บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด การกลับบ้านจันทร์ส่องหล้าของ ทักษิณ ชินวัตร หลังได้รับการพักโทษและเข้ารับทราบเงื่อนไขคุมประพฤติจากกรมคุมประพฤติ ทำให้บรรยากาศการเมืองกลับมาคึกคักอีกครั้งทันที

 อดีตนายกฯ เปิดกระจกทักทายสื่อมวลชนและกลุ่มคนเสื้อแดง ก่อนตอบคำถามเรื่องสุขภาพสั้นๆ ว่า “ไปจำศีลมา 8 เดือน ตอนนี้จำอะไรไม่ได้แล้ว” ขณะที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และหัวหน้าพรรคสีน้ำเงิน เมื่อถูกถามว่าจะไปเยี่ยมหรือไม่ ก็ตอบเพียงว่า “โหย ดีใจ”

อย่างไรก็ตาม การกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่การกลับมาแบบมีอิสระเต็มที่ หากเป็นการกลับมาพร้อมข้อจำกัดหลายชั้น ข้อจำกัดแรกคือ เงื่อนไขการพักโทษ แม้ได้รับอนุญาตให้ออกจากเรือนจำ แต่ยังอยู่ภายใต้การคุมประพฤติ การแสดงบทบาททางการเมืองอย่างเปิดเผยเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการสั่งการ การกำหนดทิศทางรัฐบาล หรือการเคลื่อนไหวแบบเปิดหน้า อาจเปิดช่องให้เกิดการตรวจสอบจากภาคประชาชนและฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองได้ทันที

ข้อจำกัดต่อมาคือ แรงเสียดทานทางการเมือง ชื่อของทักษิณยังเป็นทั้งศูนย์รวมแรงสนับสนุนและแรงต้าน หากขยับเร็วเกินไป หรือปรากฏภาพว่าเข้ามากำกับเกมการเมืองโดยตรง ก็อาจย้อนกลับไปสร้างภาระให้กับพรรคเพื่อไทย มากกว่าจะเป็นแต้มบวก

ในทางยุทธศาสตร์ หากเลือกเดินเกมอย่างประนีประนอม ไม่เร่งเปิดหน้า และรักษาระยะให้เหมาะสม เพื่อไทยยังมีโอกาสรักษาสถานะพรรคร่วมรัฐบาล สะสมผลงาน และรอจังหวะทางการเมืองในอนาคต แต่หากเดินเกมเผชิญหน้าเร็วเกินไป จนเกิดภาพของการใช้อำนาจเหนือรัฐบาล ก็อาจทำให้เกิดแรงกระแทกทางการเมืองอย่างหนัก

อีกด้านที่สำคัญคือ ข้อจำกัดทางกฎหมาย ปัจจุบันทักษิณยังมีคดีตามมาตรา 112 ที่อยู่ในชั้นอุทธรณ์ หลังอัยการสูงสุดยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่เคยยกฟ้อง

นอกจากนี้ยังมีกรณีชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ รวมถึงคดีภาษีหุ้นชินคอร์ป มูลค่า 1.76 หมื่นล้านบาท ที่ยังอยู่ในขั้นตอนบังคับคดี ทั้งหมดนี้ทำให้การกลับมาของทักษิณครั้งนี้ เป็นการกลับมาพร้อม “พื้นที่” แต่ก็มี “เพดาน”

การออกพระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาทของรัฐบาลกำลังกลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมือง   ไม่ใช่เฉพาะเรื่องความจำเป็นเร่งด่วนของมาตรการเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการวางโครงสร้างอำนาจและความรับผิดชอบทางการเมืองที่ถูกออกแบบไว้อย่างน่าสนใจ

จุดสำคัญอยู่ที่โครงสร้างคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ ที่ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ได้มอบหมาย มีทั้งหมด 9 คน โดยมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน และกรรมการส่วนใหญ่เชื่อมโยงกับฝ่ายเศรษฐกิจและกระทรวงการคลังอย่างชัดเจน รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้แต่งตั้ง

ในทางการเมือง โครงสร้างลักษณะนี้สะท้อนว่าภาระความรับผิดชอบด้านการบริหาร การกลั่นกรอง และผลสัมฤทธิ์ของโครงการ จะตกอยู่กับฝ่ายเศรษฐกิจโดยตรง มากกว่าจะลงไปถึงตัวผู้นำรัฐบาล และนักการเมืองโดยตรง

ความหมายจึงค่อนข้างชัด หากโครงการเดินหน้าได้ผล เกิดเม็ดเงินหมุนเวียน กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างผลเชิงบวกต่อประชาชน เครดิตทางการเมืองย่อมกลับไปที่รัฐบาลในฐานะผู้ตัดสินใจใช้นโยบาย

แต่หากเกิดปัญหา ไม่ว่าจะเป็นความล่าช้า การใช้งบไม่ตรงเป้า ประสิทธิภาพไม่เป็นไปตามที่ประกาศไว้ หรือเกิดข้อครหาทุจริต แรงกระแทกย่อมตกลงไปที่ฝ่ายกำกับดูแลเชิงเทคนิคและฝ่ายเศรษฐกิจเป็นลำดับแรก

 อีกประเด็นที่ถูกจับตาคือ ความเคลื่อนไหวของฝ่ายค้านในการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ของพระราชกำหนดดังกล่าว

ดังนั้นแนวโน้มทางกฎหมายชี้ให้เห็นว่า ประเด็นที่ศาลจะพิจารณาได้มีขอบเขตจำกัดไม่ไปก้าวล่วง คือ การตรวจสอบเหตุแห่งความจำเป็นเร่งด่วนของการออกพระราชกำหนด ซึ่งน่าจะเป็นดุลพินิจของรัฐบาล

นั่นทำให้โอกาสที่การยื่นตรวจสอบครั้งนี้จะส่งผลให้รัฐบาลสะเทือนอย่างมีนัยสำคัญ ยังถือว่าไม่สูงนัก ในภาพรวม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทจึงน่าจะเดินหน้าต่อได้ในทางการเมือง.           

 

คางดำ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

ขอบันทึกกราบถวายความอาลัยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากหัวใจของประชาชนคนหนึ่ง ขอพระองค์เสด็จสู่สุคติ พระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณจะอยู่ในความทรงจำของพวกเราตลอดไป

บันทึกหน้า 4

เคาะฉลุย! จบดรามาลูกอกตัญญู ในเมื่อกระแสแรงขนาดนี้ใครจะกล้าขวาง รัฐบาลหนูต้องสั่งถอยกรูด "บอร์ดบัตรคนจน" คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ที่มี "เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ" รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง

บันทึกหน้า 4

ต้องจับตากันให้ดีในการประชุม “คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม” วันพฤหัสบดีที่ 11 มิ.ย.นี้ โดย “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

บันทึกหน้า 4

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาไม่มีการประชุม ครม. โดยเลื่อนไปประชุมวันพุธ เนื่องจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุม ASEAN Future Forum ครั้งที่ 3 ที่ประเทศเวียดนาม

บันทึกหน้า 4

ตรวจสอบความเคลื่อนไหวในแวดวงเศรษฐกิจฐานรากตามนโนบายรัฐบาล อย่างบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจน ที่เป็นดรามาอยู่ในขณะนี้ เมื่อ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขยับรับนโยบายโดยตรงจากนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล

บันทึกหน้า 4

แม้เทศกาลมหาสงกรานต์จะจบลงไปแล้ว แต่ก็เหมือน “โฆษกรัฐบาล” อย่าง “รัชดา ธนาดิเรก” บอกนั่นแลว่า สงกรานต์ไทยกลายเป็นมรดกโลก หรือเป็นเวิลด์อีเวนต์ไปแล้ว เพราะมันสะท้อนพลังวัฒนธรรมของคนในวิถีเอเชียที่จะอยู่