
เมื่อช่วงปลายเดือน พ.ค.2567 กระทรวงการคลังได้เห็นชอบการปรับระบบการให้ผลตอบแทน ตามระบบประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เพื่อให้ตอบสนองนโยบายรัฐบาลและช่วยเหลือประชาชนตามพันธกิจให้มากขึ้น “ลดการมุ่งทำกำไรสูงสุดเพียงด้านเดียว” โดยวาระนี้ กระทรวงการคลังจะเริ่มนำร่องกับ ธนาคารออมสิน ก่อนจะขยายไปยังสถาบันการเงินเฉพาะกิจอื่นๆ
สำนักงานคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ (สคร.) จะดำเนินการเปลี่ยน ธนาคารออมสิน จากกลุ่มรัฐวิสาหกิจประเภทจัดสรรโบนัสให้พนักงานได้เมื่อมีกำไรเพื่อการจัดสรรโบนัส (กลุ่มที่ 2) ไปเป็นกลุ่มรัฐวิสาหกิจประเภทที่ใช้ระบบแรงจูงใจด้านโบนัสพนักงานที่มีลักษณะเฉพาะ เช่น การดำเนินนโยบายรัฐ การช่วยเหลือประชาชน (กลุ่มที่ 6)

ไม่เพียงเท่านี้ ยังได้กำหนดหลักเกณฑ์ประกอบการเปลี่ยนกลุ่มของ ธนาคารออมสิน และสถาบันการเงินเฉพาะกิจอื่นในอนาคต เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมระหว่างกัน กระตุ้นให้เกิดแรงจูงใจในการพัฒนาการดำเนินงานและผลักดันให้ดำเนินนโยบายตามนโยบายรัฐบาล ให้สอดคล้องกับพันธกิจและวัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง และช่วยเหลือประชาชน
ถือเป็นการปรับบทบาทให้กับ ธนาคารออมสิน ในการเป็น “ธนาคารเพื่อสังคม” อย่างเป็นทางการ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ภายใต้การนำของ วิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ได้ยืนยันภารกิจหลักของธนาคารในการเป็น “ธนาคารเพื่อสังคม” กับภารกิจหลักในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ และบรรเทาความยากจน มุ่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด ESG เป็นกรอบการดำเนินธุรกิจ ปักธงสร้าง Social Impact ที่เป็นรูปธรรม ผ่านกระบวนการดำเนินงาน ESG in Action บนเส้นทางการพัฒนาที่ยั่งยืนไปสู่เป้าหมายในการช่วยแก้ปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

ซึ่งทั้งหมดสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ ออมสิน ในการเป็น “ธนาคารเพื่อสังคม ที่เป็นผู้นำด้านการส่งเสริมการออม สร้างความมั่นคงให้กับประชาชน เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน” และพันธกิจในการ “สนับสนุนแหล่งเงินทุนที่เป็นธรรม และยกระดับเศรษฐกิจฐานราก วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ แก้ปัญหาความยากจน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน”
และภายใต้การนำทัพ ธนาคารออมสิน กับภารกิจเพื่อสังคมของ วิทัย รัตนากร ในสมัยที่ 2 ก็ยังคงจุดยืนในการเป็น “ธนาคารเพื่อสังคม” เช่นเดิม สืบเนื่องจากที่คณะกรรมการธนาคารออมสินมีมติอนุมัติต่อสัญญาจ้างให้ดำรงตำแหน่ง “ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน” เป็นสมัยที่ 2 มีผลเมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา พร้อมทั้งเห็นชอบกรอบทิศทางการดำเนินงานธนาคารระยะ 4 ปี (2568-2572) ที่ก้าวต่อไปของธนาคารออมสิน ซึ่งจะยังคงจุดยืนการเป็นธนาคารเพื่อสังคม

วิทัย เล่าว่า ยังคงตั้งเป้าปรับลดกำไรลงมาอยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อขยายผลการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสังคม (Social Impact) ซึ่งจะทำให้ธนาคารสามารถทำภารกิจและโครงการช่วยเหลือประชาชนและสร้างประโยชน์ให้สังคมได้มากขึ้น ผ่านบทบาทพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ได้แก่ 1.บทบาทการเพิ่ม/ขยายโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง 2.บทบาทการแก้ปัญหาหนี้สิน 3.บทบาทการพัฒนาชุมชน/สังคม และ 4.บทบาทการสนับสนุนภาครัฐดำเนินนโยบายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นบทบาทใหม่ที่จะช่วยขับเคลื่อนขยายผลการสร้างทั้งในเชิงลึกและวงกว้างมากขึ้น เป็นการทำให้เกิดความชัดเจนว่าบทบาทการช่วยเหลือสังคมทั้งสี่ด้านนี้มีความสำคัญเหนือกว่าภารกิจการสร้างอัตรากำไรทางธุรกิจ
นอกจากนี้ ธนาคารวางแผนเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐแห่งแรกที่มีการบริหารงานแบบกลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย บริษัท มีที่มีเงิน จำกัด ให้บริการสินเชื่อที่ดินและขายฝาก, บริษัท บริหารสินทรัพย์อารีย์ จำกัด ดำเนินธุรกิจบริหารจัดการหนี้ NPL และ NPA, บริษัท เงินดีดี จำกัด ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลกลุ่มลูกค้าฐานรากผ่านแอปพลิเคชัน Good Money และ บริษัท จีเอสบี ไอที แมเนจเมนท์ จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อยกระดับความสามารถด้านเทคโนโลยีสนับสนุนธนาคาร
“ด้วยการสนับสนุนจากรัฐบาลและกระทรวงการคลัง ที่ได้เห็นชอบการปรับเป้าหมายการดำเนินงานของธนาคาร ทำให้ธนาคารสามารถออกมาตรการหรือจัดทำโครงการที่สร้างผลลัพธ์เชิงบวกได้มากขึ้น อาทิ โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan), โครงการสินเชื่อสร้างงานสร้างอาชีพ รวมถึงมาตรการลดดอกเบี้ยเพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและแก้ปัญหาหนี้สิน” วิทัย ระบุ
จากความสำเร็จของ “ธนาคารเพื่อสังคม” ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ทำให้ปัจจุบัน ธนาคารออมสิน สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสังคม มีผู้ได้รับประโยชน์ผ่านโครงการและมาตรการต่างๆ เช่น ช่วยประชาชนกลุ่มเครดิตต่ำและไม่มีเครดิตให้เข้าถึงแหล่งเงินในระบบแล้วกว่า 3 ล้านคน มีผู้เข้าถึงดอกเบี้ยที่เป็นธรรมแล้วกว่า 5 ล้านคน เป็นต้น
โดยธนาคารมีความมั่นคง แข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจ ด้วยปริมาณเงินสำรองรวมเพิ่มขึ้นแตะระดับ 125,948 ล้านบาท และมีฐานลูกค้ารวม 24 ล้านรายในปัจจุบัน

ขณะเดียวกัน ธนาคารออมสิน จะยังคงเดินหน้าในการทำธุรกิจภายใต้แนวคิด CSV (Creating Shared Value) ที่นำปัจจัยทางสังคมหรือสิ่งแวดล้อม ปรับเข้ามาสู่การทำธุรกิจเพื่อสร้างกำไรและสร้างรายได้ให้สูงขึ้น และพร้อมที่จะนำกำไรนั้นกลับมาช่วยเหลือสังคม ซึ่งแนวคิดนี้จะทำให้ธุรกิจ และสังคมเติบโตไปด้วยกันได้อย่างยั่งยืน
“4 ปีข้างหน้า เราจะลดกำไรเพื่อช่วยสังคม เป็น Target ซึ่งเป็นการลดกำไรลงในระดับที่เหมาะสม แต่ถามว่าระดับที่เหมาะสมอยู่ที่เท่าไหร่ ก็คงต้องบอกว่าต้องขึ้นกับกำไรในอนาคตและสถานการณ์ในแต่ละปี อาจจะลดกำไรลง 20-30% แต่ก็จะมีการทำสำรองเพิ่ม เพื่อให้ธนาคารมีความเข้มแข็งมากขึ้น ขณะเดียวกันธนาคารยังตั้งเป้าหมายในการขยายสินเชื่อให้กับกลุ่มเสี่ยง ทั้งกลุ่มที่เครดิตต่ำ หรือไม่มีเครดิต เนื่องจากยังมีช่องว่างที่เข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนจากธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินต่างๆ ซึ่งจะช่วยลดการเป็นหนี้นอกระบบได้อีกทาง พร้อมทั้งยังตั้งเป้าหมายในการสร้างอาชีพให้กับกลุ่มคนฐานรากราว 2 ล้านคน โดยจะใช้กำไรของธนาคารเข้ามาดำเนินการในส่วนนี้ จะไม่ใช่เงินจากรัฐบาล”
วิทัย กล่าวยืนยันว่า การเดินหน้าภารกิจตามจุดยืนธนาคารเพื่อสังคม และยังคงตั้งเป้าหมายในการขยายผลในการสร้าง Social Impact ในอีก 4 ปีข้างหน้า ซึ่งเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการเงิน และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม!!.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
40 ปี Five Star เปิดเกมใหม่ ยกระดับแฟรนไชส์ รับลูกค้าทุกช่วงวัย-สยายปีกตลาดต่างประเทศ
หากพูดถึงธุรกิจอาหารที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 40 ปี Five Star คือหนึ่งในชื่อที่หลายคนคุ้นเคยกับเมนูในความทรงจำอย่าง “ไก่ย่างห้าดาว” ที่มักจะมาพร้อมภาพจำเดิมอย่างซุ้มไก่ย่างหน้าปากซอยหรือ
ญี่ปุ่น 2 โลก : OvertourismVSเมืองร้าง วิกฤตสองด้านของญี่ปุ่นยุคใหม่ในวันที่ความนิยม(กำลัง)สร้างปัญหา!?!?
ญี่ปุ่น ยังคงเป็นหนึ่งในประเทศจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ของโลกที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางไปสัมผัสวัฒนธรรม วิถีชีวิต และเสน่ห์เฉพาะตัวของแต่ละเมืองอย่างไม่ขาดสาย
เช็กอิน 4 พิกัดฮอกไกโด เที่ยวครบสูตรจากความสงบ สู่สถาปัตยกรรมสุดอาร์ตและวิวพันล้าน
ถ้าพูดถึง ฮอกไกโด (Hokkaido) หลายคนอาจจะนึกถึงภาพหิมะปุยๆ หรือทุ่งลาเวนเดอร์กว้างไกลสุดตาใช่ไหม? แต่จริงๆ แล้ว เกาะทางเหนือของญี่ปุ่นแห่งนี้ยังมี “หมุดหมาย” อีกหลายจุดที่ผสมผสานทั้งสายมู สายอาร์ต และสายชมวิวเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว
40ปีEMSส่งด่วนออริจินัล จากยุคจดหมายสู่เศรษฐกิจอีคอมเมิร์ซ
บริการไปรษณีย์ด่วนพิเศษในประเทศ (Domestic Express Mail Service) หรือที่เรียกกันติดปากว่า EMS เปิดให้บริการในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2529
พลังงานสะอาดฝ่าวิกฤตราคาน้ำมัน ‘โซลาร์สูบน้ำ’ปลดล็อกเกษตรกรพึ่งตนเองแบบยั่งยืน
เขตการปกครองของเทศบาลตำบลท่าช้างมีจำนวนทั้งสิ้น 9 หมู่บ้าน ประกอบไปด้วย ตำบลท่าช้างจำนวน 6 หมู่บ้าน และตำบลสี่ร้อยจำนวน 3 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 4 หมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 7

