
ในโลกธุรกิจ ไม่มีใครรู้ว่าวิกฤตครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นเมื่อใด แต่เมื่อความไม่แน่นอนเกิดขึ้น องค์กรที่อยู่รอดมักเป็นองค์กรที่เตรียมตัวไว้ก่อนแล้ว ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด เพราะต้องเผชิญทั้งต้นทุนวัสดุที่ผันผวน ราคาพลังงานที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ปัญหาแรงงาน รวมถึงภาวะเศรษฐกิจที่ยากจะคาดเดา การบริหารองค์กรจึงไม่ใช่เพียงการรับงานให้ได้มากที่สุด แต่ต้องรู้ว่าจะทำอย่างไรให้องค์กรสามารถเดินหน้าต่อได้ในทุกสถานการณ์
เมื่อมีโอกาสพูดคุยกับ ปิยะดิษฐ์ อัศวศิริสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีวิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) หรือ CIVIL สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่เรื่องตัวเลขหรือผลประกอบการ แต่เป็นวิธีคิดของผู้บริหารที่ผ่านทั้งช่วงเวลาที่ดีและช่วงเวลาที่ยากที่สุดขององค์กรมาแล้ว
ปิยะดิษฐ์ เป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของครอบครัวอัศวศิริสุข จบการศึกษาด้านวิศวกรรมโยธาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนศึกษาต่อด้าน Construction Engineering and Management ที่ Stanford University และเริ่มต้นทำงานกับบริษัทที่ปรึกษางานก่อสร้างชั้นนำในประเทศสหรัฐอเมริกา ประสบการณ์ในต่างประเทศทำให้เขาได้เรียนรู้ทั้งมาตรฐานการบริหาร การวางแผนโครงการ และการนำเทคโนโลยีมาใช้ในงานก่อสร้าง ซึ่งกลายเป็นพื้นฐานสำคัญของการทำงานในเวลาต่อมา
แต่เส้นทางชีวิตไม่ได้เป็นไปอย่างที่วางไว้ เมื่อวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 กระทบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างอย่างหนัก เขาตัดสินใจกลับประเทศไทย เพื่อร่วมรับผิดชอบองค์กรที่กำลังเผชิญช่วงเวลายากลำบาก เหตุผลไม่ได้มีเพียงเรื่องของธุรกิจครอบครัว แต่เป็นความรู้สึกว่าบริษัทยังมีผู้คนอีกหลายพันชีวิตที่กำลังฝากอนาคตไว้กับองค์กร การพา CIVIL กลับมายืนได้อีกครั้งจึงไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาทางธุรกิจ แต่คือการรักษาความเชื่อมั่นของคนที่ร่วมฝ่าฟันมาด้วยกัน และต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะผ่านช่วงนั้นมาได้

“ประสบการณ์ครั้งนั้น ทำให้มองการบริหารต่างออกไป การรับงานจำนวนมาก ไม่ได้หมายความว่าจะเติบโตได้อย่างยั่งยืน หากบริหารต้นทุนไม่ได้ หรือขาดวินัยทางการเงิน สุดท้ายก็อาจย้อนกลับมาสร้างปัญหาได้ การเติบโตจึงไม่ใช่การแข่งขันว่าใครวิ่งเร็วกว่า แต่คือการทำให้องค์กรมีพื้นฐานที่มั่นคงพอจะเดินต่อได้ในระยะยาว” ปิยะดิษฐ์ ย้ำ
ปิยะดิษฐ์ เล่าว่า ด้วยเหตุนี้แนวทางการบริหารของ CIVIL ในวันนี้จึงเปลี่ยนจากการมองที่ปริมาณงาน มาให้ความสำคัญกับคุณภาพของการดำเนินธุรกิจมากขึ้น ทั้งการเลือกโครงการที่เหมาะสม การควบคุมต้นทุน การบริหารกระแสเงินสด และการส่งมอบงานตามแผน เพราะเป้าหมายไม่ใช่การเติบโตให้เร็วที่สุด แต่เป็นการเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
โดยหลักคิดนี้สอดคล้องกับแนวทาง Cost Leadership ที่ ปิยะดิษฐ์ ยึดถือมาตลอด นั่นคือ การให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนอย่างเป็นระบบ การวางแผนที่รอบคอบ การใช้ความรู้ด้านวิศวกรรม เทคโนโลยี และการดำเนินธุรกิจบนหลักธรรมาภิบาล เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
ปิยะดิษฐ์ ย้ำว่า CIVIL ยึดถือค่านิยมหลัก 5 ประการ ได้แก่ C – Commitment การรักษาคำมั่นสัญญา I – Integrity ความซื่อสัตย์สุจริต V – Value People การให้ความสำคัญกับผู้อื่น I – Innovation การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และ L – Life-Long Learning การเรียนรู้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด เป็นหลักคิดที่ใช้ในการตัดสินใจขององค์กรทุกระดับเมื่อโลกธุรกิจเปลี่ยนเร็วขึ้น

แนวคิดดังกล่าวจึงถูกต่อยอดมาเป็น FAST ซึ่งไม่ได้หมายถึงการทำงานให้เร็วเท่านั้น แต่ในมุมของ CIVIL คือ Family ความอบอุ่นดูแลกันเหมือนคนในครอบครัว โดยรักษาความเป็นมืออาชีพ Attitude ทัศนคติที่ดี Safety & Sustainability ความปลอดภัยและความยั่งยืน Tenacity ความมุ่งมั่น สู้ไม่ถอย กัดไม่ปล่อย สะท้อนถึงความพร้อมในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นสิ่งที่ธุรกิจยุคนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้
ดังนั้นกลยุทธ์ FAST จึงเปรียบเสมือนลำต้นของต้นไม้ ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสภาพเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน ซึ่งต่อยอดจากค่านิยม CIVIL รากฐานที่มั่นคง กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้องค์กรและทีมงานรวมพลังขับเคลื่อนจนประสบความสำเร็จ
หากมองย้อนกลับไป จะเห็นว่าหลายสิ่งที่ CIVIL ทำอยู่ในวันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะต้องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นผลจากการเรียนรู้จากอดีตแล้วนำมาปรับใช้กับโลกธุรกิจที่เปลี่ยนไป ทุกวันนี้ CIVIL จึงไม่ได้มองเพียงเป้าหมายในระยะสั้น แต่กำลังวางรากฐานสำหรับอนาคต ผ่านการพัฒนาคน การยกระดับเทคโนโลยี การบริหารความเสี่ยง และการดำเนินธุรกิจบนหลักความยั่งยืน เพื่อให้องค์กรพร้อมรับทั้งโอกาสและความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นในวันข้างหน้า

สำหรับ CIVIL สิ่งที่เห็นชัดอาจไม่ใช่การพยายามวิ่งให้เร็วกว่าใคร แต่คือการสร้างองค์กรให้แข็งแรงพอที่จะก้าวต่อไปได้ ไม่ว่าสถานการณ์ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร และบางที นั่นอาจเป็นความหมายของคำว่า “สู้ไม่ถอย กัดไม่ปล่อย” ที่ไม่ได้เป็นเพียงสโลแกน หากเป็นวิธีคิดที่ค่อยๆ หล่อหลอมขึ้นจากประสบการณ์ และยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญขององค์กรมาจนถึงวันนี้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘กสิณพจน์ รอดโค’เล่าที่มาจากกัปตันการบินไทยเจอวิกฤตโควิด-19 ผันตัวเองตั้งบริษัทต่อยอดงานที่รักปลุกกระแส‘ซีเพลน’ให้บริการนักท่องเที่ยว
ท่ามกลางกระแสการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง "ซีเพลน" หรือเครื่องบินน้ำ กำลังก้าวขึ้นเป็นธุรกิจแห่งอนาคตที่น่าจับตาของประเทศไทย หลังรัฐบาลผลักดันการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่และเปิดทางให้เกิดการให้บริการเชิงพาณิชย์ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ
‘เอมโอชา’ปลุกเสน่ห์อาหารไทยด้วยไอเดียใหม่ ชูนวัตกรรมน้ำพริกไทยสยายปีกสู่ตลาดโลก
“เรานำเสนออาหารไทยในรูปแบบที่คนรุ่นใหม่และผู้บริโภคทั่วโลกเข้าถึงได้ง่ายที่สุด โดยที่เราไม่เคยลดทอนความเป็นไทย แต่เราเปลี่ยนวิธีการเข้าถึงความเป็นไทยแทน
ไทยบนเทวีประชุม IMF-World Bank 2026 ‘โอลิมปิกการเงิน’กับโอกาส-ความคาดหวังและโจทย์ใหม่ของศก.
ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่กำลังเผชิญความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และโครงสร้างประชากรที่กำลังพลิกโฉมระบบเศรษฐกิจของหลายประเทศ การ
Café Amazon Experience Flagship Store Ari พิกัดใหม่ใจกลางอารีย์ผสานทุกไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว
หากเราคุ้นเคยกับภาพจำของคาเฟ่ อเมซอน ในฐานะ “ร้านกาแฟระหว่างทาง” ยามเดินทาง แต่ถึงเวลาแล้วที่จะได้สัมผัสกับความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เพราะวันนี้แบรนด์กาแฟสัญชาติไทยได้ยกระดับสู่การเป็น “จุดหมายปลายทางแห่งใหม่” (Destination) ใจกลางเมือง ด้วยการเปิดตัว
SDT Compositesปลุกอุตสาหกรรมอากาศยานไร้คนขับ เมื่อกัญชงและคาร์บอนไฟเบอร์กลายเป็น‘โดรนทหาร’ฝีมือไทย
ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วได้ ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกต้องมีการปรับตัว เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีป้องกันประเทศและอากาศยานของไทย กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ ท่ามกลางความท้าทายด้านความมั่นคง เทคโนโลยี และการแข่งขันระดับโลก
‘สุวิชาณ สุระบาล’จากคนสร้างทาง...สู่บทบาทใหม่วางแผนนโยบายคมนาคมไทย
หากพูดถึงเส้นทางชีวิตราชการของ “สุวิชาณ สุระบาล” รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) หลายคนอาจคุ้นภาพของวิศวกรและนักบริหารที่คลุกคลีกับงานก่อสร้างถนนและโครงสร้างพื้นฐานมา

