
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด การกลับบ้านจันทร์ส่องหล้าของ ทักษิณ ชินวัตร หลังได้รับการพักโทษและเข้ารับทราบเงื่อนไขคุมประพฤติจากกรมคุมประพฤติ ทำให้บรรยากาศการเมืองกลับมาคึกคักอีกครั้งทันที
อดีตนายกฯ เปิดกระจกทักทายสื่อมวลชนและกลุ่มคนเสื้อแดง ก่อนตอบคำถามเรื่องสุขภาพสั้นๆ ว่า “ไปจำศีลมา 8 เดือน ตอนนี้จำอะไรไม่ได้แล้ว” ขณะที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และหัวหน้าพรรคสีน้ำเงิน เมื่อถูกถามว่าจะไปเยี่ยมหรือไม่ ก็ตอบเพียงว่า “โหย ดีใจ”
อย่างไรก็ตาม การกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่การกลับมาแบบมีอิสระเต็มที่ หากเป็นการกลับมาพร้อมข้อจำกัดหลายชั้น ข้อจำกัดแรกคือ เงื่อนไขการพักโทษ แม้ได้รับอนุญาตให้ออกจากเรือนจำ แต่ยังอยู่ภายใต้การคุมประพฤติ การแสดงบทบาททางการเมืองอย่างเปิดเผยเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการสั่งการ การกำหนดทิศทางรัฐบาล หรือการเคลื่อนไหวแบบเปิดหน้า อาจเปิดช่องให้เกิดการตรวจสอบจากภาคประชาชนและฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองได้ทันที
ข้อจำกัดต่อมาคือ แรงเสียดทานทางการเมือง ชื่อของทักษิณยังเป็นทั้งศูนย์รวมแรงสนับสนุนและแรงต้าน หากขยับเร็วเกินไป หรือปรากฏภาพว่าเข้ามากำกับเกมการเมืองโดยตรง ก็อาจย้อนกลับไปสร้างภาระให้กับพรรคเพื่อไทย มากกว่าจะเป็นแต้มบวก
ในทางยุทธศาสตร์ หากเลือกเดินเกมอย่างประนีประนอม ไม่เร่งเปิดหน้า และรักษาระยะให้เหมาะสม เพื่อไทยยังมีโอกาสรักษาสถานะพรรคร่วมรัฐบาล สะสมผลงาน และรอจังหวะทางการเมืองในอนาคต แต่หากเดินเกมเผชิญหน้าเร็วเกินไป จนเกิดภาพของการใช้อำนาจเหนือรัฐบาล ก็อาจทำให้เกิดแรงกระแทกทางการเมืองอย่างหนัก
อีกด้านที่สำคัญคือ ข้อจำกัดทางกฎหมาย ปัจจุบันทักษิณยังมีคดีตามมาตรา 112 ที่อยู่ในชั้นอุทธรณ์ หลังอัยการสูงสุดยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่เคยยกฟ้อง
นอกจากนี้ยังมีกรณีชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ รวมถึงคดีภาษีหุ้นชินคอร์ป มูลค่า 1.76 หมื่นล้านบาท ที่ยังอยู่ในขั้นตอนบังคับคดี ทั้งหมดนี้ทำให้การกลับมาของทักษิณครั้งนี้ เป็นการกลับมาพร้อม “พื้นที่” แต่ก็มี “เพดาน”
การออกพระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาทของรัฐบาลกำลังกลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมือง ไม่ใช่เฉพาะเรื่องความจำเป็นเร่งด่วนของมาตรการเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการวางโครงสร้างอำนาจและความรับผิดชอบทางการเมืองที่ถูกออกแบบไว้อย่างน่าสนใจ
จุดสำคัญอยู่ที่โครงสร้างคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ ที่ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ได้มอบหมาย มีทั้งหมด 9 คน โดยมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน และกรรมการส่วนใหญ่เชื่อมโยงกับฝ่ายเศรษฐกิจและกระทรวงการคลังอย่างชัดเจน รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้แต่งตั้ง
ในทางการเมือง โครงสร้างลักษณะนี้สะท้อนว่าภาระความรับผิดชอบด้านการบริหาร การกลั่นกรอง และผลสัมฤทธิ์ของโครงการ จะตกอยู่กับฝ่ายเศรษฐกิจโดยตรง มากกว่าจะลงไปถึงตัวผู้นำรัฐบาล และนักการเมืองโดยตรง
ความหมายจึงค่อนข้างชัด หากโครงการเดินหน้าได้ผล เกิดเม็ดเงินหมุนเวียน กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างผลเชิงบวกต่อประชาชน เครดิตทางการเมืองย่อมกลับไปที่รัฐบาลในฐานะผู้ตัดสินใจใช้นโยบาย
แต่หากเกิดปัญหา ไม่ว่าจะเป็นความล่าช้า การใช้งบไม่ตรงเป้า ประสิทธิภาพไม่เป็นไปตามที่ประกาศไว้ หรือเกิดข้อครหาทุจริต แรงกระแทกย่อมตกลงไปที่ฝ่ายกำกับดูแลเชิงเทคนิคและฝ่ายเศรษฐกิจเป็นลำดับแรก
อีกประเด็นที่ถูกจับตาคือ ความเคลื่อนไหวของฝ่ายค้านในการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ของพระราชกำหนดดังกล่าว
ดังนั้นแนวโน้มทางกฎหมายชี้ให้เห็นว่า ประเด็นที่ศาลจะพิจารณาได้มีขอบเขตจำกัดไม่ไปก้าวล่วง คือ การตรวจสอบเหตุแห่งความจำเป็นเร่งด่วนของการออกพระราชกำหนด ซึ่งน่าจะเป็นดุลพินิจของรัฐบาล
นั่นทำให้โอกาสที่การยื่นตรวจสอบครั้งนี้จะส่งผลให้รัฐบาลสะเทือนอย่างมีนัยสำคัญ ยังถือว่าไม่สูงนัก ในภาพรวม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทจึงน่าจะเดินหน้าต่อได้ในทางการเมือง.
คางดำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
"หนังหน้าไฟ" ได้ไปต่อ! หลัง 7 เสือ กกต. ลงมติพิจารณาการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2568 ของ "แสวง บุญมี" เลขาธิการ กกต. ปรากฏว่าเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 โหวตผ่านการประเมิน อยู่ต่อจนครบสัญญาในวันที่ 31 มี.ค.2570
บันทึกหน้า 4
ต้องยอมรับว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นหนึ่งในนายกฯ ที่ถูกสังคมและฝ่ายตรงข้ามจับผิดมากที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ ไม่ว่าจะขยับตัวหรือเอ่ยอ้างเรื่องใด ก็มักมีคนจองกฐินเป็นทิวแถว ซึ่ง ล่าสุดก็คงไม่พ้นเรื่อง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ซึ่งเจ้าตัวพูดถึงเรื่องการควบคุมอาวุธปืน โดยหลังจากเผยแพร่ออกไปทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายแค้น รวมถึงคนอยากมีแสงก็รุมเข้ามายิ่งกว่าแร้งเห็นศพอย่างไรอย่างนั้น ...๐
บันทึกหน้า 4
ช่วงนี้สังคมไทยมี คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญอย่างต่อเนื่อง เป็นข่าวฉาวไปทั่วโลก ล่าสุด นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี หลังก่อเหตุนายฉลอง
บันทึกหน้า 4
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด วิกฤตการณ์ทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นถือเป็นบททดสอบสำคัญของกระทรวงมหาดไทยภายใต้การกำกับดูแลของ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ออกมาประกาศความคืบหน้าในการดำเนินการทางอาญาต่อกลุ่มผู้ทุจริต
บันทึกหน้า 4
เป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ต้องเริ่มต้นด้วยการแสดงความเสียใจและอาลัยจากใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุโศกนาฏกรรมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ...เหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์จบลง แต่คำถามของสังคมยังวนเวียนหลอกหลอน “เราจะทำอย่างไร...ไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก?!?”
บันทึกหน้า 4
ไร้นักการเมืองโกง! ยังเป็นประเด็นคาใจที่ฝ่ายค้านตั้งคำถามทุกวัน ตัดตอนจบแค่บิ๊กข้าราชการ "รังสิมันต์ โรม" รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรรมและสิทธิมนุษยชน

