งนี้ สังคมคนทำงานก็จะเข้าสู่โหมดปกติ หลังจากหยุดต่อเนื่องมาตั้งแต่วันแรงงานแห่งชาติ
บันทึกหน้า 4
สวัสดีวันแรงงาน 1 พ.ค.69 ‘จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์’ รมว.แรงงาน เคยย้ำไว้ วันนี้เป็นวันหยุดตามกฎหมาย นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้ถูกต้อง หากสั่งทำงานต้องได้ค่าตอบแทนเพิ่ม หรือหยุดชดเชยให้ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541
บันทึกหน้า 4
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ดูเหมือนสถานการณ์ระดับโลกไปๆ มาๆ ก็ต้องมี “ไทยแลนด์แดนสยาม” เข้าไปมีเอี่ยวไม่มากก็น้อย โดยล่าสุดเมื่อ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ “ยูเอเอี” ขอถอนตัวจากสมาชิกโอเปก
บันทึกหน้า 4
จังหวะการเมืองฝั่งฝ่ายค้านเริ่มขยับอย่างมีนัยสำคัญ หลังพรรคประชาชน (ปชน.) เดินหน้าปรับโครงสร้างภายในอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการเติมเต็มตำแหน่งในคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ภายใต้การนำของ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ที่ยังคงยืนเป็นแกนนำหลัก และเตรียมก้าวขึ้นสู่บทบาทผู้นำฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการตามขั้นตอนรัฐธรรมนูญ
บันทึกหน้า 4
เปิดบันทึกในวันที่เกิดเหตุการณ์ "ช็อกโลก" อีกคำรบ เมื่อมีเสียงปืนดังกลางงานเลี้ยงประจำปีของสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว (WHCA) ระหว่างที่ผู้นำสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังนั่งอยู่บนเวทีต่อหน้าแขกผู้มีเกียรตินับร้อยในชุดราตรีและทักซิโด พร้อมด้วย เมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง คณะรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล

