ถอดบทเรียน 'น.ช.ทักษิณ'

ออกมาเที่ยวนี้ไม่รู้จะเสือกทุกเรื่องอีกหรือเปล่า

หรือเข็ดแล้ว ขอเลี้ยงหลานดีกว่า

ครับ...วานนี้ คณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม มีมติให้ "นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร" ผู้ต้องขังเด็ดขาดเรือนจำกลางคลองเปรม เป็นผู้มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ได้รับการพักการลงโทษกรณีทั่วไป

โดยไม่ต้องติดกำไล EM

เนื่องด้วยเป็นผู้ต้องขังสูงวัยอายุเกินกว่า ๗๐ ปี และมีโรคประจำตัว

จะออกจากคุกไปอยู่บ้านจันทร์ส่องหล้าวันที่ ๑๑ พฤษภาคมนี้

หรือจะกลับไปนอนห้องวีไอพี ชั้น ๑๔ โรงพยาบาลตำรวจ ก็ได้ คราวนี้ไม่มีใครว่าอะไรแล้ว

จะนอนเป็นปีเป็นชาติ ก็เอาตามสะดวก

ก็หวังว่าการติดคุกครั้งนี้จะทำให้ "นักโทษชายทักษิณ" สามารถ คิด วิเคาะห์ และแยกแยะได้ว่า การไปเสือก ไปแทรกแซง ครอบงำ เรื่องการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลโดยที่ตัวเองไม่มีอำนาจหน้าที่นั้นคือสิ่งที่ไม่พึงกระทำ

ที่สำคัญอย่าคิดว่าตัวเองมีอำนาจเหนือพรรคเพื่อไทย เพราะถ้ายังคิดแบบนั้น อาจทำให้รัฐบาลอนุทินนับถอยหลังได้

อยู่บ้านเลี้ยงหลานตามวัตถุประสงค์เดิมเถอะครับ จะเป็นคุณต่อประเทศอย่างมหาศาล

คราวที่แล้ว "นักโทษชายทักษิณ" เกือบจะได้รับ "ใบบริสุทธิ์" คิดว่าไปนอนห้องวีไอพีถือเป็นการติดคุก หวานเจี๊ยบแน่ๆ

สุดท้ายเจอคุกจริงไป ๑ ปี

อยู่ในคุกมาตั้งแต่วันที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๘ โน้นแหละครับ

ก็....แสดงความยินดีด้วย ที่พ้นโทษคอร์รัปชันมาได้

ไม่อยากให้สังคมไทยลืมว่า นักโทษ รายนี้ต้องคดีคอร์รัปชันสมัยเป็นนายกรัฐมนตรี   

ไปสรุปกันอีกทีครับว่าก่อนที่จะถูกปล่อยตัวแบบไม่ต้องติดกำไล EM นั้น "นักโทษชายทักษิณ" ถูกศาลสั่งจำคุก ๘ ปีจากคดีอะไรบ้าง 

๑.สั่งการให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (Exim Bank) อนุมัติปล่อยเงินกู้ ๔,๐๐๐ ล้านบาทแก่เมียนมา เพื่อเอื้อประโยชน์แก่บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่เรียกกันว่าคดี เอ็กซิมแบงก์

คดีนี้จำคุก ๓ ปี

๒.ทุจริตโครงการออกสลากพิเศษเลขท้าย ๓ ตัว ๒ ตัว หรือคดีหวยบนดิน

คดีนี้จำคุก ๒ ปี

๓.แก้ไขสัมปทานโทรศัพท์มือถือและดาวเทียมเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ชินคอร์ป คดีแปลงค่าสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต

จำคุก ๓ ปี

รวม ๘ ปี แต่ได้รับพระราชทานอภัยลดโทษเหลือจำคุก ๑ ปี ไปนอนห้องวีไอพีแทนคุกอยู่พักใหญ่แต่สุดท้ายหนีคุกไม่พ้น

ยังไม่พ้นโทษนะครับ ต้องรอโน้นวันที่ ๙ กันยายน ถึงจะได้ใบบริสุทธิ์ไปครอบครอง

โดยระหว่างนี้ยังคงมีสถานะ "นักโทษชาย" อยู่

ข้อห้ามหลังออกจากคุกหรือเรือนจำ โดยเฉพาะกรณีที่ได้รับ การพักการลงโทษ หรือลดวันต้องโทษ มีเงื่อนไขคุมประพฤติที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์จำให้ขึ้นใจนะครับ ต้องเคร่งครัด อย่าให้เขาว่าได้ว่า คนรวยซื้อได้ทุกอย่าง

ส่วน "นักโทษชายทักษิณ" หากฉีกกฎหมายเมื่อไหร่ ต้องพากลับเข้าคุกทันที

ข้อห้ามและข้อปฏิบัติหลังพักโทษทำอะไรได้บ้าง        

๑.จะต้องพักอาศัยอยู่ตามที่อยู่ที่แจ้งไว้กับเรือนจำ

๒.ห้ามออกนอกเขตท้องที่ที่อาศัยโดยไม่ได้รับอนุญาต

๓.ห้ามประพฤติตนเสื่อมเสีย เช่น เล่นการพนัน ดื่มสุรา ยาเสพติด และกระทำผิดอาญาขึ้นอีก

๔.ประกอบอาชีพโดยสุจริต

๕.ปฏิบัติตามลัทธิศาสนา

๖.ห้ามพกพาอาวุธ

๗.ห้ามไปเยี่ยมบ้านหรือติดต่อกับนักโทษอื่นที่ไม่ใช่ญาติ

๘.ให้ไปรายงานตัวกับพนักงานคุมประพฤติเรือนจำ  เจ้าพนักงานปกครอง หรือหัวหน้าสถานีตำรวจทุกเดือน

ถ้าผู้ได้รับการปล่อยตัว ประพฤติตนตามเงื่อนไขด้วยดีตลอด ก็จะได้รับใบบริสุทธิ์ และพ้นโทษไปตามคำพิพากษา เป็นพลเมืองดีของประเทศชาติสืบต่อไป

ถามว่าพ้นโทษแล้วสามารถแสดงความเห็นทางการเมืองได้หรือไม่

ได้ครับ

แต่สำหรับ "ทักษิณ" ถ้าไม่แสดงความเห็นทางการเมืองเลยคงจะดีกว่า เพราะประเด็นนี้จะถูกจับจ้องจากสังคมอย่างแน่นอน

ที่สำคัญความขัดแย้งทางการเมืองร่วม ๒๐ ปีที่ผ่านมานั้น "ทักษิณ" คือต้นตอสำคัญ ระบอบทักษิณเต็มไปด้วยการคอร์รัปชัน มีผลประโยชน์ทับซ้อนมากมาย ทุจริตเชิงนโยบายซ้ำแล้วซ้ำเล่า

คุก ๘ ปียังน้อยไปด้วยซ้ำ!

มีอะไรต้องถอดบทเรียนจากกรณี "นักโทษชายทักษิณ" บ้าง            

มีเยอะครับ

หลักๆ เลยคือการคอร์รัปชันในวงการเมือง การโกงมีทุกระดับ เมื่อหัวหน้ารัฐบาลโกงเสียเอง ก็อย่าหวังว่าการเมืองระดับรองลงมาจะซื่อสัตย์สุจริต

แต่อย่างว่าวันนี้การโกงมันเข้าไปอยู่ในดีเอ็นเอแล้ว ข้าราชการโกงกันแทบทุกระดับ ทุกกระทรวง ทุกกรม

การเมืองท้องถิ่น แทบไม่ต้องพูดถึง

โกงยันหมู่บ้าน

นี่คือสิ่งที่กำลังดำเนินอยู่ทุกวัน และหาคนแก้ไขไม่ได้

เห็นนายกฯ อนุทิน แถลงนโยบายว่าจะ แก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง โดยกำหนดมาตรการทางจริยธรรมและประพฤติมิชอบเพื่อให้ปลอดจากการทุจริต

ปฏิรูประบบกระบวนการอนุมัติ อนุญาตให้มีความรวดเร็ว โปร่งใสตรวจสอบได้ ลดขั้นตอนและดุลพินิจที่ไม่จำเป็น

รวมทั้งเปิดเผยข้อมูลสาธารณะให้สอดคล้องกับหลักปฏิบัติของ OECD บูรณาการฐานข้อมูลภาครัฐ เชื่อมโยงข้อมูลขนาดใหญ่และใช้ AI เป็นเครื่องมือตรวจจับและประมวลผล เพื่อลดโอกาสและความเสี่ยงของการเกิดการทุจริต

ตลอดจนกำกับ ติดตาม และเร่งรัดการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐให้เกิดผลสัมฤทธิ์โดยมีตัวชี้วัดที่ระดับดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทยปรับตัวดีขึ้น

นึกถึงสโลแกนหาเสียงพรรคภูมิใจไทย "พูดแล้วทำ"

ช่วยทำให้เห็นเป็นบุญตาทีเถอะครับ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อย่าเล่นกับปืน

ไม่ควรเป็นเรื่องก็เป็นเรื่องครับ ตอนนี้ดรามา “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ลามเป็นไฟลามทุ่ง ทัวร์ลงนายกฯ อนุทินยิ่งกว่าทัวร์จีนผสมอินเดีย

ฟรีซข้าราชการ

ข่าวใหญ่ครับ รัฐบาลจะ “ฟรีซข้าราชการ” ไม่เพิ่มตำแหน่ง มีเท่าไหร่ก็เท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ๑ เมษายน ๒๕๖๘ ประเทศไทยมีข้าราชการทั้งสิ้น ๒,๘๗๕,๑๓๙ คน จำนวนนี้ไม่รวม พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ และลูกจ้างชั่วคราว

คนละฝั่งกำแพง

ช่วงนี้ดุกันจริงครับ ยิงกันเป็นว่าเล่น ราวกับว่าติดคุกวันสองวันก็ออกมาดูโลกภายนอก ต่างคนต่างจิตต่างใจต่างเหตุผล แต่การเอาชีวิตผู้อื่นไม่ใช่เรื่องน่ายกย่อง ไม่ใช่ฮีโร่

ไม่เอาอะไรสักอย่าง

เราจะอยู่ในโลกที่ภูมิรัฐศาสตร์เปลี่ยนแปลงขนานใหญ่นี้ได้อย่างไร เรื่องนี้หลายรัฐบาลทั่วโลกเขาคิดกันหนักมากนะครับ เพราะต่างก็ตระหนักเหมือนๆ กันว่า กติกาโลกที่มีอยู่มันไม่ศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไปแล้ว

ขวางทางปืน

ช็อกครับ...เป็นอะไรกันไปหมด ทำไมถึงได้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้่นในประเทศไทย ทั้งๆ ที่มันควรเกิดในอเมริกาไม่ใช่หรือ การเข้าถึงอาวุธปืนของคนไทยมันช่างง่ายในทุกช่วงอายุของคน ไม่ว่าเด็กหรือผูัใหญ่ เมื่อถึงคราวต้องการใช้ มันหาได้ไม่ยาก

ดับไฟใต้มันไม่ง่าย

ไปที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กันหน่อยครับ สถานการณ์หลังกองกำลังติดอาวุธ BRN โจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ทำให้ทหารพรานเสียชีวิต ๕ นาย บรรยากาศไม่สู้ดีเลยครับ